แจง ! กรณีแรงงานไทยในสวีเดนถูก "ลอยแพ" (25/8/2009) จากการที่มีแรงงานไทยในสวีเดนร้องเรียนสื่อมวลชนในประเทศไทย ว่าถูกปล่อยลอยแพ หลังจากเดินทางไปเก็บผลไม้ป่าเรียกร้องขอคืนค่าใช้จ่าย และขอเดินทางกลับประเทศไทย นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า การเยือนสวีเดนในช่วง 22-24 สิงหาคม 2552 มีจุดประสงค์หลัก ๆ คือ เพื่อเจรจาหารือหาแนวทางขยายตลาดแรงงานไทยกับสมาคมผลไม้ป่าประเทศสวีเดน (SBIF) และหน่วยงานองค์กรที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันก็จะได้พบปะพูดคุยกับแรงงานไทย เพื่อรับทราบปัญหาและหาทางแก้ไข โดยเมื่อวานนี้ (23 ส.ค.2552 ที่เมือง Lulea) มีแรงงานไทย ราว 400 คนเดินทางไปร้องเรียนที่หน้าโรงแรมที่พัก ขอให้ช่วยเหลือในการเดินทางกลับประเทศพร้อมขอคืนเงินในส่วนค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไป แต่เนื่องจากสภาพทางภูมิอากาศในปีนี้ ผลไม้ป่ามีไม่มากเหมือนที่ผ่านมา ประกอบกับเศรษฐกิจที่ตกต่ำส่งผลให้ราคาผลไม้ป่าก็ตกต่ำไปด้วย จึงได้เจรจาหาทางแก้ปัญหากับ สมาคมSBIF ซึ่งเป็นผู้รับซื้อรายใหญ่ (ราว 90%ของผลไม้ป่าที่เก็บได้) โดยขอให้ปรับราคาซื้อให้สูงขึ้น รวมทั้งขอให้สมาคม SBIF ได้แนะนำพื้นที่ในการเก็บผลไม้ป่ากับแรงงานไทย เนื่องจากมีความชำนาญในพื้นที่เพื่อที่แรงงานไทยจะได้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายและเวลามากในการเคลื่อนย้ายไปเก็บผลไม้ โดยสมาคม SBIF ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ ขณะเดียวกันก็ได้เจรจาร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าวระหว่างสมาคม SBIF ผู้แทนแรงงานไทย และบริษัทจัดส่งแรงงานไทย ซึ่งผู้แทนบริษัทจัดส่งพร้อมจะจัดการในเรื่องของตั๋วเครื่องบินเที่ยวกลับ แต่ทั้งนี้การเดินทางกลับในครั้งเดียวนับร้อยคนไม่อาจดำเนินการได้ในทันทีทันใด แต่บริษัทผู้จัดส่งก็พร้อมจะติดต่อประสานงานกับสายการบิน และจะจัดการในส่วนของค่าใช้จ่ายที่แรงงานได้จ่ายไปตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ในวันนี้ (24 ส.ค. 2552) ประมาณ 11.00 น. (เวลาในสวีเดน) มีกำหนดหารือกับรัฐมนตรีจ้างงาน และรัฐมนตรีคนเข้าคนเมืองของสวีเดน เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ได้ข้อยุติโดยรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็จะได้หารือเพื่อวางระบบที่ดีในการดูแลจัดส่งแรงงานไทยกับทางการสวีเดน ซึ่งข้อสรุปเป็นอย่างไรจะนำเสนอให้ทราบต่อไป นายไพฑูรย์ กล่าวในที่สุด สำหรับช่วงเวลากรกฎาคม – กันยายนของทุกปี เป็นช่วงฤดูกาลของการออกผลของผลไม้ป่า โดยประเทศไทยได้รับโควตาการนำเข้าแรงงานไทยไปทำงานเก็บผลไม้ป่าเพิ่มมากขึ้นทุกปี ในปี 2551 ได้รับโควตานำเข้าแรงงานไทย จำนวน 3,500 คน และปี 2552 จำนวน 5,950 คน
|
|