Home    ข้อมูลข่าว    กระทรวงแรงงาน
สื่อประสมที่เกี่ยวข้อง
พิมพ์หน้านี้

สรุปผลการดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงแรงงาน การดำเนินการตามนโยบาย 3 ลด (20/8/2009)

นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงผลสรุปการดำเนินการตามนโยบายมาตรการ 3 ลดที่ตนได้มอบ โดยสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ได้ส่งข้อมูลสถานการณ์ว่ามาตรการดังกล่าวได้มีความคืบหน้า ดังนี้
                ลดการเลิกจ้าง โดยมีโครงการสินเชื่อชะลอการเลิกจ้างแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ลงนามบันทึกความร่วมมือกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2552 โดยฝากเงินกองทุนประกันสังคม 6,000 ล้านบาท ให้สถานประกอบกิจการกู้โดยทีเงื่อนไขต้องชะลอการเลิกจ้าง  มีสถานประกอบกิจการได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้ว 66 ราย วงเงิน 1,044.55 ล้านบาท ชะลอการเลิกจ้างลูกจ้างได้ 2,164 ราย
               สำหรับการประชุมคณะกรรมการประกันสังคมเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2552 ได้พิจารณาให้ลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคมภายใต้เงื่อนไขคือ ให้ลดเฉพาะในส่วนของนายจ้างและลูกจ้าง ผู้ประกันตนเท่านั้น โดยรัฐบาลยังคงจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคมในอัตราเดิมคือ จ่ายเงินสมทบในอัตราร้อยละ 2.75 ของค่าจ้าง  การลดอัตราส่งเงินสมทบนี้เป็นการลดเฉพาะอัตราเงินสมทบประโยชน์ทดแทน 4 กรณี คือ กรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย และคลอดบุตร  และอัตราเงินสมทบประโยชน์ทดแทน 2 กรณี คือ กรณีสงเคราะห์บุตร และชราภาพ เท่านั้น จะไม่มีการลดอัตราเงินสมทบประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน   อีกทั้งการลดอัตราสมทบเหล่านี้ไม่กระทบสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนในทุกๆ กรณี โดยเฉพาะผู้ประกันตนที่มีอายุซึ่งจะมีสิทธิได้รับเฉพาะบำเหน็จชราภาพ (ไม่มีสิทธิได้รับบำนาญ) ให้ได้รับประโยชน์เต็มตามสิทธิเสมือนกับไม่ได้ลดอัตราเงินสมทบในส่วนของนายจ้าง  และการลดอัตราเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมให้มีระยะเวลาตั้งแต่วันที่กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องลงประกาศในราชกิจจานุเบกษามีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2552 จากนั้นให้กลับมาใช้ในอัตราเงินสมทบปัจจุบัน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 เป็นต้นไป
                ในด้านการติดตามสถานการณ์การเลิกจ้างและแนวโน้มการเลิกจ้าง ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 255 - 10 กรกฎาคม 2552 นั้น สถานประกอบกิจการที่มีแนวโน้มเลิกจ้าง 476 แห่ง ลูกจ้างมีแนวโน้มถูกเลิกจ้าง 27,838 คน
                ทั้งนี้กิจกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเลิกจ้างอันเนื่องมาจากวิกฤตเศรษฐกิจ โดยดำเนินการให้ความคุ้มครองแรงงานให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนด และดำเนินการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกจ้างที่ประสบปัญหาด้านแรงงาน จึงมีการแต่งตั้งคณะทำงานติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อรวบรวมสรุป จัดตั้งศูนย์และคณะทำงานบรรเทาปัญหาการเลิกจ้างอันเนื่องจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจเพื่อรวบรวมข้อมูลการเลิกจ้างและรับเรื่องร้องทุกข์ จัดตั้งศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาการเลิกจ้างประจำจังหวัด เพื่อเฝ้าระวังสถานประกอบกิจการในพื้นที่ และรีบดำเนินการให้ความช่วยเหลือและแนะนำให้นายจ้างนำมาตรการและแนวทางบรรเทาปัญหาการเลิกจ้างและแนว
ปฏิบัติว่าด้วยการส่งเสริมแรงงานสัมพันธ์ในภาวะวิกฤตมาใช้  รวมทั้งยังแต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหาการเลิกจ้างอันเนื่องมาจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ 75 จังหวัด และ 10 พื้นที่ในกรุงเทพมหานคร
                 ส่วนการกำหนดมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเลิกจ้างนั้น ก็เพื่อให้เจ้าหน้าที่ถือปฏิบัติทั้งมาตรการก่อนการเลิกจ้าง เมื่อมีการเลิกจ้าง และหลังจากมีการเลิกจ้าง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการดำรงรักษาลูกจ้างไว้ในระบบนานที่สุด โดยผลดำเนินการตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2551 - มิถุนายน 2552 สามารถช่วยเหลือให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย จำนวน 35,601 คน เป็นเงิน 1,985,252,200.35 บาท 
                  โครงการส่งเสริมและให้บริการสวัสดิการแรงงานในสถานประกอบกิจการ โดยการส่งเสริมให้นายจ้าง เจ้าของสถานประกอบกิจการให้ความสำคัญในการจัดสวัสดิการแรงงาน และให้คำปรึกษาแนะนำแก่นายจ้าง ลูกจ้าง และคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการนอกเหนือกฎหมาย ได้แก่ การจัดที่พักอาศัย อาหาร รถรับส่ง เครื่องแบบ ชุดทำงาน การจัดตั้งศูนย์เลี้ยงเด็กในสถานประกอบกิจการ รวมถึงการจัดตั้งมุมนมแม่ในสถานประกอบกิจการ เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายแก่ผู้ใช้แรงงาน และให้สามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการนี้ โดยมีผลดำเนินการช่วงเดือนตุลาคม 2551 - มิถุนายน 2552 คือ ดำเนินการในสถานประกอบกิจการ 10,521 แห่ง ลูกจ้าง 1,066,739 คน
                  นอกจากนี้มาตรการ 3 ลด ยังมีการลดการเคลื่อนย้ายแรงงานรวมอยู่ด้วย โดยมีโครงการจ้างงานเร่งด่วนและพัฒนาทักษะฝีมือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาชีพแก่ผู้ประสบภัยธรรมชาติ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 จำนวน 300 ล้านบาท กลุ่มเป้าหมายได้แก่ ผู้ประสบความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติ และผู้ประสบความเดือดร้อนด้านอาชีพ จำนวน 75,000 คน  โดยมีผลดำเนินงานพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้จังหวัดจำนวน 74 จังหวัด (ยกเว้นสมุทรปราการ) เป็นเงินทั้งสิ้น 298,423,500 บาท  ผลการเบิกจ่ายงบประมาณ ณ 1 กรกฎาคม 2552 จำนวน 220,124,062 บาท หรือร้อยละ 73.76  ผู้เดือดร้อนที่ได้รับการช่วยเหลือเข้าโครงการจำนวน 125,661 คน หรือร้อยละ 167.55 จากเป้าหมาย  และยังมีโครงการกู้วิกฤตแรงงานไทยคืนถิ่น โดยสำนักงานประกันสังคมลงนามบันทึกความร่วมมือกับธนาคารเพื่อการเกษตร (ธกส.) เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2552 มีผู้ยื่นขอกู้ประมาณ 8,000 ราย อยู่ระหว่างการรับขึ้นทะเบียนและฝึกอบรมลูกค้าก่อนได้รับเงินกู้
                  สุดท้ายคือ การลดค่าครองชีพ โดยมีโครงการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนและบุคลากรภาครัฐ ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เดือนเมษายน - พฤษภาคม 2552 โดยสำนักงานประกันสังคมแจกเช็คช่วยชาติให้กับผู้ประกันตนที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท เป็นจำนวน 7,481,591 ฉบับ เป็นเงิน 14,963,182,000 บาท ซึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจอีกด้วย       

 
สื่อประสมที่เกี่ยวข้อง  

เนื้อหาในหมวดนี้
 ก.แรงงาน สร้าง “มิตรไมตรีโมเดล” สนองขาดแคลนแรงงานภาคอุตฯ (2/9/2010) (อ่านแล้ว 2 ครั้ง)
 รมว.แรงงาน เครื่องร้อน ข้าราชการกระทรวงแรงงาน นำหลักเศรษฐกิจพอเพียง ร่วมสานหน่วยงานสู่องค์กรแห่งความสุขในการทำงาน (30/8/2010) (อ่านแล้ว 14 ครั้ง)
 หมดเวลาปิดทองหลังพระ...ต้องเร่งผลักดัน กระทรวงแรงงาน เป็นกระทรวงด้านเศรษฐกิจของประเทศ (30/8/2010) (อ่านแล้ว 22 ครั้ง)
  ก.แรงงาน เสริมอาชีพ ลดรายจ่ายให้ผู้สูงอายุ (27/8/2010) (อ่านแล้ว 5 ครั้ง)
 ก.แรงงาน รับเร่งผลักดันกฎกระทรวง “คนทำงานบ้าน” (27/8/2010) (อ่านแล้ว 5 ครั้ง)
 นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญด้านแรงงานสัมพันธ์ เชื่อมั่นประเทศไทยพัฒนาอย่างยั่งยืน หน้าแรก » ข่าวประชาสัมพันธ์ (27/8/2010) (อ่านแล้ว 10 ครั้ง)
 ก.แรงงาน เผยข้อมูลว่างงาน เลิกจ้างต้องการแรงงาน เดือนสิงหาคม 2553 (26/8/2010) (อ่านแล้ว 7 ครั้ง)
 ก.แรงงาน สรุปการช่วยเหลือผู้ประกอบการและลูกจ้าง (26/8/2010) (อ่านแล้ว 8 ครั้ง)
 กรมบัญชีกลางแนะการพัฒนาทุนหมุนเวียนของกระทรวงแรงงาน (26/8/2010) (อ่านแล้ว 4 ครั้ง)
 ก.แรงงาน มอบรางวัลมาตรฐานการบริหารจัดการด้านเอดส์และวัณโรค สถานประกอบกิจการ 530 แห่ง (24/8/2010) (อ่านแล้ว 4 ครั้ง)