วันนี้ (18 ส.ค. 55) เวลา 08.00 น. นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตคลองสามวา และนายวิชาญ มีนชัยนนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตมีนบุรี กล่าวในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน ผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ช่วงที่ 1 นายธีรัตถ์ รัตนเสวี (พิธีกร) : สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่รายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน วันนี้ผมธีรัตถ์ รัตนเสวี รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ น้ำท่วมใหญ่ในปี พ.ศ. 2554 ทำให้ท่านนายกรัฐมนตรีมีดำริในการแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ จุดที่เราอยู่ตรงนี้ก็คือคูคลองในพื้นที่คลองกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่มาของความร่วมแรงร่วมใจทุก ๆ ฝ่ายในการแก้ไขปัญหาในส่วนของพื้นที่ปลายน้ำกับกิจกรรมที่ชื่อว่า "รวมแรงไทย รักษาน้ำใสทุกคูคลอง" ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นอย่างไร สถานการณ์น้ำของไทยนั้นเป็นอย่างไร วันนี้เรามาสอบถามท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านนายกฯ สวัสดีครับ นายกรัฐมนตรี : สวัสดีค่ะ พิธีกร : เรียนถามพื้นที่ปลายน้ำที่เราอยู่กันตรงนี้ การร่วมแรงเป็นอย่างไรในการที่จะขุดลอกคูคลองต่าง ๆ เห็นว่าท่านนายกฯ มีการสั่งการตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี : จากสถานการณ์อุทกภัยในปีที่ผ่านมาจะเห็นว่าคูคลองต่าง ๆ อุดตันและมีผักตบชวาหรือสิ่งต่าง ๆ กีดขวางทางน้ำมาก รัฐบาลได้ร่วมกับทุกภาคส่วนในการที่จะขุดลอกคูคลองทั้งหมด โดยเฉพาะพื้นที่ปลายน้ำซึ่งกรุงเทพมหานครเองมีประมาณ 307 คลอง ซึ่งจริง ๆ อาจจะมีมากกว่านั้นคลองเล็กคลองน้อยแต่จริง ๆ คลองหลัก ๆ ที่เราเลือกมาขุดก็บอกว่าในส่วนของภาครัฐเราทำแล้ว แต่ปัญหาที่เราเห็นก็คือว่าบางครั้งลักษณะของคลองก็จะมีการไหลของขยะต่าง ๆ จะไหลมาจากพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และสุดท้ายก็มาอุดตัน ดังนั้นเมื่อมีการขุดลอกคูคลองแล้วไม่รู้จักรักษา ทิ้งขยะกลับไปหรือปล่อยให้ขยะต่าง ๆ ที่ไหลมาอุดตันก็จะเจอปัญหาเดิม ดิฉันเลยมองว่าถ้าอย่างนี้เราควรจะมีโครงการที่จะร่วมมือกันจากชุมชนที่อยู่ใกล้คลองทุกชุมชนและทางด้านภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางเขต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทางประชาชน เอกชน ที่เราจะขอความร่วมมือกับเอกชนในการช่วยเป็นหูเป็นตา ถ้าเห็นขยะอะไรที่ไม่สะอาดก็ช่วยกันทำความสะอาด และรณรงค์จิตสำนึกให้รักษาคูคลองเพราะถ้าคูคลองสะอาด ข้อดีเห็นได้ชัดเจนคือเรื่องของน้ำก็สามารถที่จะใช้คลองนี้ระบายน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันโดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวก็จะทำให้ทัศนียภาพต่าง ๆ สวยงามและเป็นที่สดชื่นของประชานและนักท่องเที่ยวค่ะ พิธีกร : เท่ากับว่าภาครัฐได้มีการดูแลแล้ว ขุดลอกคูคลองแล้ว จากนี้ไปคนอยู่รอบ ๆ คูคลองควรจะมีส่วนร่วมในการดูแลความสะอาดดูแลแก้ไขปัญหาสิ่งอุดตัน และเป็นกิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัทเอกชนต่าง ๆ ที่อาจจะอยู่ในพื้นที่โดยรอบด้วย นายกรัฐมนตรี : ค่ะ เราก็ถือว่าเป็นเหมือนงานกิจกรรมช่วยเหลือสังคม CSR และขอความร่วมมือจากภาคเอกชนว่าถ้าเอกชน 1 เอกชนต่อ 1 คลอง และร่วมกับภาคชุมชนซึ่งเราอาจจะเรียกว่าสารวัตรน้ำ ในการที่จะร่วมกันสร้างจิตสำนึกในการทำความสะอาดคลอง ถ้าเราได้อย่างนี้คลองเราก็จะสะอาดตลอดเวลา พิธีกร : ตอนนี้มีการดำเนินการกิจกรรมแบบนี้ไปมากน้อยแค่ไหนบ้างครับ นายกรัฐมนตรี : วันนี้เบื้องต้นอยู่ที่ประมาณจากคลองทั้งหมดที่เรามีเป้าหมายไว้ประมาณ 307 คลอง ณ ล่าสุดนี้เราได้ตัวเลขจากภาคเอกชนมาประมาณ 277 ราย พิธีกร : ได้มากพอสมควรเหมือนกันและถ้าเกิดทุกคนสามารถที่จะรักษาความสะอาดคูคลองได้ น้ำที่จะมาถึงในช่วงปลายปีนี้ ถ้าน้ำมามาก ๆ แบบปีก่อนก็ไม่น่าจะเกิดปัญหา นายกรัฐมนตรี : ใช่ค่ะ จริง ๆ ก็ยังเชิญชวนภาคเอกชนอยู่เพราะยังมีอีกหลายคลองที่ยังต้องการการดูแลและการมีส่วนร่วมร่วมกัน อย่างที่ตรงนี้คลองสามวาน่าจะจำบรรยากาศปีที่แล้วได้ พิธีกร : ครับ ผมต้องถามเจ้าของพื้นที่ว่าเป็นอย่างไรบ้างครับ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตคลองสามวา) : ตอนนี้ดีขึ้นครับท่านนายกฯ ครับ และคลองค่อนข้างจะเรียบร้อยแล้ว ทั้งคลองที่ท่านนายกฯ ดำริไว้ว่าให้กองทัพมาลอกนั้นชาวบ้านชอบ เพราะว่าลอกแล้วทำเหมือนกับลักษณะเขื่อนด้วย และผักตบชวาที่หนาแน่นมาหลาย 10 ปีนั้นก็ค่อนข้างจะโล่ง โดยเฉพาะคลองนี้อย่างที่เห็นครับชาวบ้านขอบคุณรัฐบาลมากครับ นายกรัฐมนตรี : เราเห็นปัญหาที่ผ่านมาว่าประชาชนแถวนี้ประสบกับปัญหาค่อนข้างมากมาย พิธีกร : ซึ่งปีก่อนช่วงที่เกิดน้ำท่วม ตรงนี้น้ำท่วมแค่ไหนครับ นายจิรายุฯ : ก็ถึงระดับเอวครับ บางช่วงเกือบมิดศรีษะเลยครับประมาณเมตรห้าสิบถึงเมตรแปดสิบ จึงเป็นที่มาของประตูระบายน้ำคลองสามวาที่ดังมากปีที่แล้ว นายกรัฐมนตรี : ค่ะท่านวิชาญ น่าจะอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย นายวิชาญ มีนชัยนนท์ (สมาชิกสภาผ้แทนราษฎร เขตมีนบุรี) : พี่น้องประชาชนก็เป็นห่วงวิตก แต่คิดว่าปีนี้ทางรัฐบาลเอง ท่านนายกฯ เองได้ลงมาดูตั้งแต่ต้นน้ำ ปลายน้ำ ก็คือกรุงเทพฯ กลางน้ำ ปลายน้ำนี้ ผมคิดว่าการห่วงวิตกของพี่น้องก็คงหมดไป ผมเองคงไม่ต้องมาดูแลกลัวว่าพี่น้องจะขุดหูช้างออกอีก ไม่มีแล้วครับสบายใจได้ นายกรัฐมนตรี : วันนี้มีการซ่อมหมดทุกพื้นที่แล้วค่ะ บ้านอยู่แถวนี้สภาพโดยรอบก็ลำบากกันมาก และบางคนก็ต้องนั่งเรือหางยาวคิดดูแล้วกันค่ะว่าเรือหางยาววิ่งได้ พิธีกร : แถวนี้หมดเลยหรือครับ หรือว่าคิดว่าปีนี้ดำเนินการแบบนี้น่าจะดี นางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ (โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี) : มีความเชื่อมั่นและเชื่อว่าพี่น้องประชาชนซึ่งอยู่แถวนี้ก็จะต้องช่วยกันดูแลรักษาคูคลองอย่างที่ท่านนายกฯ ต้องการ นายกรัฐมนตรี : ใช่ค่ะ คืออย่างที่บอกว่าเรามีการขุดแล้วแต่ถ้าสมมุติช่วงปลาย ๆ ปีฝนตกแล้วเราไม่ได้รักษามีการทิ้งขยะและปล่อยให้อุดตันอีก อันนี้ก็จะทำให้การแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้ผล เราก็เลยมองว่าโครงการนี้จะได้เป็นการรณรงค์ช่วยกันถ้าเห็นขยะต่าง ๆ แล้วช่วยกันดึงออกมาจะได้ไม่ขวางสิ่งกีดขวางต่าง ๆ ก็น่าจะทำให้น้ำไหลไปได้ พิธีกร : ซึ่งวิธีการดำเนินการจะเป็นอย่างไรครับ จะมีหน่วยงานออกไปคุยกับชุมชนหรือว่าอย่างไรครับ นายกรัฐมนตรี : วิธีการก็คือว่าหลัก ๆ เราจะมีภาคเอกชนในเชิงของการ CSR ในการที่จะมาดูแลจะมีสารวัตรน้ำที่จะเป็นตัวแทนของชุมชนที่จะดูแลบริเวณนี้ถ้าเห็นว่ามีขยะต่าง ๆ อาจจะทำโดยภาคชุมชน ภาคประชาชนที่อยู่แถวนี้ทำเองหรือว่าต้องการเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ก็เชิญชวนร่วมกับบริษัทในการที่จะเข้ามาในการระดมสรรพกำลังต่าง ๆ มาทำให้คลองนี้ใสขึ้น พิธีกร : จะมีการดูระดับน้ำและแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ครับโครงการนี้ นายกรัฐมนตรี : อันนี้ก็อาจจะทำเพิ่มเติมได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วในเรื่องของศูนย์ปฏิบัติการบริหารน้ำ single Command นี้เราจะมีการวัดระบบปริมาตรในคลองหลัก ๆ สำคัญด้วย อย่างคลองสามวานี้คงจะมีทั้งวงจรปิดด้วยจะได้ไม่ต้องวิ่งหรือพายเรือมาดู อันนี้ก็เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ประชาชนจะต้องติดตามเราจะมีการเพิ่มในจุดต่าง ๆ โดยเฉพาะคลองสำคัญ พิธีกร : สารวัตรคลองนี้เป็นอย่างไรครับ นายกรัฐมนตรี : สารวัตรคลองก็ทำหน้าที่เหมือนสารวัตรในท้องที่ที่คอยดูแลตรวจตรา ทางสารวัตรท้องที่ก็จะดูแลตรวจตราว่ามีอไรบ้างมีสิ่งกีดขวางมีขยะหรือไม่ พอถึงเวลาก็จะรณรงค์ประชาชนว่าอย่าทิ้งขยะซึ่งตรงนี้เราก็ควรที่จะทำทุกพื้นที่อยู่แล้ว ไม่ใช่เฉพาะที่ 307 คลองในกลุ่มเป้าหมาย แต่ในอนาคตถ้าเราได้รับความร่วมมือจากหลาย ๆ ที่เราก็อยากเห็นแบบนี้เช่นกัน พิธีกร : ซึ่งถ้าดูสถานการณ์น้ำโดยรวมในปีนี้คือกลางเดือนสิงหาคมเข้าไปแล้ว ท่านนายกฯ เป็นห่วงอยู่ไหมครับในปีนี้ นายกรัฐมนตรี : คือต้องบอกว่าปัญหาเรื่องน้ำของประเทศไทยอย่างพื้นที่ต้นน้ำก็เนื่องจากป่าไม้ถูกทำลายไปไม่สามารถอุ้มน้ำได้มากซึ่งก็ต้องเร่งในการปลูกป่า ซึ่งเราก็ได้มีโครงการปลูกป่า 5 ปี 800 ล้านกล้า80 พรรษามหาราชินี ที่พร้อมใจกันทุกหน่วยในการที่จะรณรงค์ในเรื่องของการปลูกป่าเพื่อที่จะรักษาพื้นที่ต้นน้ำ ส่วนกลางน้ำก็เป็นเรื่องที่จะทำอย่างไรในการเก็บน้ำหรือชะลอน้ำไว้ ซึ่งวันนี้โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสาน ณ ปลายน้ำบอกว่าห่วงน้ำท่วม ในขณะเดียวกันภาคอีสานก็จะห่วงเรื่องภัยแล้งซึ่งปัญหาคือดินต่าง ๆ อุ้มน้ำไว้ไม่ได้และยังไม่มีเรื่องของแหล่งน้ำอย่างเต็มที่ ซึ่งอันนี้ระยะสั้นได้สั่งการให้ทางรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมท่านปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ในการที่จะประชุมกับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ที่ประสบภัยแล้งในการแก้ปัญหาร่วมกัน อันนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เราเป็นห่วงพี่น้องประชาชนทางภาคอีสาน และช่วงนี้เป็นช่วงของการปลูกข้าวด้วยพืชผลผลิตต่าง ๆ ในเบื้องต้นก็พยายามสร้างความสมดุลในการระบายน้ำว่าจะทำอย่างไรในพื้นที่ตอนกลางให้สามารถใช้น้ำในภาคการเกษตรแต่ก็ไม่ให้ท่วมขังลงมาในพื้นที่ปลายน้ำ ซึ่งอันนี้ก็ยากเรียกว่าความสมดุลมากกว่าในระยะสั้น แต่ระยะยาวแน่นอนในแผนบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนนี้เราก็จะต้องแก้ปัญหาทั้ง 2 ด้านด้วย ทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง พิธีกร : ซึ่งในช่วงกลางสัปดาห์การประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีการปรับสเปคของบริษัทที่จะมาบริหารจัดการน้ำด้วยให้มีความเหมาะสมมากขึ้นด้วยใช่ไหมครับ นายกรัฐมนตรี : ในส่วนของคณะรัฐมนตรี (ครม). เราอยากจะเห็นเรื่องของผู้ที่สนใจในการที่จะบูรณาการในเรื่องของการให้คำแนะนำ และวิธีการในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ซึ่งเราก็ต้องสืบหาเทคโนโลยีที่ดีที่สุดและเหมาะสมมีประสิทธิภาพนั้นก็เป็นหลักที่เราจะต้องหาและนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาพร้อมกันทั้ง 2 ด้าน พิธีกร : ซึ่งถ้าเรากลับมาเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานครที่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของประเทศไทย ตอนนี้เองในแง่ของคันกั้นน้ำต่าง ๆ ทุกหน่วยงานได้มีการซ่อมแซมดูแลเต็มที่แล้วหรือยัง นายกรัฐมนตรี : เขื่อน ประตูระบายที่เสียหายในปีที่ผ่านมาซ่อมหมดค่ะ และคันกั้นน้ำบางที่สามารถทำได้ถาวรเราทำถาวรแต่บางที่อาจจะทำไม่ทันก็เนื่องจากในเรื่องของระยะทางหรืออะไรต่าง ๆ ก็จะมีคันชั่วคราวไว้ให้เพื่อแก้ไขปัญหา การขุดลอกคูคลองที่เชื่อมตั้งแต่แม่น้ำสายหลักเพื่อให้คูคลองระบายน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและบางส่วนจะมีการเสริมในแนวคันพระราชดำริกั้นโดยเฉพาะปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจ พิธีกร : ต้องถามคนอยู่ในพื้นที่ว่าเป็นอย่างไรกันบ้างในตอนนี้ ประชาชนเป็นห่วงไหมครับ นายจิรายุฯ : ตอนนี้ ประชาชนถามกันมากครับแต่พอเห็นรัฐบาลทำอะไรหลากหลายที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนเขามั่นใจมากขึ้น ซึ่งผมพยายามจะบอกพี่น้องประชาชนอยู่เสมอว่าผมมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ถึงขนาดพูดอย่างนี้เพราะว่าดูจาก 9 มาตรการหรือว่าที่ท่านประธานที่ดูแลเรื่องน้ำท่านรองฯปลอดประสพนี้นะครับพูดชัดเจน น้ำจากทางเหนือก็ดูแลเรื่องเขื่อน และมาทางภาคกลางก็ดูแลเรื่องคลองเรื่องแก้มลิงเรื่องอะไรต่าง ๆ นั้น คือถ้าต้นน้ำมาไม่มากทางกรุงเทพมหานครยังไงผมก็มั่นใจและยิ่งมาลอกคลองรัฐบาลเปิดหน้าคลอง ซึ่งจะเห็นป้ายในพื้นที่ว่าเราขอขอบคุณรัฐบาลที่คืนความเป็นคลองให้คลองสามวาเพราะว่าที่ผ่านมาไม่แน่ใจว่าเป็นคลองหรือบ่อผักตบชวา ปลายังมากอยู่ ขอบคุณจริง ๆ ไม่ได้ชื่นชมเพราะเป็นคนของรัฐบาลนะครับ แต่เราอยู่ในคลองมีความรู้สึกว่าเราไม่ได้ใช้บริการคลองมาหลายปีมาก เพราะฉะนั้นเมื่อผักตบชวาออกไปคลองมันลึกขึ้นน้ำก็สบายขึ้นปลาก็กระจายพื้นที่ไปในทุก ๆ จุดมากขึ้น พิธีกร : คือสถานการณ์น้ำโดยรวมเป็นอย่างไรบ้างครับในตอนนี้ นายวิชาญฯ : เรียนว่ากรุงเทพมหานครในปีที่แล้วต้องยอมรับว่าระบบจัดการไม่ดีพอ และการดูแลกรุงเทพฯ นี้อาจจะเป็นเพราะความห่วงใยเฉพาะในส่วนของกรุงเทพฯ แต่พอรัฐบาลเข้ามาดูแลในปีนี้จากปีที่แล้วที่มีปัญหาก็ทำให้ส่วนต่าง ๆ ที่ไม่มีความพร้อมดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องเตรียมความพร้อมทางรัฐบาลเองไม่ได้เชียร์กันนะครับ ตั้งแต่คูคลองต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ ที่ไม่ได้มีการลอกทุกปี มีการเก็บและลอกอย่างเป็นระบบ ท่อต่าง ๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้ง 50 พื้นที่เขตนั้นมีการลอกอย่างมีระบบอย่างพื้นที่ราชทัณฑ์จะเห็นว่ามีลงมาตลอด ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้การสร้างจิตสำนึกให้กับพี่น้องประชาชนรักษาหรืออนุรักษ์คูคลองนั้นเป็นสิ่งที่ดีเพราะกรุงเทพฯ เป็นเวนิสตะวันออก สมัยก่อนในเขตฝั่งตะวันออกนี้เป็นพื้นที่ที่ใช้เรือสัญจรแต่ขณะนี้สภาพการสัญจรมันลดน้อยลงไป แต่ถ้าเราคืนคลองผมคิดว่านอกจากธรรมชาติจะได้คืนกลับมาแล้วการนำเรือต่าง ๆ เข้ามาสัญจรก็เป็นทางหนึ่งและไปสู่การท่องเที่ยว พิธีกร : ก็เหมือนที่ท่านนายกฯ บอกว่าพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่สวยงามอยู่แล้ว ถ้าเราเสริมกิจกรรมก็เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กิจกรรมการท่องเที่ยวของเราด้วย นายวิชาญฯ : มีวัดวาอารามซึ่งเป็นธรรมชาติอยู่มาก นายกรัฐมนตรี : จริง ๆ เราอยากส่งเสริมให้ประชาชนรู้สึกว่าทุกคนเป็นเจ้าของคลอง อันนี้จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเหมือนกับว่าเราเป็นเจ้าของ เราก็ต้องดูแลรักษา ผักตบชวาซึ่งโตเร็วมากถ้าตรงนี้มาช่วยกันดึงออกตั้งแต่ตอนต้นเราก็จะไม่เห็นผักตบชวาที่แน่นทึบเต็มคลอง เพราะถ้าจะรอให้ภาครัฐมาทำทุกครั้งเรียนว่าคลองทั้งหมดเยอะมากทั่วประเทศ ถ้ามีเจ้าของ สารวัตรคอยเป็นเจ้าของ คอยดูแล ทำไม่ไหวก็ขอทางภาคเอกชนร่วมมือกันกับประชาชน แต่ถ้ามากกว่านั้นก็แจ้งมาทางภาครัฐ รัฐพร้อมที่จะเข้ามาทำให้ พิธีกร : นี่เป็นงบประมาณที่ทางภาครัฐ จัดสรรให้มา หรือว่าจะเป็นการขอความร่วมมือจากภาคเอกชนที่อยู่ในพื้นที่ช่วยกันครับ นายกรัฐมนตรี : เอาง่าย ๆ ก่อนอื่นคือว่าเราขอแรงจากภาคเอกชนในการที่จะเป็น เรียกว่า เจ้าของคลองที่จะคอยติดตามให้กับเรา แต่ว่าถ้าภาคเอกชนไหน หรือว่าจะเป็นโครงการ CSR ที่มีประโยชน์อยากช่วยเหลือ เราก็ยินดี แต่ว่าไม่ได้บังคับ ถ้าหากว่าคลองไหนไม่มีงบประมาณก็สามารถที่จะแจ้งได้ เราก็พยายามที่จะช่วยกันในการจัดสรรงบประมาณลงมา เพราะที่สำคัญเราต้องการเห็นคลองสะอาด เราต้องการเห็นคลองใช้เป็นที่ระบายน้ำลงไปอย่างมีประสิทธิภาพ พิธีกร : ครับ เท่าที่เห็นมีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยจำนวนมากมามีส่วนร่วมกับการทำกิจกรรมโครงการนี้ด้วย นายกรัฐมนตรี : ใช่ค่ะ พิธีกร : ซึ่งเขาสนับสนุนเป็นเงินทุนหรืออุปกรณ์ครับ นายกรัฐมนตรี : เป็นทุกอย่าง ทุกประเภท ทั้งจำนวนเงิน จำนวนพนักงาน เครื่องจักร บางทีก็เป็นเรื่องของเงินอุดหนุน พิธีกร : บางทีอาจจะเป็นการจัดกิจกรรมในวันเสาร์ วันอาทิตย์ มาลงในพื้นที่ ช่วยกันขุดลอกคูคลอง นายกรัฐมนตรี : ใช่ค่ะ เรียกว่าเป็นอาสาสมัครมากกว่า ก็แล้วแต่ภาคเอกชนที่จะจัดสรรส่วนไหน แต่ที่สำคัญเราอยากได้การมีส่วนร่วมค่ะ พิธีกร : ซึ่งแนวคิดแบบนี้จะมีการใช้ในทุกพื้นที่ในประเทศไทยหรือไม่ครับ นายกรัฐมนตรี : ตอนนี้เราถือว่าเรานำร่อง มี 307 คลอง ซึ่งเป็นคลองหลัก และในอนาคตถ้าโครงการนี้ได้รับความร่วมมือมากขึ้นจากภาคเอกชน จากประชาชน เราก็คงจะขยายไปในพื้นที่อื่น ๆ ด้วย จริง ๆ แล้วโครงการนี้ต้องขอบคุณภาคเอกชน ภาคประชาชนที่ร่วมมือกันในการที่ดูแลรักษาคูคลองเปรียบเสมือนเจ้าของคลองนี้ เพื่อให้เราได้ชื่นชมทัศนียภาพที่สวยงาม และที่สำคัญสร้างความสบายใจ ความสุขให้กับคนไทยค่ะ พิธีกร : ครับ ขอขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีมากครับ ขอบคุณทุกท่านครับ ท่านผู้ชมได้รับทราบแล้วนะครับว่านี่เป็นกิจกรรมที่ดี ที่ทุกฝ่ายนั้นจะมีส่วนร่วมในการรักษาคูคลองให้สะอาด และทำให้เวลาน้ำมาก็ทำให้ไหลผ่านลงไปได้อย่างรวดเร็ว ช่วงนี้เราพักกันสักครู่ก่อนครับ ช่วงหน้ามาติดตามสถานการณ์เรื่องเกี่ยวกับน้ำกันต่อครับ ช่วงที่ 2 พิธีกร : กลับเข้าสู่ช่วงที่ 2 ของรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ท่านผู้ชมได้รับทราบถึงภาพรวมของโครงการ รวมแรงไทย รักษาน้ำใสทุกคูคลอง กันไปแล้ว วันนี้เรามาเจาะลึกกิจกรรมกันต่อครับ เรามาสอบถามกับท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านทนุศักดิ์ เล็กอุทัย สวัสดีครับ นายทนุศักดิ์ฯ : สวัสดีครับ คุณธีรัตถ์ครับ พิธีกร : เรียนถามนะครับว่า ในกิจกรรมที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาคลองนั้น สารวัตรคลองนั้นทำหน้าที่อะไรกันบ้างครับ นายทนุศักดิ์ฯ : สิ่งที่ผมถืออยู่นี้เป็นหนังสือรายงานของสารวัตรคลอง ซึ่งเขาจะมีกันทุกคนว่าคลองที่เขารับผิดชอบในรอบ 1 เดือน เขาจะดูแลตลอด และจะรายงานเดือนละ 2 ครั้ง ว่าเจออะไรมาบ้าง ทำอะไรมาบ้าง อันนี้คือเป็นภารกิจหลักของสารวัตรคลอง ขณะเดียวกันอะไรที่เขาสามารถทำเองได้ เขาก็จะทำไปเลย อะไรที่เกินกำลัง เขาก็ชักชวนชุมชนมาช่วย ถ้าขาดแคลนอะไร บริษัทผู้ร่วมคู่สัญญาก็ขอความร่วมมือไป ทางบริษัทอาจจะส่งคนมา ส่งปัจจัยมา ส่งอุปกรณ์มาอย่างนี้เป็นต้น และถ้าสุดท้ายจริง ๆ มันตันมากจริง ๆ ก็สามารถแจ้งมาที่รัฐได้ ก็ต้องลอกกันใหม่ อันนี้ก็เป็นภารกิจหลักของสารวัตรคลอง พิธีกร : ครับ การสรรหาสารวัตรคลอง สรรหาอย่างไรครับ นายทนุศักดิ์ฯ : ส่วนใหญ่เป็นจิตอาสา ผู้คนที่เขาอยู่รอบ ๆ คลอง เขาก็จะพบเจอปัญหาของเขา เขาก็สะดวกในการมาทำงานตรงนี้ เมื่อเห็นว่ามีโครงการดี ๆ อย่างนี้เกิดขึ้น โดยดำริของท่านนายกรัฐมนตรี ก็มีการตื่นตัวของพี่น้องประชาชน เขาเองก็อยากเห็นหน้าบ้านเขา เห็นชุมชนของเขาสวยอยู่แล้ว แต่มันไม่มีการเริ่มสักที พอรัฐบาลได้จุดประกายนี้ขึ้นมา ประชาชนก็ร่วมด้วย แล้วที่สำคัญเราได้รับความอนุเคราะห์จากตลาดหลักทรัพย์ เข้ามาเป็นกำลังหลักเสริมเข้าไป ก็ทำให้โครงการเป็นอย่างที่เราเห็นอยู่ขณะนี้ พิธีกร : จากคลองที่ปีก่อนอาจจะเต็มไปด้วยผักตบชวา อาจจะทำให้การไหลของน้ำไหลได้ลำบากมากขึ้น เมื่อมีหน่วยงานภาครัฐ จากกองทัพบกเข้ามาขุดลอกคูคลอง แล้วหลังจากนั้นก็ดูแลรักษาให้สภาพของคลองสวยงามแบบนี้ต่อไป ซึ่งควรจะเป็นหน้าที่ของคนที่อยู่ในชุมชน เมื่อวานนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้เดินเยี่ยมชมไปยังหมู่บ้านต่าง ๆ ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งคลองเขารู้สึกอย่างไรบ้างครับ ที่มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาความสะอาดคูคลองครับ นายทนุศักดิ์ฯ : เต็มใจมาก และยินดีมากที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ไปเยี่ยมยังบ้านต่าง ๆ แล้วก็มีการถ่ายรูป การทำคำมั่นสัญญาซึ่งกันและกันว่าจะดูแลรักษาคูคลอง ทำบ้านของตัวเองให้ดีที่สุด ก็มีการทำสนธิสัญญา การติดสติ๊กเกอร์กันบ้าง จับมือกันบ้าง นี่ถือเป็นภาพที่ท่านนายกรัฐมนตรีประทับใจมาก เพราะว่าเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าคนไทยในยามที่มีความจำเป็น มีความเดือดร้อน เราก็สามารถที่จะร่วมมือกันได้อย่างแท้จริง ที่สำคัญที่สุดคือว่า เป็นจุดเริ่มต้นของการปรองดอง เพราะผมมีความเชื่อว่าในคลองสายยาว ๆ นี้ อาจจะมีคนที่มีความคิดเห็นต่างกัน บางสิ่งบางอย่างไม่ตรงกัน แต่ที่เหมือนกันคือความสามัคคีกันเพื่อทำให้คลองของเรานั้นให้ดีขึ้น พิธีกร : ก็เป็นการดูแลรักษาร่วมกัน เพราะว่านี่คือ พื้นที่สาธารณะประโยชน์ที่ทุกคนใช้ร่วมกัน เพราะฉะนั้นเมื่อทุกคนมีจิตสำนึกที่จะช่วยกันดูแลให้มันสะอาด ก็ทำให้สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข นายทนุศักดิ์ฯ : ครับ เป็นการเพิ่มพูนความสามัคคี เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันด้วย พิธีกร : ขณะเดียวกัน มองว่านี่เป็นการป้องกันการรับมือภัยน้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้น เพราะว่าก่อนหน้านี้เรามักจะบอกว่า รัฐบาลต้องเข้ามาดูแลประชาชน แต่นี่คือเป็นการให้ประชาชนได้รู้จักดูแลตัวเอง นายทนุศักดิ์ฯ : มันเหมือนกับเราย้อนอดีต ในอดีตจะเป็นการร่วมมือกันตั้งแต่สมัยโบราณ แต่ตอนหลังเราละเลย กลายเป็นว่าเรื่องของคุณไม่ใช่เรื่องของฉัน เรื่องของรัฐบาลไม่ใช่เรื่องของประชาชน แต่วันนี้ จากเหตุการณ์น้ำท่วมที่เราได้เห็นแล้วว่า ต้องทุกส่วน ทุกฝ่าย ทุกคน เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าถ้าเราร่วมมือกันอย่างจริงจัง ปัญหาภัยพิบัติที่เคยเกิดขึ้นในเมืองไทยจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว พิธีกร : ขณะเดียวกันกิจกรรมนี้ได้รับแรงสนับสนุนจากภาคเอกชนเป็นอย่างดี โดยมีทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นแกนสำคัญ นายทนุศักดิ์ฯ : ใช่ครับ ท่านกรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ ท่านสมพล เกียรติไพบูลย์ เป็นผู้สนับสนุน แล้วก็สมาชิกในตลาดหลักทรัพย์ ก็เข้ามาร่วมเป็นสปอนเซอร์ด้วย มาช่วยให้คลองต่าง ๆ ในชุมชนต่าง ๆ เพื่อที่จะให้ 300 กว่าคลอง ใน กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เกิดความสวยงาม สดใส พิธีกร : บทบาทของบริษัทที่ชักชวนเข้ามา ตอนนี้เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ใช่ไหมครับ เขาจะทำอย่างไรบ้าง เขาจะให้งบประมาณ หรือว่าเข้ามาจัดกิจกรรมอย่างไร นายทนุศักดิ์ฯ : ทั้งสองประการครับ บางประการ บางบริษัทเขาสะดวกในการส่งงบประมาณ เขาก็ส่ง บางบริษัทเขาอยากส่งคนมาร่วมทำด้วย เขาก็ส่ง ได้ทั้งสองรูปแบบ พิธีกร : เห็นว่าบางบริษัทอาจจะมี Know How มีเทคโนโลยี มีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องอยู่แล้ว ก็สามารถที่จะนำผลิตภัณฑ์มาใช้ในการทดลองได้หมดเลย นายทนุศักดิ์ฯ : ครับ มาทดลองได้เลย ถ้าท่านมีเครื่องจักร เครื่องยนต์มาทดลองขุดลอก มีตัวผลักดันน้ำใหม่ ๆ มาลองได้เลยครับ พิธีกร : ครับ กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ทางกระทรวงการคลังเอง หรือว่าท่านนายกรัฐมนตรีอยากเห็นทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม เพื่อให้มี ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน มีส่วนร่วมกัน นี่คือรวมทุกภาคส่วน ที่มีส่วนได้ส่วนเสียมาช่วยกันดูแลตรงนี้ นายทนุศักดิ์ฯ : ใช่ครับ พิธีกร : ซึ่งถ้ามองไปเฉพาะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ปกติแล้วมักจะเห็นมีกิจกรรมเพื่อสังคมอยู่แล้ว แต่นี่เป็นการชวนเลยว่า ทำกิจกรรมกับสังคมแบบนี้ดีกว่า เพราะว่ามันมีผล 2 ทางด้วยกัน คือ เป็นคนที่ทำกิจกรรม ด้วย และเป็นประโยชน์แก่ประชาชนด้วย นายทนุศักดิ์ฯ : ใช่ครับ หน้าบ้านของท่าน บริษัทของท่าน โรงงานของท่านก็อยู่ละแวกนี้ พิธีกร : ก็คือ เลือกเชิญบริษัทที่อยู่ใกล้ ๆ นายทนุศักดิ์ฯ : ใช่ครับ ถ้าเกิดว่าไม่มีใกล้ ก็ขยับไปอีกส่วนหนึ่ง พิธีกร : แล้วหน่วยงานของภาครัฐล่ะครับ เห็นว่ามีธนาคารของรัฐร่วมด้วยเช่นกัน นายทนุศักดิ์ฯ : ภาครัฐ เราก็จะเชิญชวนไปทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะกระทรวงการคลัง ทุกหน่วยงานที่มีความพร้อมและความสมัครใจก็เรียนเชิญไปครับ พิธีกร : กลับมาที่ข้อมูลของสารวัตรคลองที่เขาไปตรวจสอบกันบ้าง ข้อมูลที่เขียนในสมุดเล่มนี้ จะเป็นการติดตามข้อมูลอย่างไร ส่งให้หน่วยงานไหนดูด้วยไหมครับ นายทนุศักดิ์ฯ : เขาจะมีหัวหน้า มีชุมชนของเขา มีการประชุมกันทุกเดือน พอเวลาสำรวจเสร็จเรียบร้อย เขาก็แจ้งปัญหากับหน่วยงานในที่ประชุม และตัวของสารวัตรคลองเองอาจจะไปเชื่อมต่อกับ สก. สข. หรือ สส. ในพื้นที่ ก็สามารถที่จะนำปัญหาต่าง ๆ ไปสู่ระดับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นได้ พิธีกร : ครับ ขณะที่ภาครัฐมีระบบเฝ้าระวังที่คอยติดตามระดับน้ำต่าง ๆ แล้ว แต่ว่าการเพิ่มบทบาทของสารวัตรคลอง ซึ่งเป็นคนเข้าไปด้วย เท่ากับเป็นการเสริมศักยภาพของการตรวจวัดปริมาณน้ำด้วย รวมถึงดูว่าการไหลของน้ำเป็นอย่างไร นายทนุศักดิ์ฯ : ครับ ผมเสริมเมื่อสักครู่นะครับ การรายงานของเรานอกจากตามปกติที่หน่วยงานระบบที่เขามี ที่สำคัญเขาต้องรายงานบริษัทที่เขาเป็นคู่สัญญาด้วย พิธีกร : บริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ที่อยู่ทั้งสองฝั่งนี้ นายทนุศักดิ์ฯ : ใช่ครับ เขาจะได้รู้ว่าเขาได้ทำอะไรไปบ้างแล้ว อันนี้เป็นจุดประสงค์ที่แท้จริง ที่จะต้องให้บริษัทได้รับรู้ปัญหาแล้วลงมาร่วมกันแก้ไข พิธีกร : อย่างเช่นว่า ถ้ามันมีน้ำจากทางต้นน้ำไหลมาอย่างต่อเนื่อง ถ้าสารวัตรคลองได้มีการไปตรวจสอบ พบว่า พื้นที่ตรงนั้น ตรงนี้ อาจจะมีสิ่งกีดขวางทางน้ำ หรือว่าน้ำไหลไม่สะดวก ก็สามารถทำรายงาน และแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบริษัทเอกชนอาจจะให้งบประมาณเพิ่มเติม หรือเครื่องมือ เทคโนโลยีมาทำให้น้ำไหลสะดวกมากขึ้น นายทนุศักดิ์ฯ : ใช่ครับ ยกเว้นว่า เกินกำลังของเอกชน เกินกำลังของชุมชน แจ้งรัฐบาลได้ พิธีกร : ถ้าอย่างนั้นบริษัทเอกชน หรือว่าชุมชนต่าง ๆ จะเข้าร่วมกิจกรรมแบบนี้ได้อย่างไรบ้างครับ นายทนุศักดิ์ฯ : แต่ละชุมชนเราจะมีสถาบันไทยพัฒน์ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่เป็นคนทำเรื่องนี้อยู่ ก็จะมีคนเชื่อมกับชุมชนต่าง ๆ ที่อยู่ริมคลอง เชื่อมกับบริษัทต่าง ๆ ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ และนอกตลาดหลักทรัพย์ 2 สถาบันนี้ จะเป็น 2 สถาบันหลัก ที่จะทำงานเรื่องนี้ครับ พิธีกร : ครับ กิจกรรมแบบนี้ จะมีการดำเนินไปอย่างต่อเนื่องหรือไม่ครับ นายทนุศักดิ์ฯ : ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอยากจะให้เป็นตลอดไป หมายความว่า อยากจะให้น้ำใส ไหลเย็น เห็นตัวปลา กลับคืนมาสู่ประเทศไทย เพราะฉะนั้นการทำแค่ช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่งมันคงไม่เห็นผล ก็คงต้องทำตลอดไป เพราะว่าบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ก็ดี หรือว่าชุมชนก็ดี บริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ก็ดี เขาก็ยังคงดำเนินกิจการของเขาตลอดไป ผู้คนก็ต้องอยู่อาศัยตลอดไป เพราะฉะนั้นก็ทำกันไป รุ่นพ่อ รุ่นลูก พิธีกร : ครับ ก็เป็นโครงการที่ควรจะมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะทำให้คูคลองเหล่านี้สะอาด และท่านนายกรัฐมนตรีได้เคยกล่าวเอาไว้ด้วยเช่นกันว่า ถ้าคูคลองสะอาด อาจจะส่งเสริมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ดีมากขึ้นกว่าเดิม แทนที่จะมีแต่แหล่งท่องเที่ยวเดิม ๆ ที่เราเคยไป คลองที่เรายืนอยู่ตรงนี้คือคลองสามวา หลายคนอาจจะไม่เคยมา อาจจะพบว่าเป็นคลองที่สวยมาก ชีวิตความเป็นอยู่ ปู ปลา มีมาก ก็สามารถมาเที่ยวได้ครับ นายทนุศักดิ์ฯ : ครับ คลองนี้ยาว 18 กิโลเมตร แล้วก็มีแยกซ้าย แยกขวาไปอีก พิธีกร : ครับ ซึ่งเห็นว่าในปีก่อนน้ำท่วมถึงเอว แต่ว่าถ้าเกิดมีการขุดลอกคูคลองแบบนี้ ก็เท่ากับว่าจะช่วยให้น้ำที่ไหลมาจากข้างบน ไหลออกสู่ทะเลสะดวกมากขึ้น เพราะฉะนั้นประชาชนเมื่อทราบโครงการก็มีการตื่นตัว มากน้อยแค่ไหน เพราะว่าเขาใช้ชีวิตอยู่อย่างนี้ตลอด เคยประสบปัญหาน้ำท่วมตลอด เขาดีใจมากน้อยแค่ไหนครับ นายทนุศักดิ์ฯ : เขาดีใจครับ ดีใจที่มีคนมาช่วยเขา คือเขาอยากเห็นบ้านของเขาสะอาด อยากเห็นคลองของเขาใส แต่ที่ผ่านมา คล้าย ๆ กับว่าต่างคนต่างรีบ ต่างคนต่างทำ พอรัฐบาลเริ่มเอาจริงเอาจังก็เกิดระแสการรักพื้นที่ของตัวเองมากขึ้น อย่างที่กราบเรียนว่า ประโยชน์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดเฉพาะเรื่องคลองเพียงอย่างเดียว การสมัครสมาน สามัคคี จะนำพาไปสู่ความสงบสุขอย่างอื่นเพิ่มขึ้นด้วย พิธีกร : ครับ เพราะฉะนั้นการจัดกิจกรรมแบบนี้ ไม่จำเป็นที่ท่านนายกรัฐมนตรีมาเปิดงานทุกคลองใช่ไหมครับ ทุกคลองสามารถที่จะรวมตัวกัน บริษัทเอกชนสามารถทำเองได้เลย แต่ว่าจะมีหน่วยงานกลางที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่าถ้าอยากจะพัฒนาคลองของตัวเอง อาจจะมีการติดต่อหน่วยงานเข้าไป นายทนุศักดิ์ฯ : ครับ ถ้าไม่สะดวก หรือไม่รู้จัก สามารถติดต่อไปยังสถาบันไทยพัฒน์ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขาก็จะจับคู่ให้ครับ พิธีกร : ครับ แล้ววิธีการวัดผลของกิจกรรมมนี้เป็นอย่างไรครับ นายทนุศักดิ์ฯ : วิธีการวัดผลนั้น คือว่า ขยะจะต้องหมดไปจากคลอง ผักตบชวาจะต้องไม่ขวางทางน้ำ กระป๋อง ขวด จะต้องไม่มีลอยอยู่ในน้ำ อันนี้คือสิ่งที่อยากเห็นของตัวโครงการ ที่สำคัญคือพี่น้องประชาชน ทำด้วยจิตสำนึกที่แท้จริงของการเป็นเจ้าของพื้นที่ เจ้าของคลองครับ พิธีกร : ครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีมากครับ ท่านผู้ชมได้รับทราบแล้วนะครับว่า นี่เป็นกิจกรรมดี ๆ ที่ท่านนายกรัฐมนตรี มีดำริอยากจะเห็นคูคลองของบ้านเรานั้น มีควาสะอาด แล้วก็อยากให้ทุกคนนั้นมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาคูคลองของเรา ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันน้ำท่วม แต่ว่าชีวิตความเป็นอยู่ของคลองนั้นก็ดีมากขึ้น อย่างที่ท่านรัฐมนตรีทนุศักดิ์ ได้บอกไปแล้วว่า เป็นจุดเริ่มต้นของความสมานฉันท์และสามัคคีในชุมชนด้วย ช่วงนี้พักกันสักครู่ก่อนนะครับ ช่วงหน้าไปติดตามสถานการณ์ภัยแล้งกันบ้างครับ ช่วงที่ 3 พิธีกร : กลับสู่ช่วงสุดท้ายของรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน นอกเหนือจากการเตรียมการรับมือน้ำท่วมแล้วแต่ว่าบางจังหวัดก็ประสบกับสถานการณ์ภัยแล้ง การรับมือกับภัยแล้งกับปีนี้นั้นรัฐบาลมีแผนอย่างไรกันบ้าง เรามาสอบถามกับท่านรองนายกรัฐมนตรียงยุทธ วิชัยดิษฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คุณปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สวัสดีครับ นายยงยุทธฯ : สวัสดีครับ นายปรีชาฯ : สวัสดีครับ พิธีกร : เรื่องสถานการณ์ล่าสุดเป็นอย่างไรบ้างครับท่านรัฐมนตรี นายปรีชาฯ : คือต้องเรียนว่าสภาพอากาศทั่วโลกมีการเปลี่ยนแปลง แต่ต้องยอมรับบางประเทศจากร้อนกลายเป็นหนาว จากไม่เจอหิมะก็เจอหิมะ เช่นเดียวกับประเทศไทย ต้องยอมรับครับว่าเราย้อนไปจังหวัดที่ประกาศภัยพิบัติภัยแล้งหรือฝนทิ้งช่วงทางใต้มีจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดพัทลุงในรอบ 30 ปีที่ทางใต้ในช่วงเดือนสิงหาคม กันยายน จริง ๆ ฝนต้องตกแต่ฝนทิ้งช่วงถือว่าในรอบ 30 ปีที่จังหวัดทางภาคใต้จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุงประกาศภัยพิบัติภัยแล้งฝนทิ้งช่วง ทางภาคอีสานถามว่าบางปีฝนดี แต่วันนี้ทางภาคอีสานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็มีอยู่ 4 จังหวัด จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมหาสารคาม บุรีรัมย์ สุรินทร์ ซึ่งตรงนี้ทางท่านนายกรัฐมนตรีเองได้ให้ความสำคัญว่าไม่ใช่เราจะเตรียมการป้องกันน้ำท่วมอย่างเดียว น้ำแล้งหรือภัยแล้งเราก็ต้องเตรียมการ ท่านนายกฯ บอกว่าเดิมทีสมัยก่อนการแก้ไขปัญหาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับภัยแล้ง ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ดีท่านรองนายกฯ และทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งในการช่วยเหลือ เดิมทีสมัยก่อนพอแล้งก็เอาของไปมอบให้เอาน้ำไปช่วย แต่นายกรัฐมนตรีบอกให้แก้อย่างยั่งยืนซึ่งตรงนี้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ได้ประสานกับทางกระทรวงมหาดไทย โดยหน่วยงานใดที่รับผิดชอบก็มาบูรณาการอย่างยั่งยืนเช่น ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันนี้ทางกรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเรามี 2 ส่วน ส่วนหนึ่งคือกรมทรัพยากรน้ำของเรานี้ ก็จะไปดูว่าพื้นที่ตรงไหนที่จะสามารถบูรณาการในลำน้ำต่าง ๆ เกี่ยวกับว่าเราขุดลอกคูคลองยังไม่พอจะต้องทำโครงการแก้มลิง เพื่อเอาน้ำจากลำน้ำในห้วงที่น้ำนองก็เอาไปเก็บไว้ในโครงการแก้มลิงหรือโครงการอ่างเก็บน้ำ ในหน้าแล้งเราก็เอาน้ำออกจากแก้มลิงออกไปสู่พี่น้องประชาชนทำไร่ทำนา นอกเหนือจากนั้นทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ไปทำการสำรวจพื้นที่ใต้น้ำทั่วประเทศจะเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก รวมทั้งภาคใต้หรือว่าพื้นที่ตรงไหนที่เราจะมาบูรณาการขุด เจาะบ่อบาดาลที่เราจะไปเจาะนั้นนำน้ำใต้ดินมาใช้ประโยชน์ทางด้านอุปโภคบริโภคตลอดจนนำน้ำมาใช้ในภาคการเกษตร ซึ่งเราก็จะไปที่จังหวัดร้อยเอ็ดโดยได้เรียนถามท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด ขณะนี้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ประสบปัญหาภัยแล้งฝนทิ้งช่วงนั้นขณะนี้เราได้สั่งรถขุดเจาะบ่อบาดาลไปที่จังหวัดร้อยเอ็ด แล้วจะเปิดคาราวานในวันเสาร์อาทิตย์นี้และส่งไปยังจังหวัดต่าง ๆ ที่มีความเดือดร้อน โดยการสำรวจว่าพื้นที่ตรงไหนที่แล้งซ้ำซากจะเป็นที่ไร่ที่นาที่สวนเราก็จะไปขุดเจาะบ่อบาดาลและนำเอาน้ำใต้ดินมาใช้ในภาคการเกษตรและเป็นการแก้ปัญหาภัยแล้งแบบยั่งยืน อย่างไรก็ตามในฤดูฝนตรงนี้ก็ไม่มีปัญหาเพราะเราไม่ได้เอามาใช้ในหน้าฝนเก็บไว้ก่อนเราจะมาบูรณาการ ทางภาคเหนือก็เช่นเดียวกัน ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ภาคใต้ก็เช่นเดียวกันจะครอบคลุมไปทั้งประเทศ ซึ่งตรงนี้เราได้เตรียมความพร้อมประมาณหมื่นกว่าบ่อที่จะขุดเจาะในภาคการเกษตร พื้นที่ที่แล้งซ้ำซากซึ่งเรามีแผนรองรับอยู่แล้วในส่วนของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล นอกเหนือจากนั้นบางพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลระบบชลประทาน ระบบแหล่งน้ำเราก็แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าก่อนทางกรมทรัพยากรน้ำมีเครื่องสูบน้ำร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเอาเครื่องสูบน้ำคอยไปติดตั้งในที่ที่เป็นคลองน้ำหรือทางระบายน้ำที่น้ำไปไม่ถึง หรือที่น้ำตื้นเขินเราก็จะไปติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบน้ำจากลำน้ำต่าง ๆ ไปช่วยพี่น้องในภาคการเกษตร เราก็เตรียมความพร้อมตรงนี้ไว้ให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยแล้งในขณะนี้ พิธีกร : ขณะเดียวกันท่านรองยงยุทธครับ เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีการคุยผ่านระบบวิดิโอคอนเฟอเร้นซ์เป็นอย่างไรบ้างครับเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำ นายยงยุทธฯ : เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม เวลาประมาณ 10 นาฬิกา ทางท่านประชา ท่านธีระ และผม และผู้ว่าราชการจังหวัดไปโทรศัพท์ผ่านภาพทางไกลเพื่อที่จะได้ทำความเข้าใจให้ตรงกัน เพราะว่าผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้ที่ทำงานรับผิดชอบพื้นที่ทั้งหมด เราไม่ได้แบ่งงานในหน้าที่แต่เราแบ่งงานเป็นพื้นที่เพราะฉะนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องคอยบูรณาการงานทั้งหมด ซึ่งทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองก็มีหน่วยฝนหลวงอยู่ทั้งสิ้น 19 หน่วย และมีหน่วยที่จะเติมสารต่าง ๆ 3 หน่วย กระทรวงเกษตรฯ เองก็มีเครื่องสูบน้ำ 1,400 เครื่อง มาร่วมกับของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ก็จะทำให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเรื่องดังกล่าวได้ดีขึ้น นอกจากเราจะบูรณาการทั้งหมดแล้วนั้นก็อยากจะให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่าน้ำที่มีความสำคัญก็มี 3 ระดับ คือน้ำในการเพาะปลูก น้ำเพื่อการเกษตร น้ำบริโภคน้ำดื่ม และน้ำอุปโภคน้ำใช้ คือน้ำบริโภคคงจะขาดแคลนไม่ได้และต้องสะอาด น้ำเพื่อการเกษตรก็เช่นเดียวกันก็จะกระทบกับพี่น้องชาวเกษตรมาก สำหรับน้ำอุปโภคก็จะมีให้ตามสมควร นอกจากนั้นยังมีระเบียบการคลังในเรื่องของการทดรองเงินราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในกรณีฉุกเฉิน ปี 2546 และมีการแก้ไขเพิ่มเติมทั้งนั้นทั้งนี้เพื่อให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ครอบคลุม รวดเร็ว และโปร่งใสตอบสนองปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างรวดเร็ว พิธีกร : ซึ่งผู้ว่าราชการที่คอนเฟอเร้นซ์กันมีความเข้าใจและสามารถดำเนินการไปปฏิบัติได้ทันทีเลยไหมครับ นายยงยุทธฯ : คือภัยแล้งของประเทศไทยไม่ใช่เพิ่งเกิดนะครับ เกิดทุกปีเพียงแต่ว่าช่วงเวลานี้ของปีที่แล้วนั้นก็จะเป็นช่วงเวลาที่ต้องท่วม ปีนี้ช่วงเวลานี้ก็เป็นช่วงเวลาของภัยแล้งอย่างที่ท่านปรีชาได้กรุณาบอกว่าสภาวะอากาศของโลกได้เปลี่ยนแปลงไปเยอะมากเห็นชัด ๆ เปรียบเทียบปีที่แล้วกับปีนี้เป็นต้น ผู้ว่าราชการจังหวัดเองก็ได้มีประสบการณ์กันทุกคนทั้งแต่เป็นนายอำเภอ ปลัดจังหวัด เป็นรองผู้ว่าราชการ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดก็เจอเรื่องสภาพแบบนี้มาตลอดชีวิตราชการของเขาเพราะฉะนั้นก็คงจะแก้ปัญหาได้ครับ พิธีกร : สำหรับปีนี้พอภัยแล้งที่เกิดขึ้นในภาคใต้ท่านรัฐมนตรีครับ 2 ที่เราได้พูดถึงได้มีการช่วยเหลือกันอย่างไร เมื่อสักครู่ได้พูดคุยในส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือแต่ว่าภาคใต้แก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างไร นายปรีชาฯ : ต้องยอมรับว่า ทางภาคใต้ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ แต่อย่างไรก็ตามทางท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มีบัญชาสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยเหลือประชาชน พร้อมทั้งท่านนายกรัฐมนตรีเองท่านก็ให้ความสำคัญกับปัญหาความเดือดร้อนของทั้ง 77 จังหวัด ก็ให้ทุกกระทรวงเฝ้าระวังให้ดี วันนี้ผมเองก็ได้ไปภาคใต้ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วก็ไปที่จังหวัดพัทลุงที่เป็นรอยต่อเชื่อมไปยังมีพี่น้องประชาชนที่อยู่บริเวณเขตอุทยานแห่งชาติ บริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ มีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 300,000 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ของหลายหน่วยงาน ทั้งกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ และมีทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมีบางส่วนของกระทรวงมหาดไทยในการออกโฉนด ซึ่งมันที่พื้นที่ครอบคลุมหลากหลาย แล้วก็ต้องยอมรับนะครับว่ามันติดพื้นที่บางส่วนของโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ก็มีโครงการพระราชดำริเกี่ยวกับชลประทานปากพนัง ซึ่งเป็นระบบชลประทานที่ครอบคลุมไปให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่เกือบ 5 อำเภอ มีหลาย ๆ อำเภอ อย่างเช่น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอชีใหญ่ อำเภอหัวไทร อำเภอร่อนพิบูลย์ แล้วก็เป็นรอยต่อของพื้นที่จังหวัดพัทลุงและก็ในทุกปีในบริเวณเหล่านี้เป็นพื้นที่ป่าพรุ ระดับน้ำจริง ๆ แล้วภาคใต้ไม่เคยแล้งครับ ระดับน้ำในป่าพรุจะสูงขึ้นมาประมาณ 10 เซ็นติเมตร ทำให้ดินชุ่มชื้น และไม่เกิดความแห้งแล้ง พอมาปีนี้มันเกิดระดับในป่าพรุนั้นลดลงไป ประมาณ 4 - 5 เซ็นติเมตร แล้วเกิดความแห้งแล้ง เกิดความแห้งแล้งไม่พอ ประจวบเหมาะกับมีพี่น้องประชาชนอยู่ประมาณเกือบ 100,000 ครอบครัว ใน 5 อำเภอ ทำการเกษตร ทำไร่ ทำสวนบ้าง และมีบางส่วนอยากได้พื้นที่เพิ่มเติม หรือว่าบางส่วน นายทุนก็เข้ามา ก็ถือโอกาสที่มันแล้งตรงนี้ ไปถางป่า และประจวบเหมาะกับทางจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดพัทลุงแล้งพอดี แล้วก็มีการเผา เผาเพื่อจะเข้าไปบุกรุกป่า ซึ่งผมเองก็ร่วมกับทางผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมกับทางแม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร จากกระทรวงมหาดไทย เจ้าหน้าที่จากส่วนปกครองท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ออกไปตระเวนประชาสัมพันธ์บอกพี่น้องประชาชนว่าปีนี้มันแล้ง อย่าไปถางป่า อย่าไปเผาป่า เพราะที่ผ่านมายกตัวอย่างแล้วว่าประสบปัญหาอุทกภัยหลาย ๆ จังหวัด ทั้งจากภาคเหนือก็ดีให้พี่น้องประชาชนภาคใต้ได้เข้าใจ ตรงนี้อย่าไปถางป่า เพราะเป็นพื้นที่กว้างและเป็นป่าต้นน้ำ เรียกว่าป่า เขาปู่ เขาย่า เป็นรอยต่อของจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดพัทลุง ถ้าเราไม่อนุรักษ์ตรงนี้ไปถางป่า ไปตัดไม้ทำลายป่า ป่ามันก็เสื่อมโทรม มันเป็นป่าต้นน้ำก็ยิ่งจะส่งผลในปีต่อไป ฝนก็จะแล้ง ถึงแม้พี่น้องประชาชนเข้าไปทำกิน ถ้าเกิดแล้งก็ทำกินไม่ได้ ผมเองก็ได้สั่งการลงไปยังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติร่วมกับกองทัพ แม่ทัพภาคที่ 4 ขอให้ไปประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องประชาชน ให้ช่วยกันดูแลอนุรักษ์ฟื้นฟูป่า แล้วคนกับป่าต้องอยู่ร่วมกันได้ แต่อย่าไปบุกรุกเพิ่มเติม พื้นที่ตรงไหนที่พี่น้องประชาชนทำกินอยู่ เราเองก็จะสนับสนุนงบประมาณ ไปดูโครงการชลประทาน โครงการแหล่งน้ำตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีโครงการพระราชดำริอยู่แล้ว และก็มีโครงการของกรมทรัพยากรน้ำ ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดูแลอยู่แล้ว เราก็จะไปทำเป็นคลองไส้ไก่เชื่อมกับคลองหลักเพื่อให้บริเวณเหล่านั้นที่พี่น้องประชาชนทำการเกษตรก็มีน้ำ และเก็บกักระดับน้ำให้มันสูงในพื้นที่ให้อยู่ในระดับ 10 เซ็นติเมตร เพื่อให้พี่น้องทำการเกษตรได้ และเมื่อถึงหน้าแล้งป่าจะได้ไม่แห้ง เราก็ได้ประชาสัมพันธ์บอกพี่น้องประชาชน พิธีกร : ถ้าอย่างนั้นทางกระทรวงมหาดไทยมีวิธีการอย่างไร ในแง่ของการรับมือกับภัยธรรมชาติ เพราะเราก็ไม่รู้ว่ามันจะรุนแรงมากขึ้นหรือไม่ อาจจะเจอทั้งภัยแล้ง อาจจะเจอทั้งภัยน้ำท่วมด้วยครับ ในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน นายยงยุทธฯ : ครับ อย่างภาคใต้ก็มีคำกล่าวที่เรียกกันสนุก ๆ ว่า มีฝนอยู่ 8 เดือน มีแดดอยู่ 4 เดือน แต่เหตุการณ์ก็เปลี่ยนแปลงไป ในบางครั้งขณะที่มีป้ายบอกว่าพื้นที่นี้ประสบภัยพิบัติและภัยแล้ง เจ้าหน้าที่ก็นั่งเรือไปเพื่อเอาป้ายนั้นออก อย่างปีนี้ก็เป็นสภาวะการณ์ที่คงจะหนักไปเรื่อย ๆ รัฐบาลโดยการนำของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านก็ได้มีแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โครงการต่าง ๆ ที่คิดทำก็ไม่ได้ทำเฉพาะเรื่องอุทกภัย แต่ทำในเรื่องของภัยแล้งด้วย ไม่ให้น้ำมาก ไม่ให้น้ำขาด แล้วก็โครงการต่าง ๆ มีการเริ่มดำเนินการ และเมื่อโครงการต่าง ๆ สำเร็จแล้ว การแก้ปัญหาในระยะยาวก็เป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนและถาวรได้ ก็ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นนะครับว่าความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชนมันเป็นเรื่องใหญ่มาก ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ที่รัฐบาลต้องเอาใจใส่และดูแลทุกข์ สุขของพี่น้องประชาชนในเรื่องต่าง ๆ นี้ให้ได้ เพราะฉะนั้นก็มีคนถามมาก ทั้งเรื่องน้ำมาก น้ำไม่มี ดินโคลนถล่ม ซึ่งก็คงทำไปพร้อม ๆ กัน พิธีกร : ซึ่งในเรื่องของบุคลากรภายใต้การดูแลของกระทรวงมหาดไทยมีความพร้อมที่จะดูแลประชาชนให้ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติอย่างไรครับ นายยงยุทธฯ : เรามีโครงสร้างที่ดี เรามีกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เรามีพระราชบัญญัติป้องกันบรรเทาสาธารณภัยครับ ทั้งสองส่วนไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างก็ดี ส่วนของกฎหมายก็ดี คนก็ดี เงินก็ดี การบริหารจัดการก็ดี ก็มีความพร้อมระดับที่สูงมาก แล้วแต่ละท่านก็มีประสบการณ์มาไม่น้อยทีเดียว ก็อยากกราบเรียนว่า เมื่อได้รับการสนับสนุนงบประมาณได้รับการดูแลเอาใจใส่จากท่านนายกรัฐมนตรี ท่านลงมาดูแลด้วยตัวท่านเอง ก็เชื่อมั่นนะครับว่า ระดับความรุนแรง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนก็คงดีขึ้นครับ พิธีกร : ครับ ท้ายที่สุดแล้ว อยากถามท่านเรื่องของสถานการณ์ไฟป่าครับ ว่าทุกอย่างจะควบคุมได้ใช่ไหมครับ นายปรีชาฯ : คือ เราเองก็ไปดูสภาพ หนึ่งคือต้องเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ ก็ได้รับความร่วมมือจากแม่ทัพภาค ที่ 4 ผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็จากกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ เราประสานกำลัง ถึงขั้นว่าจัดตั้งได้ประมาณ 4 - 5 พันคน เราจะออกตระเวนไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ไปบอกกล่าวพี่น้องประชาชน ไปขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ถ้าเราเองไม่ร่วมมือกันแล้ว พี่น้องประชาชนในชุมชนก็จะเดือดร้อน อย่างไรก็ตามผมเองคิดว่าขณะนี้มีเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ของทางแม่ทัพภาคที่ 4 ตลอดถึงผู้ว่าราชการจังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้ามาดูในส่วนนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น มันจะมีหลายส่วน จริง ๆ อาจเกิดขึ้นจากพี่น้องประชาชนบางคนที่อยากจะได้ที่ไปเพาะปลูก อยากครอบครองพื้นที่บ้าง อย่างไรก็ตามวิธีการตรงนี้เราก็จะให้หน่วยงานไปบอกพี่น้องประชาชน แล้วเราก็จะไปเร่งรัดในการมีมาตรการปราบปราม ในการบุกรุก เราก็ไปประชุมกันว่าพื้นที่ตรงไหนเป็นของกระทรวงมหาดไทย โดยกรมที่ดินที่ไปออกโฉนดให้แล้ว แต่พื้นที่ตรงไหนที่เป็นของ สปก. ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พื้นที่ของกรมป่าไม้ พื้นที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ เราก็จะมาเตือนทั้งหมดอีกรอบหนึ่ง ว่าพื้นที่ตรงไหนถูกต้องก็บอกพี่น้องประชาชนว่าตรงไหนถูกต้อง พื้นที่ตรงไหนไม่ถูกต้องก็บอกว่าไม่ถูกต้อง ตรงไหนที่ออกโฉนดไม่ชอบเราก็จะเวนคืนเอากลับมาเป็นของกรมอุทยานแห่งชาติ หรือของกรมป่าไม้ พิธีกร : ก็คือว่า พอประชาชนได้รับทราบข้อมูลทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการป้องไฟป่า หรือว่าพื้นที่เป็นอย่างไรก็จะทำให้การอยู่ร่วมกันกับธรรมชาตินั้นได้ดีที่สุดด้วย ขอบพระคุณทั้งสองท่านมากเลยครับ ทั้งหมดคือ รายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน วันนี้ผมธีรัตถ์ รัตนเสวี สวัสดีครับ ......................................................... กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
|