วันนี้ (17 ส.ค. 55) เวลา 10.00 น. ณ บริเวณริมคลองสามวา หน้าวัดบัวแก้วศรัทธาธรรม เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานโครงการ แนวร่วมดูแลคูคลอง “รวมแรงไทย รักษาน้ำใสทุกคูคลอง” จัดโดยกระทรวงการคลัง โดยมีนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมตัวแทนจากกองทัพบกและผู้บริหารบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารบริษัท ไทยฟูรูกาว่า จำกัด (มหาชน) รวมถึงผู้อำนวยการเขตคลองสามวาและตัวแทนชุมชนเข้าร่วมในพิธีดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า รัฐบาลได้จัดให้กระทรวงการคลังจัดทำโครงการแนวร่วมดูแลคูคลอง “รวมแรงไทย รักษาน้ำในทุกคูคลอง” หรือที่เรียกว่า CSR (Corporate Social responsibility) ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล จำนวน 277 คลอง เพื่อปรับปรุงทัศนียภาพริมตลิ่งให้เรียบร้อยและสวยงาม โดยได้มีการเชิญชวนชุมชน บ้าน วัด โรงเรียน บริษัทเอกชน และภาครัฐ ร่วมกันดูแลรักษาคูคลองอย่างยั่งยืนในรูปแบบของกิจกรรม CSR โดยมีเป้าหมายที่จะให้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความสุขกับประชาชนไม่ต้องประสบกับภาวะมหาอุทกภัยอย่างปีที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากเหตุการณ์อุทกภัยที่ผ่านมาได้สร้างความเสียหายให้กับประชาชนที่อยู่ใกล้คลองพบว่า คูคลองต่าง ๆ ไม่ได้ถูกขุดลอกมาเป็นเวลานาน ซึ่งทำให้มีสิ่งกีดขวางต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่ปลายน้ำคือ ส่วนพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลต่าง ๆ ในส่วนของรัฐบาลพร้อมที่จะดำเนินการให้มีการขุดลอกคูคลอง และท่อระบายน้ำเพื่อไม่ให้มีสิ่งกีดขวางและให้น้ำสามารถไหลผ่านลงไปได้อย่างรวดเร็ว โดยมอบหมายให้กองทัพดำเนินการขุดลอกคูคลองในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 277 คลอง เพื่อปรับทัศนียภาพริมตลิ่งของบ้านเรือนของประชาชน ให้สวยงาม และใช้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวที่สร้างความประทับใจ ที่สำคัญต้องการให้น้ำได้มีการระบายไหลลงสู่ทะเลโดยเร็วที่สุด โดยขอความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชนและชุมชนให้ร่วมกันดูแลคูคลอง เพื่อรักษาคูคลองไม่ให้ตื้นเขิน และสร้างจิตสำนึกร่วมกันในการรักษาด้วยการไม่ทิ้งขยะ ตลอดจนสิ่งกีดขวางต่าง ๆ “ภาครัฐพร้อมที่จะทำงานร่วมกับภาคเอกชนในการที่ขุดลอกคูคลองให้มีความสะอาด โดยการช่วยกันบูรณะทำคลองให้สะอาด อีกทั้ง ยังมีเป้าหมายที่จะขุดลอกคูคลองอีกจำนวน 307 คลอง ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกระทรวงการคลังและภาคเอกชนที่จะดำเนินการร่วมกัน เพื่อสร้างความสามัคคีร่วมกัน โดยยึดหลักที่ว่า ประชาชนและภาคเอกชนเป็นเจ้าของคลอง” นายกรัฐมนตรีกล่าว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลจะต้องอาศัยความร่วมมือของภาคเอกชนและประชาชนในแต่ละพื้นที่ให้ช่วยกันเป็นกลไกในการดูแลคูคลองของชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียงให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี ไม่ตื้นเขิน และสามารถรองรับปริมาณน้ำในยามวิกฤติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการกล่าวคำปฎิญาณและปล่อยขบวนสารวัตรประจำคลองลงเรือ เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ พร้อมมอบอุปกรณ์สำหรับดูแลรักษาคูคลองให้กับตัวแทนชุมชนหมู่ 1 บางชันและชุมชนวัดบัวแก้ว จากนั้น ได้เดินชมนิทรรศการริมคลองสามวาและร่วมลงนามในป้าบปฎิญาณร่วมรักษาคลองกับตัวแทนภาครัฐและเอกชนรวมถึงประชาชนผู้ร่วมดูแลคลองสามวา ก่อนปิดท้ายกิจกรรมด้วยการแจกสติ๊กเกอร์รณรงค์โครงการฯ ให้กับชาวชุมชนที่มาร่วมต้อนรับและชุมชนในบริเวณใกล้เคียง **************** กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก ชมพูนุท / รายงาน
|