วันนี้ (12 ส.ค.55) เวลา 19.19 น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายอนุสรณ์ อมรฉัตร คู่สมรส เป็นประธานพิธีถวายเครื่องราชสักการะ จุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล และถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 โดยมี คณะรัฐมนตรี ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ องค์กรเอกชนและประชาชนทุกสาขาอาชีพ เข้าร่วมในพิธีเพื่อแสดงความจงรักภักดี โดยโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยถ่ายทอดสดทั่วประเทศ เมื่อนายกรัฐมนตรีและคู่สมรส เดินทางถึง ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ได้เดินขึ้นสู่เวที และเข้าประจำ ณ แท่นเกียรติยศ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาฤกษ์ จบแล้ว นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวรายงานถึงภาพรวมของการจัดกิจกรรมของภาครัฐเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 จากนั้น นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ในฐานะประธานกรรมการจัดงานมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาพระบรมราชินินาถ ภาคประชาชน ซึ่งประกอบด้วย คณะกรรมการมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช คณะกรรมการจัดงานฯ และพสกนิกรทุกหมู่เหล่าที่ร่วมอยู่ในพิธีนี้ กล่าวรายงานถึงความร่วมมือในการจัดงานฯ โดยสรุปว่า เนื่องจากปีนี้เป็นปีที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา คณะกรรมการจัดงานภาคประชาชนซึ่งประกอบด้วย พระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดยานนาวา ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ฝ่ายบรรพชิต ดร.ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง ประธานที่ปรึกษาการจัดงานฝ่ายคฤหัสถ์ ดร.จรินทร์ สวนแก้ว ประธานมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ พ่อค้าและประชาชน ทุกสาขาอาชีพที่ได้ร่วมกันจัดงาน ด้วยความปลื้มปีติยินดีที่ได้แสดงออกซึ่งความจงรักภักดี และด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ทั้งในส่วนกลางและในต่างจังหวัดพร้อมกันทั่วราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 8-13 สิงหาคม 2555 สำหรับการจัดงานที่ส่วนกลาง จะประกอบด้วยงานพิธีการ กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ และการจัดมหรสพสมโภช โดยจัดเวทีหลักที่บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง สำหรับงานพิธีการที่สำคัญยิ่ง ได้แก่ พิธีถวายเครื่องราชสักการะ จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล และถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ ของพสกนิกรทุกหมู่เหล่าทั่วราชอาณาจักร และในนานาประเทศทั่วโลก โดยถ่ายทอดผ่านทางอินเทอร์เน็ตและโกลบอลเน็ตเวิร์ก ซึ่งขณะนี้ได้อัญเชิญเครื่องราชสักการะขึ้นถวายต่อเฉพาะพระพักตร์พระบรมสาทิสลักษณ์อยู่พร้อมแล้ว จากนั้น นายกรัฐมนตรีและคู่สมรส ถวายคำนับหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นายกรัฐมนตรีเปิดกรวยกระทงดอกไม้ถวายเครื่องราชสักการะ ถวายคำนับ จุดเทียนชัยถวายพระพร แล้วถวายคำนับ ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ และกล่าวนำถวายพระพรชัยมงคลหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ ดังนี้
ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า มีความปลื้มปีติเป็นล้นพ้น ที่ได้มาร่วมชุมนุมอย่างพร้อมเพรียงกัน ณ บริเวณมณฑลพิธีแห่งนี้ และในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ที่เวียนมาบรรจบครบรอบอีกวาระหนึ่งในวันนี้ ปีพุทธศักราช 2555 นี้ นับเป็นปีมหามงคล ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 80 พรรษา ข้าพระพุทธเจ้าและปวงชนชาวไทย จึงได้พร้อมใจกันจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเทิดพระเกียรติ และถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวาระมหามงคลนี้ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยประจักษ์แจ้งว่าตลอดระยะเวลาอันยาวนานนับตั้งแต่ทรงดำรงพระราชอิสริยยศ เป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงมีความเอื้ออาทรห่วงใยราษฎร และทรงอุทิศทุ่มเทกำลังพระวรกาย กำลังพระปัญญา และพระราชทรัพย์ ปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อขจัดปัดเป่าปัญหาความทุกข์ยากของอาณาประชาราษฎร์ ด้วยพระราชหฤทัย หวังให้ทวยราษฎร์มีการกินดีอยู่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความร่มเย็นเป็นสุข พระราชกรณียกิจทั้งหลายทั้งปวง ล้วนเกี่ยวกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎร ทั้งด้านการศึกษา การแพทย์และสาธารณสุข การศาสนา เกษตรกรรม การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณี อันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ และเป็นมรดกอันล้ำค่าของสังคมไทย การสร้างอาชีพให้แก่ราษฎร ตลอดจนการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวพระราชดำริทุกโครงการ ล้วนแสดงถึงพระอัจฉริยภาพ และพระปรีชาสามารถอันล้ำเลิศ ทรงแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ และมุ่งสู่การพัฒนาแบบยั่งยืน ซึ่งเป็นการเอื้ออำนวยให้ทวยราษฎร์มีความรู้ มีอาชีพ มีรายได้ มีที่อยู่อาศัย มีทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และมีชีวิตที่ผาสุกร่มเย็น โดยเฉพาะโครงการศิลปาชีพ นอกจากจะส่งเสริมอาชีพของราษฎรและอนุรักษ์ภูมิปัญญาของท้องถิ่น ไว้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติแล้ว ยังได้รับความนิยมจากต่างประเทศ พระเกียรติคุณเป็นที่ประจักษ์และแซ่ซ้องสดุดีไปทั่วสากล ณ มหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2555 นี้ ข้าพระพุทธเจ้า ขอพระราชทานพระราชานุญาต นำพสกนิกรทั้งหลายที่ชุมนุมอยู่ ณ ที่นี้ และสถานที่ประกอบพิธีในส่วนภูมิภาคทั่วราชอาณาจักร รวมทั้งในต่างประเทศทั่วโลก กล่าวถวายพระพรชัยมงคล โดยพร้อมเพรียงกัน ดังต่อไปนี้ "ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายพระพรชัยมงคล ด้วยความจงรักภักดี ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และอำนาจสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดอภิบาลบันดาลดล ให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระเกษมสำราญ พระชนมพรรษายิ่งยืนนาน พระสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง มีพระราชประสงค์จำนงใด ขอจงสัมฤทธิ์ สถิตเป็นพระมิ่งขวัญ คู่พระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทรงเป็นร่มโพธิ์ทอง ของปวงชนชาวไทยตราบกาลนาน" ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ต่อจากนั้น วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี โดยนายกรัฐมนตรีนำร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี จบแล้วนายกรัฐมนตรีถวายคำนับ จากนั้นนายกรัฐมนตรีและคู่สมรส เดินกลับไปยืน ณ แท่นเกียรติยศ พร้อมถือโคมเทียนและร่วมขับร้องเพลงสดุดีมหาราชา 2 จบ พร้อมกับผู้เข้าร่วมพิธี จบแล้ว นายกรัฐมนตรีกล่าวนำ "ทรงพระเจริญ" 3 ครั้ง ประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างเปล่งเสียง "ทรงพระเจริญ" ดังกึกก้องทั่วท้องสนามหลวง และต่อจากนั้นเป็นการแสดงจุดพลุดอกไม้ไฟ ----------------------------------- กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก วิมลมาส รัตนมณี / รายงาน ฐานันดร์ นาคยุติ / ถ่ายภาพ |