วันนี้ (10 สิงหาคม 2555) เวลา 17.30 น. ณ ณ อาคารผู้โดยสารขาออก Row A ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานมหกรรมผ้าไหมไทย ร่วมเทิดไท้ราชินี (Celebration of Silk, The Miracle journey) จัดโดย กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-12 สิงหาคม 2555 โดยมี นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตลอดจนคณะทูตและภริยาชาวต่างชาติ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชน นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า การจัดงานดังกล่าว เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชีนีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 และส่งเสริมการนำศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น มาสร้างผลิตภัณฑ์ด้านวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เป็นวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ที่ก่อให้เกิดคุณค่าทางสังคม และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และนำมาซึ่งรายได้สู่ชุมชน โดยจัดกิจกรรมแสดงผลงานและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยตามโครงการพระราชดำริจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เช่น การจัดนิทรรศการผ้าไหม การแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวสู่หมู่บ้านผลิตไหมจาก 4 ภูมิภาค การสาธิตการทอผ้าไหม และแฟชั่นโชว์โดยคณะภริยาทูตประเทศต่างๆ ที่ประจำอยู่ในประเทศไทยกว่า 20 ประเทศ และนายแบบ นางแบบอาชีพ เป็นต้น โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเปิดงานว่า การจัดงานมหกรรมผ้าไหมไทย ร่วมเทิดไท้ราชินี เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้รู้จักผ้าไหมไทย อย่างกว้างขวางมากขึ้น อีกทั้ง ยังแสดงให้เห็นถึงฝีมือภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรมไทยและความประณีตบรรจงงดงามของผลิตภัณฑ์ไหมไทยที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน รวมทั้งแสดงถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงตระหนักและให้ความสำคัญกับการนำวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น มาสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างผลิตภัณฑ์และบริการด้านวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เป็นวัฒนธรรมที่ก่อให้เกิดคุณค่าทางสังคม และนำมาซึ่งรายได้สู่ครอบครัวและชุมชน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากมาย เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและความทุกข์ยากของราษฎร โดยเฉพาะโครงการศิลปาชีพและโครงการหม่อนไหม ซึ่งเป็นโครงการที่มีพระราชประสงค์จะทรงฟื้นฟูและอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านแต่ละท้องถิ่น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อันล้ำค่าของชาติ เพื่อให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป รัฐบาลมีนโยบายให้การสนับสนุนการดำเนินงานในโครงการพระราชดำริอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม เพื่อพัฒนางานศิลปหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อการสร้างเอกลักษณ์และผลิตสินค้าในท้องถิ่น โดยสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิศิลปาชีพในการผลิตงานศิลปหัตถกรรมที่มีคุณค่า เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ราษฎรผู้ยากไร้ให้สามารถพัฒนาเป็นช่างฝีมือด้านศิลปะที่มีความสามารถสูง และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ รวมทั้งส่งเสริมการนำทุนทางวัฒนธรรมของประเทศมาสร้างคุณค่าทางสังคมและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ อีกทั้ง ประเทศไทยยังมีทรัพยากร ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และบุคลากรที่มีความสามารถไม่แพ้ประเทศใดในโลก ถ้าหากได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายก็สามารถนำศักยภาพและความพร้อมทุกด้านที่มีอยู่เชื่อมโยงกับความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งจะสามารถพัฒนาต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการของไทยได้อย่างดี และสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายต่อไป พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีและคณะร่วมชมการแสดงแฟชั่นโชว์ โดยคณะภริยาทูตประเทศต่างๆ ที่ประจำอยู่ในประเทศไทย (20 ชุด) และแฟชั่นโชว์ร่วมสมัย จำนวน 20 ชุด พร้อมทั้ง มอบช่อดอกไม้แก่หน่วยงานสนับสนุนการจัดงาน และคณะภริยาทูตพร้อมถ่ายภาพร่วมกัน จากนั้น นายกรัฐมนตรีและคณะได้เดินทางไปร่วมชมการแสดงแฟชั่นโชว์ผ้าไทยผลงานของ 40 นักออกแบบเสื้อผ้าชั้นแนวหน้าของไทยในรูปแบบค็อกเทล ณ ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานครต่อไป ************************* กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก ชมพูนุท / รายงาน/จักรกฤช ถ่ายภาพ ลัดดา / ตรวจ |