วันนี้ (1 ก.ค. 55) ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พลเอกพิศาล วัฒนวงษ์คีรี ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการบริหาร และประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารสมาคม องค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ได้นำคณะกรรมาธิการบริหารสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย เข้าพบนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อหารือข้อราชการ และชี้แจงปัญหาผลกระทบตามนโยบายรัฐบาลในการเพิ่มเงินเดือนและเงินค่าครองชีพชั่วคราวแก่ข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ
ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารสมาคม รายงานว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาลและองค์การบริหารส่วสตำบล ประสบปัญหาเรื่องงบประมาณที่จะใช้บริหารและพัฒนาท้องถิ่น พร้อมทั้งดูแลทุกข์สุขของประชาชน จากนโยบายของรัฐบาล ในการจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนแต่ละปีไม่สอดคล้องกับภารกิจที่เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลได้รับ อีกทั้ง ยังมีการปรับเพิ่มเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวให้แก่ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างและพนักงานจ้างของเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล ตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้ข้าราชการที่มีวุฒิปริญญาตรีได้รับค่าตอบแทนขั้นต่ำ 15,000 บาท และที่มีวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรีได้รับขั้นต่ำ 9,000 บาท นั้น ปรากฎว่า เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล มีภาระที่ต้องจ่ายเพิ่มและได้รับผลกระทบจากการเพิ่มครั้งนี้เป็นเงินจำนวนมาก จึงขอให้รัฐบาลได้ช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว เพื่อให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชย์สูงสุดแก่ประชาชน โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการทำงานที่ต้องใกล้ชิดกับประชาชน รัฐบาลพร้อมที่จะลงไปในพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นร่วมกัน สำหรับปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนของเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลนั้น ก็จะส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูในรายละเอียดต่อไป นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง ภารกิจสำคัญอย่างหนึ่งที่ประเทศไทยจะก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียนในอีก 3 ปีข้างหน้า รัฐบาลได้มีการทำ Work shop ที่จะปรับงานทั้งหมด เพื่อรองรับอีก 3 ปีข้างหน้าที่ประเทศไทยจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างด้วยความพร้อมของกระทรวงแล้ว ต่อไปก็ต้องทำงานร่วมกับทางจังหวัดและท้องถิ่นด้วย อีกทั้งในส่วนของท้องถิ่นมีความต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลืออะไรบ้างหรือหากมีข้อแนะนำอะไรเพิ่มเติมทางรัฐบาลพร้อมยินดีที่จะรับฟัง พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีขอให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล และให้ช่วยกันดูแลเรื่องการก่อสร้างพนังกั้นน้ำ การขุดลอกคูคลอง เพื่อให้แล้วเสร็จทันกับฤดูฝนที่กำลังจะมา และให้ประสานงานกับกระทรวงมหาดไทยในการดูแลประชาชนในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด โดยฝากให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ) ลงไปดูในพื้นที่ ซึ่งปีนี้รัฐบาลจะจัดตั้ง “ศูนย์ส่วนหน้า” เพื่อรองรับภัยพิบัติ โดยจะประสานกับทางจังหวัดที่จะมีการจัดตั้งศูนย์ส่วนหน้า ซึ่งเดิมจะอยู่ภายใต้กรมป้องกันบรรเทาและสาธารณภัยอยู่แล้ว แต่จะมีการปรับเพิ่มอำนาจหน้าที่ในการทำงานมากขึ้น เพื่อให้การบริหารจัดการสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และครอบคลุมทุกภัยพิบัติ ต่าง ๆ มากยิ่งขึ้นอีกด้วย
********** กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก ชมพูนุท / รายงาน
|