นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกเดินทางเยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17-19 กรกฎาคม 2555 ซึ่งเป็นการเดินทางเยือนประเทศในยุโรปเป็นประเทศแรก เพื่อพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจสีเขียว ขยายความร่วมมือด้านการอาชีวศึกษา และพัฒนาความสัมพันธ์ในด้านอื่น ๆ อาทิ การจัดการภัยพิบัติ และความร่วมมือไตรภาคีเพื่อการพัฒนาสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในการพัฒนาการเมืองและเศรษฐกิจของไทย และตระหนักถึงศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางด้านการค้าและการลงทุนในอาเซียน รวมถึงบทบาทของไทยในภูมิภาคและเวทีระหว่างประเทศ วันนี้ (17 ก.ค. 55) เวลา 14.00 น. นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะประกอบด้วยบุคคลสำคัญ อาทิ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยเครื่องบินพิเศษของบริษัทการบินไทย จำกัด มหาชน เพื่อไปยังท่าอากาศยานกรุงเบอร์ลิน (Berlin Tegel Airport, Military Site) กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ทั้งนี้ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรปและอันดับสี่ของโลก และมีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2405 ที่ผ่านมาความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับเยอรมนีดำเนินไปด้วยความราบรื่น ทั้งสองประเทศมีการแลกเปลี่ยนการเยือนในทุกระดับอย่างสม่ำเสมอ โดยเยอรมนีเป็นคู่ค้าอันดับที่ 14 ของไทย และเป็นอันดับที่ 1 จากสหภาพยุโรป โดยในปี 2554 มีมูลค่าการค้าระหว่างกันรวม 9,154 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย ในปี 2554 เยอรมนีลงทุนในไทยผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จำนวน 36 โครงการ รวม 2,392 ล้านบาท โดยจัดเป็นอันดับที่ 4 ของการลงทุนจากทวีปยุโรป รองจากประเทศเนเธอร์แลนด์ สวีเดน และฝรั่งเศส โดยสาขาที่เยอรมนีเข้ามาลงทุนในไทย ได้แก่ สาขาสาธารณูปโภคและบริการ ผลิตภัณฑ์โลหะ และเครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง โดยเฉพาะชิ้นส่วนยานยนต์ การเยือนครั้งนี้ เป็นการเยือนอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี นับเป็นการเยือนครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีไทย นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 และเป็นการเยือนในปีที่ไทยกับเยอรมนีกำลังฉลองครบรอบ 150 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต โดยไทยจะใช้โอกาสนี้ขยายความร่วมมือกับเยอรมนีด้านเศรษฐกิจสีเขียว พลังงานทดแทน การก่อสร้างอาคารี่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งผลักดันการค้าการลงทุน โดยนายกรัฐมนตรีและคณะ มีกำหนดการเดินทางถึงกรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ในเวลา 20.10 น. ตามเวลาท้องถิ่น (เวลาที่กรุงเบอร์ลินช้ากว่ากรุงเทพฯ 5 ชั่วโมง) และมีกำหนดการสำคัญในวันที่ 18 กรกฎาคม 2555 คือ การเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันที่นายกรัฐมนตรีเยอรมนีเป็นเจ้าภาพ เพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีและคณะ ****************************** กลุ่มวิเทศสัมพันธ์/สำนักโฆษก |