วันนี้ (12ก.ค.55) เวลา 09.40 น. ห้องประชุม 301 ตึกแดง 1 ทำเนียบรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมการติดตามผลการดำเนินงานเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย ร่วมกับคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ และอุทกภัย (กบอ.) และผู้ที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงคมนาคม กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรุงเทพมหานคร ฯลฯ โดยมี นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมด้วย เมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางถึงบริเวณตึกแดงได้มายังจุดลงทะเบียนผู้มาขอรับเอกสารรายละเอียดในการเสนอกรอบแนวคิด (Conceptual Plan) เพื่อออกแบบก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย ซึ่งได้เปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2555 และจะปิดรับลงทะเบียนในวันที่ 23 กรกฎาคม 2555 โดยขณะนี้มีบริษัททั้งในประเทศ และต่างประเทศ ที่สนใจมาลงทะเบียนขอรับข้อเสนอกรอบแนวความคิด ตั้งแต่วันที่ 9-11 กรกฎาคม 2555 รวม 97 ราย ซึ่งเบื้องต้นได้จัดเอกสารดังกล่าวไว้ 500 ชุด โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่า การดำเนินการโครงการนี้ดำเนินการด้วยความโปร่งใส ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยว่า วันนี้ที่ประชุมได้มีการติดตามการทำงาน รวมทั้งหารือถึงวิธีการทำงานและเตรียมโครงสร้างการทำงานของศูนย์ปฏิบัติการ single command เพื่อปรับเป็นศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าประสานไปยังทุกจังหวัดและทุกกระทรวง และหารือถึงความรับผิดชอบ ขอบข่ายหน้าที่ของแต่ละหน่วยที่เกี่ยวข้องเมื่อมีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้น รวมถึงในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ให้สอดรับกับระดับการเตือนภัยในระดับต่าง ๆ เช่น การเตือนภัยในระดับจังหวัด มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อำนวยการศูนย์ และพิจารณาเกี่ยวกับความเสียหายและสถานการณ์ภัยพิบัติว่าสถานการณ์ใดจะต้องมีการยกระดับการเตือนภัย เป็นต้น พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังหารือเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำในพื้นที่ปลายน้ำของ กรุงเทพมหานครที่มีโครงการตามแนวพระราชดำริแก้มลิงคลองสนามชัย- คลองมหาชัย โดยเรื่องนี้ได้มอบหมายให้อนุกรรมการระบายน้ำหารือร่วมกับกรุงเทพมหานคร เพื่อหาแนวทางและเร่งรัดในการระบายน้ำทั้งในฝั่งตะวันตกและตะวันออกให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันได้สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหารือกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการทุกจังหวัดในการดูแลคูคลองหรือท่อที่ได้มีการดำเนินการไปแล้วไม่ให้มีสิ่งอุดตันหรือกีดขวางการระบายน้ำ รวมทั้งให้มีการกำจัดวัชพืช เช่น ผักตบชะวา ไม่ให้กีดขวางทางน้ำไหล ตลอดจนได้สั่งการเรื่องของการพยากรณ์ในเรื่องการระบายน้ำให้มีการเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เป็นต้น
ขณะที่ทางด้าน นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย ( กบอ.) ว่า ปีนี้ (2555) ขอให้มีความสบายใจได้ว่าน้ำจะไม่ท่วม เนื่องจากการเปรียบเทียบผลกระทบจากพายุพบว่า ปีนี้มีพายุน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ขณะที่สถานการณ์ฝน (ข้อมูล ณ วันที่ 9 ก.ค.55) ปริมาณฝนสะสมตั้งแต่ต้นปี 2555 ถึงวันที่ 9 กรกฎาคม 2555 วัดปริมาณน้ำฝนได้น้อยกว่าปีที่แล้ว ( 2554) คิดเป็นร้อยละ 11 รวมถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อน โดยเขื่อนภูมิพล (ข้อมูล ณ วันที่ 10 ก.ค.55) ปริมาณน้ำไหลลงอ่างสะสม เมื่อวันที่ 10 ปี 2555 เท่ากับ 1,125 ล้าน ลบ.ม. ต่ำกว่าปี 2554 ในช่วงเวลาเดียวกันอยู่ที่ 1,527 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่เขื่อนสิริกิติ์ที่มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างสะสม ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2555 เท่ากับ 1,475 ล้าน ลบ.ม. ต่ำกว่าปี 2554 ในช่วงเวลาเดียวกันอยู่ที่ 1,164 ล้าน ลบ.ม. ส่วนปริมาณระบายสะสม ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2555 เท่ากับ 5,934 ล้าน ลบ.ม. สูงกว่าปี 2554 ในช่วงเวลาเดียวกันอยู่ที่ 2,436 ล้าน ลบ.ม. เช่นเดียวกับสถานการณ์น้ำในแม่ย้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำป่าสัก ระบายน้ำอย่างต่อเนื่องและต่ำกว่าปีที่แล้วค่อนข้างมาก จึงทำให้มั่นใจว่าในปีนี้น้ำจะไม่ท่วมกรุงเทพมหานคร ยกเว้นพื้นที่ราบลุ่มต่ำมากๆ เช่นบริเวณริมแม่น้ำที่อาจจะท่วมบ้างแต่เป็นระยะเวลาที่ไม่นาน พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้กล่าวถึงค่าชดเชย พื้นที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยว่า พื้นที่ทั้งในและนอกเขตชลประทาน หากน้ำท่วมโดยธรรมชาติ เช่น ได้รับผลกระทบจากปริมาณฝนจนส่งผลให้น้ำท่วมนั้น รัฐบาลจะมีการจ่ายค่าชดเชยเยียวยาในหลักเกณฑ์เดิม ส่วนพื้นที่ใดที่เกิดน้ำท่วมโดยการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล จะมีการจ่ายค่าชดเชยเยียวยาในหลักเกณฑ์เดิมพร้อมโบนัสพิเศษให้ด้วย โดยจะใช้หลักเกณฑ์คำนวณจากระยะเวลาที่น้ำท่วมขังเพื่อชดเชยการเสียโอกาสในการประกอบอาชีพและการใช้ชีวิตให้กับประชาชน โดยกระทรวงมหาดไทยและกรมชลประทานจะเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวก่อนนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
นอจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า หลังจากที่ได้มีการเปิดให้บริษัททั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เข้ารับเอกสารรายละเอียดในการเสนอกรอบแนวคิด (Conceptual Plan) เพื่อออกแบบก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย ก่อนนำกลับมาเสนอต่อรัฐบาลตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2555 จนถึงขณะนี้ มีผู้สนใจมารับร่างทีโออาร์ ดังกล่าว ทั้งหมด ประมาณ 100 จำนวนรายแล้ว ซึ่งเป็นผลที่น่าพอใจเพราะการดำเนินการในครั้งนี้เป็นที่รับรู้อย่างกวางขวางของคนที่ทำงานทางด้านการก่อสร้างทั้งในและต่างประเทศ โดยวันที่ 23 กรกฎาคม 2555 จะเป็นวันสุดท้ายในการเปิดให้รับร่าง ทีโออาร์ ดังกล่าว และในวันที่ 24 กรกฎาคม 2555 รัฐบาลจะชี้แจงรายละเอียดทีโออาร์ ให้รับทราบ โดยจะมีการแต่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาจำนวน 2 ชุด คือ 1.คณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติเบื้องต้น เช่น บริษัทที่เข้ามาได้มีการจดทะเบียนจริงหรือไม่ มีทุนจดทะเบียนจำนวนเท่าไร ถูกต้องตามกฎหมายไทยหรือไม่ และ 2.คณะกรรมการพิจารณาใช้ระบบคะแนนทุกบริษัท โดยคณะกรรมการชุดที่ 2 เป็นผู้พิจารณาคัดเลือกบริษัทที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามที่กำหนด ซึ่งหลังวันที่ 24 กรกฎาคม 2555 จะมีการตั้งคณะกรรมการชุดแรกขึ้นมา จากนั้นจะมีการคัดเลือกคณะกรรมการชุดที่ 2 ทั้งนี้คณะกรรมการทั้ง 2 ชุด จะมีข้าราชการที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำเข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย โดยยืนยันจะไม่มีนักธุรกิจเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการดังกล่าวทั้งสองชุด
ทั้งนี้ในการพิจารณาว่าบริษัทใดจะได้รับคัดเลือกนั้น จะพิจารณาจากการเสนอแผนบริหารจัดการน้ำเป็นอย่างไร ทั้งทางด้านเทคนิคนั้นสามารถใช้กับเมืองไทยได้จริงหรือไม่ รวมทั้งสามารถฝึกอบรมและถ่ายถอดความรู้ในเรื่องดังกล่าวให้ประเทศไทยได้ ราคาที่เสนอในการดำเนินการโครงการจำนวนเท่าไร ตลอดจนการก่อสร้างเป็นไปด้วยความรวดเร็วหรือไม่ เป็นต้น
------------------------------------- กลุ่มยุทศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
วิไลวรรณ/รายงาน
สมภัสสร/ถ่ายภาพ
|