วันนี้ เวลา 08.00 น. ดร. เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน (Dr. Edward de Bono) ปรมาจารย์ด้านความคิดเชิงสร้างสรรค์ เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล สรุปสาระสำคัญ ดังนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับและรู้สึกเป็นเกียรติที่ ดร.เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน ซึ่งเป็นปรมาจารย์ด้านความคิดเชิงสร้างสรรค์และผู้ริเริ่มความคิดเรื่อง Lateral Thinking (การคิดนอกกรอบ) มาเยี่ยมทำเนียบรัฐบาลในวันนี้ พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมแนวความคิด Six Thinking Hats อันโด่งดันของดร.โบโน ที่เสนอวิธีคิด 6 มุมมอง แบบรอบด้าน เสมือนการสวมหมวกแต่ละใบ นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้นำองค์ความรู้และแนวคิดของดร.โบโน่ มาประยุกต์ใช้ โดยภาคเอกชนไทยได้จัดตั้งศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ ตามแนวทางของดร.โบโน่ขึ้น โดยเปิดอบรมหลักสูตรการคิดแบบหมวก 6 ใบ ด้วย ระหว่างการสนทนา นายกรัฐมนตรียังประสงค์ที่จะรับฟังแนวคิดของดร.โบโนเกี่ยวกับการนำแนวความคิดเชิงสร้างสรรค์และการคิดนอกกรอบมาประยุกต์กับนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย ซึ่ง ดร.โบโนได้อธิบายหลักการทำงานของพื้นฐานสมองที่ทำให้เกิดความคิดสร้างสร้างในเชิงบวก นั่นคือการคิดแบบคู่ขนาน ทั้งเพื่อแก้ปัญหาโดยใช้เหตุและผล ควบคู่ไปกับการคิดในเชิงบวกและสร้างสรรค์ อันจะนำมาซึ่งการอธิบายเชิงถ้อยคำภาษาที่ครอบคลุมและตรรกะที่ชัดเจน อันนำไปสู่การตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้เพราะสมองของมนุษย์ถูกออกแบบมาให้การวิเคราะห์ในเชิงสร้างสรรค์ด้วย อย่างไรก็ดี มนุษย์มักใช้สมองในการวิพากษ์วิจารณ์มากกว่าการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งในระดับประเทศดร.โบโน ให้ความสำคัญมากที่สุด คือการพัฒนาการศึกษาและหล่อหลอมให้เด็กๆ รู้จักคิดอย่างสร้างสรรค์ นอกเหนือจากในห้องเรียน ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึง นโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย ซึ่งรัฐบาลจะเริ่มจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานก่อนเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ จากนั้นจะสร้างรากฐานและปลูกฝังความสามารถด้านการคิดในระบบการศึกษาไทย เพื่อการกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และนำไปสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยการเตรียมความพร้อมให้แก่เด็กและเยาวชนในเรื่องการศึกษาเชิงสร้างสรรค์ โดยรัฐบาลให้ความสำคัญการการปฏิรูปการศึกษาสูงสุดและมีแผนการที่จะเสนอให้มีการลดเวลาเรียนในห้องเรียนลงร้อยละ 30 เพื่อให้เด็กๆ เรียนรู้จากสิ่งรอบตัวนอกห้องเรียนมากขึ้น และมีเวลาคิดในเชิงสร้างสรรค์มากกว่าเนื้อหาที่เรียนในห้อง ในตอนท้าย ดร.โบโน กล่าวแสดงความยินดีที่ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนายกรัฐมนตรีและชื่นชมแนวคิดของรัฐบาลไทย และดีใจที่ได้เห็นรัฐบาลไทยได้มีนโยบายในเชิงสร้างสรรค์ Creative Economy ซึ่งเชื่อว่า จะทำให้ประเทศไทยเกิดความเจริญก้าวหน้า และเป็นทิศทางของเศรษฐกิจโลกในอนาคต -------------------------------------- กลุ่มวิเทศสัมพันธ์ สำนักโฆษก ทศยาพร นิตยะ
|