
<?xml version="1.0"  encoding="windows-874"?>
<rss version="2.0">
<channel>
     <sitedescription><![CDATA[ media.thaigov.go.th ]]></sitedescription>
	<title><![CDATA[<b>กระทรวงแรงงาน</b>]]></title> 
    <link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/index.aspx?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2]]></link> 
		
    <description><![CDATA[ ]]></description> 
    <pubDate><![CDATA[8/11/2549]]></pubDate> 

	<item>
		<title><![CDATA[ก.แรงงาน สร้าง มิตรไมตรีโมเดล สนองขาดแคลนแรงงานภาคอุตฯ]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=48498]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <font face="Cordia New"><strong><font size="5"><span>นางจิราภรณ์</span>&nbsp; <span>เกษรสุจริต</span>&nbsp; <span>รองปลัดกระทรวงแรงงาน </span></font></strong><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.4pt; color: black; font-size: 16pt">เป็น ประธานการประชุมคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตการขาดแคลนแรงงานระยะเร่งด่วน ครั้งที่ 1/2553 &nbsp;ซึ่งคณะทำงานฯ นี้มีขึ้นเพื่อทำหน้าที่ศึกษาวิเคราะห์ความต้องการของตลาดแรงงานในภาค อุตสาหกรรม รวมทั้งพัฒนาหลักสูตร รูปแบบ หลักเกณฑ์ ขั้นตอนการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ติดตามและรายงานผลการดำเนินงานต่อกระทรวงแรงงาน</span></font><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Angsana New&#39;, &#39;serif&#39;; font-size: 14pt"></span> <p style="text-align: justify; margin: 12pt 5.6pt 0pt 14.2pt" class="MsoNormal"><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.4pt; color: black; font-size: 16pt">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span> </span></span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.8pt; color: black; font-size: 16pt">ทั้ง นี้ที่ประชุมได้รับทราบแผนงานและรูปแบบการดำเนินการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรง งานในระยะเร่งด่วน หรือมิตรไมตรี โมเดล ตามที่สำนักเศรษฐกิจการแรงงาน กระทรวงแรงงานเสนอ</span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.8pt; color: black; font-size: 16pt">&nbsp;<span> โดยให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานร่วมกันดำเนินการ พร้อมทั้งให้รายงานผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาให้สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ทราบ โดยโมเดลนี่ประกอบไปด้วยแผนการดำเนินงานในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานใน ระยะเร่งด่วน 10 เดือน ตั้งแต่เดือนมีนาคม-ธันวาคม 2553 และระยะสั้น 1-3 ปี ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆ ถึง 9 กิจกรรมเพื่อสำรวจหาความต้องการแรงงาน ติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัด ประชาสัมพันธ์เชิงรุกในภาพรวมของกระทรวงแรงงาน ทำรายงานผลทั้งหน่วยงานในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ตลอดจนการหาสาเหตุของปัญหาการขาดแคลนแรงงาน</span></span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Angsana New&#39;, &#39;serif&#39;; font-size: 14pt"></span></p><p style="text-align: justify; margin: 12pt 5.6pt 0pt 14.2pt" class="MsoNormal"><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.8pt; color: black; font-size: 16pt">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span> สำหรับสาเหตุของปัญหาการขาดแคลนแรงงานนั้น ได้มีข้อสรุปว่าเกิดจากหลายๆ ด้าน อาทิ ความไม่แน่นอนทางภาคธุรกิจจากปัญหาหนี้เสีย </span>(Sub-prime) <span>ของ สหรัฐอเมริกา ต่อการจ้างงาน นโยบายของรัฐบาลเช่นโครงการต้นกล้าอาชีพที่ดุดซับแรงงานออกไป ความไม่สอดคล้องความต้องการกำลังคนและการผลิตกำลังคนของประเทศไม่สามารถผลิต ได้เพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น โครงสร้างทางอายุของประชากรที่มีผู้สูงอายุมากขึ้น โครงสร้างการศึกษาที่มุ่งเน้นเรียนในระดับปริญญาตรี โครงการรัฐบาลให้เรียนฟรี 15 ปี ค่านิยมการสมรสกับชาวต่างชาติ การแย่งชิงแรงงานของสถานประกอบการ การขาดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ การเคลื่อนย้ายแรงงาน แรงงานมีความอดทนน้อยลง อัตราค่าจ้างไม่จูงใจ </span>&nbsp;<span>นโยบายโอทอป หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ กับนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่ขัดแย้งกัน เป็นต้น</span></span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Angsana New&#39;, &#39;serif&#39;; font-size: 14pt"></span></p><p style="text-align: justify; margin: 12pt 5.6pt 0pt 14.2pt" class="MsoNormal"><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.8pt; color: black; font-size: 16pt">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span> สำหรับข้อเสนอแนะและแนวทางในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ทางคณะกรรมการฯ เสนอไว้ด้วยว่า ควรจัดการศึกษาแบบสหกิจศึกษา ปรับทัศนคติผู้ปกครองให้ส่งบุตรหลานเข้าสู่สายอาชีวะมากขึ้น-ปลุกฝังค่านิยม การรักการทำงาน</span>&nbsp; <span>การจัดคลัสเตอร์กลุ่มอุตสาหกรรมในแต่ละจังหวัด บูรณาการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงาน กระทรวงแรงงานพัฒนาทักษะฝีมือตรง ปรับหลักสูตรการอบรมให้ตามความต้องการของตลาดแรงงาน กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามระดับมาตรฐานฝีมือแรงงาน สนับสนุนโรงเรียนในโรงงาน กระทรวงแรงงานจัดทำแผนการบริหารแรงงานที่จะนำเข้าแรงงานต่างด้าวทั้งในระยะ สั้นและระยะยาว ลดขั้นตอนการพิสูจน์สัญชาติ ขยายระยะเวลาการลงทะเบียนพิสูจน์สัญชาติออกไป และขยายจุดผ่อนผันการพิสูจน์สัญชาติเพิ่มขึ้น ต่อไป</span></span></p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[2/9/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[รมว.แรงงาน เครื่องร้อน ข้าราชการกระทรวงแรงงาน นำหลักเศรษฐกิจพอเพียง ร่วมสานหน่วยงานสู่องค์กรแห่งความสุขในการทำงาน]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=48360]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><strong><span style="font-family: Tahoma">รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>แนะข้าราชการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง<span>&nbsp; </span>เข้าใจ เข้าถึง<span>&nbsp; </span>พัฒนา<span>&nbsp; </span>มาปรับใช้กับการทำงานสู่การสร้างองค์กรแห่งความสุขในการทำงาน<span>&nbsp; </span>รู้จักปรับรู้จักนำไปใช้ให้เหมาะสม </span></strong></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma">เมื่อวันที่<span>&nbsp; </span>28<span>&nbsp; </span>สิงหาคม<span>&nbsp; </span>2553<strong><span>&nbsp; </span>นายเฉลิมชัย<span>&nbsp; </span>ศรีอ่อน<span>&nbsp; </span>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</strong><span>&nbsp; </span>กล่าวบรรยายพิเศษ<span>&nbsp; </span></span><strong><span style="font-family: Tahoma">&ldquo;<span>ทิศทางการบริหารงานของกระทรวงแรงงาน</span>&rdquo;<span><span>&nbsp; </span></span></span></strong><span style="font-family: Tahoma"><span>กับผู้เข้ารับการอบรม<span>&nbsp; </span>นบรส.<span>&nbsp; </span>รุ่น<span>&nbsp;&nbsp;</span>1<span>&nbsp; </span>ณ<span>&nbsp; </span>เดอะไพรเวซี่<span>&nbsp; </span>บีช<span>&nbsp; </span>รีสอร์ท<span>&nbsp; </span>แอนด์<span>&nbsp; </span>สปา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ว่า<span>&nbsp; </span>การนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง<span>&nbsp; </span>เข้าใจ<span>&nbsp; </span>เข้าถึง<span>&nbsp; </span>พัฒนา<span>&nbsp; </span>มาปรับใช้กับกระทรวงแรงงานจะทำให้งานของกระทรวงเดินไปข้างหน้าอย่างไร<span>&nbsp; </span>อย่าคิดว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจะนำมาใช้กับชีวิตประจำวันได้เพียงอย่างเดียว<span>&nbsp; </span>แต่เป็นปรัชญาที่นำมาใช้ได้กับทุกภาคส่วนทุกองค์กรถ้ารู้จักปรับและรู้จักนำไปใช้อย่างเหมาะสม</span></span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma">ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว<span>&nbsp; </span>มีเป้าหมายและวัตถุประสงค์เพื่อที่จะให้คน<span>&nbsp; </span>องค์กร<span>&nbsp; </span>ประเทศของเราอยู่ในสังคมได้<span>&nbsp; </span>คนอยู่ในสังคมได้<span>&nbsp; </span>องค์กรอยู่ในสังคมได้<span>&nbsp; </span>ประเทศอยู่ในสังคมระดับอินเตอร์ได้<span>&nbsp; </span>และนี้คือเป้าหมายหากรู้จักนำมาปรับใช้<span>&nbsp; </span>เพราะทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง<span>&nbsp; </span>หมายถึง<span>&nbsp; </span>ทฤษฎีที่เป็นกระจกเงาบานหนึ่งที่ให้เราส่องมองตัวเราเองว่า<span>&nbsp; </span>มีสถานภาพเพียงใด</span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma">ทฤษฎีนี้ไม่ได้บอกว่าคุณมี<span>&nbsp; </span>5<span>&nbsp; </span>แล้วคือพอเพียง<span>&nbsp; </span>เศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้ห้ามทุกคนไม่ให้มีเงินไม่ให้รวย<span>&nbsp; </span>คนบางคนมีเงิน<span>&nbsp; </span>1,000 บาทอยู่ได้ในสังคมอย่างมีความสุข<span>&nbsp; </span>คนบางคนต้องมีเงินถึง 10,000<span>&nbsp; </span>บาทถึงจะอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข<span>&nbsp;&nbsp; </span>คนบางคนอาจต้องการมากกว่านั้น<span>&nbsp; </span>แต่ความพอเพียง<span>&nbsp; </span>คือ<span>&nbsp; </span>ความพอตามศักยภาพของแต่ละคนที่</span><strong><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp; </span></span><span style="font-family: Tahoma">&ldquo;<span>พอ</span>&rdquo;<span>&nbsp; </span></span></strong><span style="font-family: Tahoma"><span>และอยู่ได้ในสังคมอย่างมีความสุข</span></span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma">กระจกเงามีไว้เพื่อส่องดูและให้รู้ว่าตัวเราเองอยู่ตรงไหน<span>&nbsp; </span>ต้องปรับตัวแบบไหน<span>&nbsp; </span>เรามองย้อนกลับมาที่องค์กรของเราไม่ว่าจะเป็นกระทรวง<span>&nbsp; </span>สำนักงานในสังกัดกระทรวงที่ปฏิบัติหน้าที่ในส่วนภูมิภาค<span>&nbsp; </span>ปัจจุบันแต่ละภาคส่วนวิเคราะห์ถึงศักยภาพขององค์กรยืนอยู่ตรงจุดไหนและเราต้องร่วมกันไปสู่จุดมุ่งหมายใดร่วมกัน<span>&nbsp; </span>โดยนำหลักการเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เป็นแนวการวิเคราะห์เพื่อการเข้าใจ เข้าถึง<span>&nbsp; </span>พัฒนา<span>&nbsp; </span>นำไปปรับใช้เราจะสามารถอยู่ในสังคมได้<span>&nbsp; </span>องค์กรก็สามารถอยู่ร่วมกันได้สามารถสร้างสังคมแห่งความสุขได้<span>&nbsp; </span>และถ้านำไปปรับใช้ในระดับประเทศชาติ<span>&nbsp; </span>ประเทศไทยของเราก็จะสามารถจะอยู่ร่วมกับอาเซียน<span>&nbsp; </span>ยุโรป<span>&nbsp; </span>อเมริกา<span>&nbsp; </span>และแอฟริกาได้อย่างสง่างาม</span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma">หลักสูตร<span>&nbsp; </span>นบรส.<span>&nbsp; </span>เป็นหลักสูตรที่จะต้องมีการเรียนรู้ในหลายๆ<span>&nbsp; </span>รูปแบบ<span>&nbsp; </span>เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน<span>&nbsp; </span>รับรูปสิ่งใหม่ๆ<span>&nbsp; </span>นอกจากภาระหน้าที่ๆ<span>&nbsp; </span>ที่มีอยู่ในสายงาน<span>&nbsp; </span>หลักสูตรนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้ารับการอบรม<span>&nbsp; </span>องค์กร<span>&nbsp; </span>และกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>อีกทั้งหลักสูตรนี้ในอนาคตจะเป็นหลักสูตรที่เปิดกว้างมีบุคคล<span>&nbsp; </span>บุคลากรจากหน่วยงานต่างๆ<span>&nbsp; </span>เข้ามาร่วมรับการอบรม</span><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp; </span><span>โดยจะช่วยผลักดันหลักสูตรนี้ให้เป็นที่ยอมรับของสังคม<span>&nbsp; </span>ก.พ.<span>&nbsp; </span>รวมถึงให้เป็นหลักสูตรหนึ่งที่กระทรวง<span>&nbsp; </span>หน่วยงานอื่นๆ<span>&nbsp; </span>มีความรู้สึกอยากเข้าร่วมกับการอบรม<span>&nbsp; </span><strong>นายเฉลิมชัยฯ<span>&nbsp; </span></strong>กล่าวท้ายที่สุด</span></span></span></p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[30/8/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[หมดเวลาปิดทองหลังพระ...ต้องเร่งผลักดัน กระทรวงแรงงาน เป็นกระทรวงด้านเศรษฐกิจของประเทศ]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=48361]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <table border="0" cellspacing="1" cellpadding="1" width="100%"><tbody><tr><td><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><strong><span style="font-family: Tahoma">รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>ต้องการเปลี่ยนกระทรวงแรงงานที่ติดภาพทางสังคมมองว่าเป็นกระทรวงทางด้านสังคมให้เป็นกระทรวงเศรษฐกิจที่แท้จริง<span>&nbsp; </span>โดยมองว่าเป็นกระทรวงที่ปิดทองหลังพระ<span>&nbsp; </span>แต่ภารกิจที่ทำจะสามารถอุ้มประเทศชาติได้</span></strong></span><strong><span style="font-family: Tahoma"></span></strong></p></td></tr></tbody></table><p>&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><strong><span style="font-family: Tahoma">นายเฉลิมชัย<span>&nbsp; </span>ศรีอ่อน<span>&nbsp; </span>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</span></strong><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp; </span>เปิดเผยว่า</span><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp; </span><span>ณ<span>&nbsp; </span>วันนี้ผมมั่นใจว่าความรู้สึกของผู้บริหารในประเทศที่มีกับกระทรวงแรงงานเปลี่ยนไปจากเดิมเมื่อ<span>&nbsp; </span>3-5<span>&nbsp; </span>ปีก่อน ที่กระทรวงเล็กๆ<span>&nbsp; </span>ด้านสังคมกระทรวงหนึ่ง<span>&nbsp; </span>แต่เมื่อผมมานั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ผมมุ่งมั่นว่าจะผลักดันไปสู่การเป็นกระทรวงชี้ชะตาและกำหนดอนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศชาติในวันข้างหน้า<span>&nbsp; </span>พร้อมก้าวสู่<span>&nbsp; </span></span><strong>&ldquo;<span>กระทรวงเศรษฐกิจที่แท้จริง</span>&rdquo;<span> </span></strong><span>ให้ได้</span></span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma">ภารกิจของกระทรวงแรงงานเป็นภารกิจที่ปิดทองหลังพระ<span>&nbsp; </span>สามารถอุ้มประเทศชาติ<span>&nbsp; </span>และนี้เป็นความภูมิใจของความเป็นข้าราชการไทยที่ทำงานปิดทองที่หลังพระ<span>&nbsp; </span>จึงอยากขอความร่วมมือกับข้าราชการกระทรวงแรงงานให้มาช่วยกันสร้างกระทรวงแรงงานสู่กระทรวงทางเศรษฐกิจของประเทศ<span>&nbsp; </span>ทุกท่านเป็นเจ้าของกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>หากเปรียบกระทรวงเป็นท่าเรือ<span>&nbsp; </span>ผมแค่เป็นเรือลำหนึ่งที่มาแวะท่าแห่งนี้<span>&nbsp; </span>และลงมาเพื่อพัฒนาท่าเรือแห่งนี้<span>&nbsp; </span>เพื่อพร้อมให้บริการท่าเรือประมง<span>&nbsp; </span>เรือพาณิชย์<span>&nbsp; </span>และผู้ใช้บริการได้อย่างครบครัน<span>&nbsp; </span>วันนี้ผมทำงานคนเดียวไม่ได้แต่ต้องอาศัยข้าราชการทุกคนของกระทรวงแรงงานร่วมมือร่วมใจกันทำให้ผลสำเร็จและเดินหน้านโยบายต่างๆ<span>&nbsp; </span>เพื่อประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนสามารถเป็นผลงานของรัฐบาลได้</span><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp; </span><strong><span>นายเฉลิมชัยฯ<span>&nbsp; </span></span></strong><span>กล่าวในที่สุด</span></span></span><span style="font-family: Tahoma"></span></p><p>&nbsp;</p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[30/8/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[ ก.แรงงาน เสริมอาชีพ ลดรายจ่ายให้ผู้สูงอายุ ]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=48357]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <p style="text-align: justify; line-height: normal; text-indent: 36pt; margin: 0cm 18.95pt 0pt 14.2pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><strong><span style="font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; font-size: 16pt">ปลัดกระทรวงแรงงาน&nbsp; เป็นประธานเปิดโครงการ&nbsp; </span></strong><strong><span style="font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; font-size: 16pt">&ldquo;<span>กระทรวงแรงงานห่วงใยผู้สูงอายุ&nbsp; เสริมอาชีพ&nbsp; ลดรายจ่าย&nbsp; ถวายแม่ของแผ่นดิน</span>&rdquo;&nbsp; <span>เพื่อให้ผู้สูงอายุในพื้นที่ละแวกใกล้เคียงกับกระทรวงแรงงานได้รับความรู้และความห่วงใย&nbsp; ผ่านกิจกรรมเสริมอาชีพลดรายจ่ายและการทำของใช้ในครัวเรือน ณ&nbsp; บริเวณชั้นล่าง&nbsp; อาคารกระทรวงแรงงาน&nbsp; ดินแดง&nbsp; กรุงเทพฯ</span></span></strong></span><strong><span style="font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; font-size: 16pt"></span></strong></p><p style="text-align: justify; line-height: normal; text-indent: 36pt; margin: 0cm 18.95pt 0pt 14.2pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><strong><span style="font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; font-size: 16pt">นายสมชาย&nbsp; ชุ่มรัตน์&nbsp; ปลัดกระทรวงแรงงาน</span></strong><span style="font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; font-size: 16pt"> กล่าวว่า&nbsp; เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp; ๗๘&nbsp; พรรษา&nbsp; ๑๒&nbsp; สิงหาคม&nbsp; ๒๕๕๓&nbsp; ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp; พระบรมราชินีนาถ&nbsp; รัฐบาลโดย&nbsp; นายอภิสิทธิ์&nbsp; เวชชาชีวะ&nbsp; นายกรัฐมนตรี&nbsp; มีมติให้กระทรวงต่างๆ&nbsp; จัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติตลอดทั้งปี&nbsp; และเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อข้าราชการ&nbsp; ชุมชม&nbsp; และสังคม&nbsp; ซึ่งการจัดโครงการ&nbsp; </span><span style="font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; font-size: 16pt">&ldquo;<span>กระทรวงแรงงานห่วงใยผู้สูงอายุ&nbsp; เสริมอาชีพ&nbsp; ลดรายจ่าย&nbsp; ถวายแม่ของแผ่นดิน</span>&rdquo;&nbsp; <span>เป็นกิจกรรมของสำนักงานปลัดกระทรวง&nbsp; เพื่อให้ผู้สูงอายุในพื้นที่ละแวกใกล้เคียงกับกระทรวงแรงงานได้รับความรู้และรับทราบถึงความห่วงใย&nbsp; โดยผ่านกิจกรรมเสริมอาชีพลดรายจ่ายและการทำของใช้ในครัวเรือน&nbsp; การทำน้ำยาปรับผ้านุ่ม&nbsp; น้ำยาล้างจาน&nbsp; น้ำยาซักผ้า&nbsp; และการรับตรวจสุขภาพ</span></span></span><span style="font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; font-size: 16pt"></span></p><p style="text-align: justify; line-height: normal; text-indent: 36pt; margin: 0cm 18.95pt 0pt 14.2pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><strong><span style="font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; font-size: 16pt">นายเฉลิมชัย&nbsp; ศรีอ่อน&nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</span></strong><span style="font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; font-size: 16pt">&nbsp; กล่าวถึงกิจกรรม&nbsp; </span><span style="font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; font-size: 16pt">&ldquo;<span>กระทรวงแรงงานห่วงใยผู้สูงอายุ&nbsp; เสริมอาชีพ&nbsp; ลดรายจ่าย&nbsp; ถวายแม่ของแผ่นดิน</span>&rdquo;&nbsp; <span>ว่า&nbsp; กระทรวงแรงงานได้ให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ&nbsp; รวมถึงต้องการให้ผู้สูงอายุที่ยังมีศักยภาพส่วนหนึ่งที่สามารถทำงานได้เข้ามาสู่วงจรของการทำงาน&nbsp; การผลิต&nbsp; และมีความเป็นอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและเท่าเทียมในสังคม</span></span></span><span style="font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; font-size: 16pt"></span></p><p style="text-align: justify; line-height: normal; text-indent: 36pt; margin: 0cm 18.95pt 0pt 14.2pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; font-size: 16pt">ทั้งนี้การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp; พระบรมราชินีนาถ&nbsp; เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp; ๗๘&nbsp; พรรษา&nbsp; ๑๒&nbsp; สิงหาคม&nbsp; ๒๕๕๓&nbsp; และเป็นการเสริมสร้างความรู้ในการทำของใช้ภายในครัวเรือนให้แก่ผู้สูงอายุ&nbsp; และสามารถนำไปถ่ายทอดให้บุคคลในครอบครัวหรือเพื่อนบ้านใกล้เคียง&nbsp; อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตประจำวัน</span></span></p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[27/8/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[ก.แรงงาน รับเร่งผลักดันกฎกระทรวง คนทำงานบ้าน]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=48358]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <p style="text-align: justify; text-indent: 2cm; margin: 0cm 11.85pt 10pt 14.2pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; font-size: 16pt">นายเฉลิมชัย&nbsp; ศรีอ่อน&nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp;&nbsp; รับจะเร่งผลักดันการแก้ไขกฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้แรงงาน </span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; font-size: 16pt">&ldquo; <span>คนทำงานบ้าน </span>&rdquo;&nbsp; <span>โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายอย่างรอบคอบ&nbsp; เพื่อประโยชน์ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง&nbsp; และพร้อมที่จะให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ร่วมให้ข้อคิดเห็นต่อไป</span></span></span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; font-size: 16pt"></span></p><p style="text-align: justify; text-indent: 21.8pt; margin: 0cm 11.85pt 10pt 14.2pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; font-size: 16pt">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <span>นายบัณฑิต&nbsp; แป้นวิเศษ&nbsp; ประธานเครือข่ายปฏิบัติการเพื่อแรงงานข้ามชาติ (</span>ANM) <span>พร้อมผู้แทน </span>8<span> เครือข่าย&nbsp; เข้าพบ&nbsp; นายเฉลิมชัย&nbsp; ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp; เพื่อยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาล&nbsp; กระทรวงแรงงาน และคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร&nbsp; ในการคุ้มครองอาชีพคนทำงานในบ้าน&nbsp; โดยผู้แทน </span>8<span> องค์กรเครือข่ายกล่าวว่า&nbsp; แรงงานอาชีพคนทำงานในบ้านที่มีบทบาทในการดำเนินชีวิตและเศรษฐกิจของคนในสังคมมากขึ้น&nbsp; จากผลวิจัยของศูนย์ข้อมูลวิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่า ปี </span>2550<span> ที่ผ่านมามีแรงงานที่ทำงานในบ้านกว่า </span>400,000<span> คน&nbsp; สร้างเงินสะพัดสูงถึง </span>27,000<span> ล้านบาท&nbsp; แต่แรงงานภาคส่วนนี้ยังอยู่นอกเหนือการคุ้มครองทางกฎหมายแรงงานและสวัสดิการภาครัฐ&nbsp; มีสภาพชีวิตที่ต้องเผชิญกับปัญหาจากการจ้างงาน&nbsp; อาทิ&nbsp; การถูกขูดรีดค่าจ้างอย่างไม่เป็นธรรม&nbsp; ชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน&nbsp; ไม่มีวันหยุดพักผ่อนที่แน่นอน&nbsp; มีโอกาสทางการศึกษาน้อย&nbsp; บางรายถูกคุกคามเสรีภาพในการสื่อสาร หรือถูกคุกคามทางเพศ&nbsp; และเนื่องในวัน </span>&ldquo;<span>คนทำงานบ้านสากล</span>&rdquo; 28<span> สิงหาคม&nbsp; นี้&nbsp; เครือข่าย </span>8<span> องค์กร&nbsp; ประกอบด้วย เครือข่ายปฏิบัติการเพื่อแรงงานข้ามชาติ </span>Action Network for Migrants-ANM&nbsp; , <span>เครือข่ายชุมชนแรงงาน กทม. </span>, <span>เครือข่ายแรงงานทำงานบ้าน </span>, <span>มูลนิธิร่วมมิตรไทย-พม่า&nbsp; </span>Thai Allied Committee for Desegregated Burma&nbsp; -TACDB , <span>มูลนิธิเพื่อนหญิง </span>Friends of Women Foundation &ndash; FOW&nbsp; , <span>มูลนิธิเพื่อสุขภาพและการเรียนรู้ของแรงงานกลุ่มชาติพันธุ์ </span>Foundation for the Health and Knowledge of Ethnic Labour&nbsp; - MAP , <span>หน่วยพัฒนาและบรรเทาทุกข์แห่งประเทศไทย </span>Adventist Development and Relief Agency &ndash;ADRA <span>และโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานข้ามชาติและผู้มีปัญหาสถานะบุคคล(สสส.) จึงได้จัดทำข้อเสนอต่อรัฐบาล กระทรวงแรงงานและคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร&nbsp; ในการคุ้มครองอาชีพคนทำงานในบ้านใน </span>5<span> เรื่องหลักคือ (</span>1) <span>ขอให้รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงาน&nbsp; เร่งออกประกาศกฎกระทรวงคุ้มครองคนทำงานบ้าน&nbsp; ซึ่งในโอกาสนี้ผู้แทนกลุ่มฯ ขอติดตามผลการยื่นร่างฯ ฉบับประชาชน&nbsp; ที่ส่งให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ไปแล้ว&nbsp; (</span>2)&nbsp; <span>ขอให้เร่งให้มีการเรียกประชุมคณะกรรมการยกร่างกฎกระทรวงคนทำงานบ้านเพื่อเสนอต่อ รมว.รง. ในการประกาศใช้ต่อไป&nbsp; (</span>3)&nbsp; <span>ขอให้แก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน&nbsp; ในส่วนการคุ้มครองแรงงานที่ทำงานบ้านอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกับแรงงานในภาคส่วนอื่น ๆ และ (</span>4) <span>ขอให้จัดทำนโยบายและงบประมาณเพื่อส่งเสริม พัฒนาทักษะฝีมือแรงงานให้กับลูกจ้างทำงานบ้าน&nbsp; เช่น จัดทำหลักสูตรและฝึกอบรม&nbsp; การให้บริการ-การทำอาหารอย่างมืออาชีพ&nbsp; รวมถึงเปิดโอกาสให้ได้รับการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ&nbsp; เป็นต้น&nbsp;&nbsp;&nbsp; นอกจากนี้&nbsp; การประชุม </span>ILO <span>ในครั้งที่ผ่านมา ได้มีวาระพิเศษเกี่ยวกับ </span>&ldquo;<span>คนทำงานบ้าน</span>&rdquo;&nbsp; <span>และคาดว่าในปีหน้า&nbsp; </span>ILO <span>จะมีการออกอนุสัญญาว่าด้วยเรื่องการคุ้มครองแรงงานที่ทำงานบ้าน&nbsp;&nbsp; จึงอยากให้กระทรวงแรงงานมีการดำเนินงานที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ </span></span></span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; font-size: 16pt"></span></p><p style="text-align: justify; text-indent: 21.8pt; margin: 0cm 11.85pt 10pt 14.2pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; font-size: 16pt">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <span>นายเฉลิมชัยฯ&nbsp; รับทราบข้อเสนอของ&nbsp; </span>8<span> องค์กรเครือข่าย&nbsp; และกล่าวว่า&nbsp; นโยบายของ นรม. นายอภิสิทธิ์&nbsp; เวชชาชีวะ&nbsp; เน้นการปรับปรุงกฎหมายต่าง ๆ ให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เป็นไป&nbsp; และพร้อมที่จะผลักดันกฎหมาย&nbsp; กฎระเบียบเพื่อการรักษาผลประโยชน์ของแรงงานให้ได้มากที่สุด&nbsp; และสามารถปรับปรุงแก้ไขได้เพื่อความเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เป็นไป &nbsp;ซึ่งไม่เพียงแต่ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน&nbsp; เท่านั้น&nbsp; รวมถึงกฎหมายอื่น ๆ ของกระทรวงแรงงาน ซึ่งประเด็นที่มาในวันนี้&nbsp; กระทรวงแรงงานกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินงาน&nbsp; เพราะการแก้ไขกฎหมาย&nbsp; กฎระเบียบต่าง ๆ นั้น&nbsp; เมื่อมีผลบังคับใช้จะมีผลกระทบกับสังคมทุกด้าน&nbsp; ดังนั้นจึงต้องทำงานอย่างรอบคอบ&nbsp; รัดกุม&nbsp;&nbsp; ทั้งนี้&nbsp; นายพีรพัฒน์&nbsp;&nbsp; พรศิริเลิศกิจ </span></span></span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; font-size: 16pt"></span></p><p style="text-align: justify; text-indent: 21.8pt; margin: 0cm 11.85pt 10pt 14.2pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; font-size: 16pt">รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน&nbsp; ได้รายงานเพิ่มเติมว่า&nbsp; กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน&nbsp; ได้จัดสัมมนาไตรภาคีเมื่อวันที่&nbsp; </span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; font-size: 16pt">25<span>&nbsp; มิถุนายน </span>2553<span> ที่ผ่านมา&nbsp; ซึ่งมีประเด็นเกี่ยวกับการออกกฎหมายในการทำงานบ้าน&nbsp; ควรคำนึงถึง </span>5<span> ประการสำคัญคือ&nbsp; (</span>1) <span>วันหยุดประจำสัปดาห์อย่างน้อย </span>1<span> วันต่อสัปดาห์&nbsp; (</span>2) <span>การกำหนดวันหยุดตามประเพณี&nbsp; (</span>3) <span>ค่าจ้างต้องไม่น้อยกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ&nbsp; (</span>4) <span>ห้ามจ้างแรงงานที่อายุต่ำกว่า </span>15<span> ปี และ (</span>5) <span>สิทธิการลาป่วย&nbsp; </span></span></span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; font-size: 16pt"></span></p><p style="text-align: justify; text-indent: 21.8pt; margin: 0cm 11.85pt 10pt 14.2pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; font-size: 16pt">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <span>นายเฉลิมชัยฯ&nbsp; กล่าวในตอนท้ายว่า&nbsp; การทำงานด้านกฎหมายต้องมีการกำหนดกรอบออกมาก่อน&nbsp; เมื่อได้กรอบแล้วจะได้เชิญผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย&nbsp; ไม่ว่าจะเป็น&nbsp; ภาคนายจ้าง/สถานประกอบการ&nbsp; ภาคลูกจ้าง&nbsp; ภาคประชาชน&nbsp; ภาคนักวิชาการฯ&nbsp; เข้ามาร่วมหารือและแก้ไขให้สอดรับกับความต้องการของแต่ละภาคส่วน&nbsp; เพื่อให้ดำเนินการได้รวดเร็ว&nbsp; รอบคอบ-ชัดเจน&nbsp; พร้อมรับว่าจะเร่งดำเนินงานและต้องเห็นผลในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่ง&nbsp;&nbsp; และการดำเนินงานด้านกฎหมายนั้น&nbsp; ตนยึดมั่นในหลักการพื้นฐานเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต้องเท่าเทียมกัน</span></span></span></p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[27/8/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญด้านแรงงานสัมพันธ์ เชื่อมั่นประเทศไทยพัฒนาอย่างยั่งยืน หน้าแรก &raquo; ข่าวประชาสัมพันธ์  ]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=48359]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.4pt; color: black; font-size: 16pt"><span>เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2553</span>&nbsp;<span> </span></span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.8pt; color: black; font-size: 16pt">นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี </span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.8pt; color: black; font-size: 16pt">&nbsp;<span>พร้อม นายเฉลิมชัย</span>&nbsp; <span>ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</span>&nbsp; <span>ร่วมพิธีมอบรางวัล</span></span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.4pt; color: black; font-size: 16pt">สถาน ประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ประจำปี 2553</span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.4pt; color: black; font-size: 16pt">&nbsp;&nbsp;<span> โดยได้มอบรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรง งาน 5 ปี ติดต่อกัน (พ.ศ. 2549-2553) จำนวน 146 แห่ง และจากนั้น </span></span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.8pt; color: black; font-size: 16pt">นายยุพ</span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.8pt; color: black; font-size: 16pt">&nbsp; <span>นานา</span>&nbsp; <span>ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน </span>&nbsp;</span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.4pt; color: black; font-size: 16pt">ได้มอบรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ประจำปี 2553 จำนวน 413 แห่ง</span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Angsana New&#39;, &#39;serif&#39;; font-size: 14pt"></span> <p style="text-align: justify; margin: 0cm 11.85pt 0pt 14.2pt" class="MsoNormal"><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.4pt; color: black; font-size: 16pt">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span> </span></span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.8pt; color: black; font-size: 16pt">นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า</span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.4pt; color: black; font-size: 16pt">เป็น ที่น่ายินดีที่จำนวนสถานประกอบกิจการที่ได้รับรางวัลมีเพิ่มมากขึ้นทุกปี ทั้งในด้านจำนวนและประเภทกิจการที่หลากลาย ซึ่งล้วนมีความสำคัญต่อการส่งเสริมด้านแรงงานสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ เพื่อเป็นพื้นฐานในการแข่งขันอย่างยั่งยืน</span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.4pt; color: black; font-size: 16pt">&nbsp;<span> ซึ่งรัฐบาลได้มีนโยบายชัดเจนในการส่งเสริมแรงงานสัมพันธ์ที่ดี จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลได้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งถือว่าเป็นการ ลดความการขัดแย้งต่างๆ</span>&nbsp; <span>มีการขยายสิทธิประโยชน์ ส่งเสริมการจ้างงาน สร้างกลไกด้านการเจรจาหารือ ผ่านระบบไตรภาคีที่มีทั้งฝ่ายรัฐ นายจ้าง ลูกจ้าง ร่วมกันแก้ไขหาทางออกร่วมกัน จึงมีส่วนในการรักษาแรงงานสัมพันธ์ให้ยั่งยืน ส่งเสริมงานที่มีคุณค่า </span>(Decent Work) &nbsp;<span>แก่แรงงาน และได้ปฏิบัติตามมติอาเซียนที่ให้ระหว่าง พ.ศ. 2549 </span>&ndash;<span> 2558 เป็นทศวรรษแห่งงานที่มีคุณค่าในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งรัฐบาลก็จะมีแนวปฏิบัติยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานและครอบครัว ให้เหนือกว่ามาตรฐานต่อไป</span></span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Angsana New&#39;, &#39;serif&#39;; font-size: 14pt"></span></p><p style="text-align: justify; margin: 0cm 11.85pt 0pt 14.2pt" class="MsoNormal"><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.4pt; color: black; font-size: 16pt">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span> </span></span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.4pt; color: black; font-size: 16pt"><span>นอกจากนี้</span></span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.8pt; color: black; font-size: 16pt">นายกรัฐมนตรียัง กล่าวย้ำว่า แรงงานสัมพันธ์จะยังคงเป็นเสมือนปีที่ผ่านๆ มา ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่ดีของสังคม ทั้งในความก้าวหน้าและความสงบสุข รัฐบาลยังยืนยันส่งเสริมเรื่องเหล่านี้เพื่อสร้างสุขภาพ อนามัย ความปลอดภัย สิทธิประโยชน์ต่างๆ แก่ประชาชน โดยจะให้โอกาสแก่บุคคลกลุ่มต่างๆ </span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.8pt; color: black; font-size: 16pt">&nbsp;<span>ให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนพิเศษ เช่นคนพิการ การส่งเสริมแรงงานสตรี เช่นในการจัดตั้งศูนย์ดูแลเด็กเล็กในสถานประกอบกิจการ นิคมอุตสาหกรรม</span>&nbsp;<span> เป็นการแบ่งเบาภาระแรงงานสตรีที่ต้องทั้งทำงานและเลี้ยงดูบุตรไปในขณะเดียว กันให้ได้รับความสะดวกมากขึ้น</span>&nbsp;<span> และการส่งเสริมแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการยังเป็นโอกาสที่ดีแก่ทุกฝ่ายที่จะ สร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้น และไม่มีเหตุผลเลยที่ต่างฝ่ายต่างจะเอารัดเอาเปรียบกันซึ่งจะสูญเสียด้วยกัน ทั้งคู่ จึงขอให้การส่งเสริมสิ่งเหล่านี้เป็นรากฐานการพัฒนาประเทศชาติ เป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องให้ปฏิรูปบ้านเมืองของเราเพื่อนำไปสู่ การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน มีความรับผิดชอบต่อสังคม </span>(Corporate Social Responsibility : CSR) <span>ต่อไป</span></span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Angsana New&#39;, &#39;serif&#39;; font-size: 14pt"></span></p><p style="text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 11.85pt 0pt 14.2pt" class="MsoNormal"><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; color: black; font-size: 16pt">ทางด้าน <span style="letter-spacing: -0.8pt">นายเฉลิมชัย</span></span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.8pt; color: black; font-size: 16pt">&nbsp; <span>ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</span>&nbsp; <span>กล่าวว่ากรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้จัดประกวดสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงานอย่างต่อเนื่องมา</span></span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Angsana New&#39;, &#39;serif&#39;; font-size: 14pt"></span></p><p style="text-align: justify; margin: 0cm 11.85pt 0pt 14.2pt" class="MsoNormal"><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.8pt; color: black; font-size: 16pt">ตั้งแต่ พ.ศ. 2546</span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.8pt; color: black; font-size: 16pt">&nbsp;<span> เชื่อมั่นว่าจะสามารถลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างนายจ้างและลูกจ้างได้ ซึ่งเรื่องนี้มีสถิติข้อมูลจากจำนวนสถานประกอบกิจการที่ได้รับรางวัลเพิ่ม ขึ้น โดยสามปีล่าสุดตั้งแต่ พ.ศ. 2551 มีสถานประกอบกิจการได้รับรางวัลจำนวน 430 แห่ง 283 แห่ง และ 559 แห่ง ตามลำดับ ในขณะที่ข้อเรียกร้อง ข้อพิพาทแรงงาน ข้อขัดแย้ง การผละงาน และปิดงาน มีแนวโน้มลดลงเป็นการสวนทางกันอย่างชัดเจนคือ 350 แห่ง 267 แห่ง และ 180 แห่ง ตามลำดับ</span></span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Angsana New&#39;, &#39;serif&#39;; font-size: 14pt"></span></p><p style="text-align: justify; margin: 0cm 11.85pt 0pt 14.2pt" class="MsoNormal"><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.4pt; color: black; font-size: 16pt">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span> </span></span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; color: black; font-size: 16pt"><span>สำหรับสถานประกอบกิจการที่ผ่านการตัดสินให้ได้รับรางวัลจำนวน 559 แห่ง แบ่งเป็นรางวัลเชิดชูเกียรติสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และ สวัสดิการแรงงาน 5 ปีติดต่อกัน (พ.ศ. 2549-2553) จำนวน 146 แห่ง และรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ประจำปี 2553 อีกจำนวน 413 แห่ง</span></span></p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[27/8/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[ก.แรงงาน เผยข้อมูลว่างงาน เลิกจ้างต้องการแรงงาน เดือนสิงหาคม 2553]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=48355]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><strong><span style="font-family: Tahoma">กระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>เผยนายจ้างมีความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม </span></strong><strong><span style="font-family: Tahoma">23<span>,</span>228<span><span>&nbsp; </span>อัตรา<span>&nbsp; </span>โดยสถานประกอบการมีความต้องการแรงงานทั้งสิ้น<span>&nbsp; </span>จำนวน </span>167<span>,</span>100<span><span>&nbsp; </span>อัตรา<span>&nbsp; </span>(วันที่<span>&nbsp; </span></span>1<span><span>&nbsp; </span>สิงหาคม<span>&nbsp; </span></span>2553<span>)</span></span></strong><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp; </span><strong>การให้บริการจัดหางาน<span>&nbsp; </span>(เดือนกรกฎาคม<span>&nbsp; </span></strong></span><strong><span style="font-family: Tahoma">2553<span>)<span>&nbsp; </span>มีผู้สมัครงาน<span>&nbsp; </span></span>94<span>,</span>114<span> คน<span>&nbsp; </span>สามารถบรรจุงาน<span>&nbsp; </span>56,169 คน</span></span></strong></span><strong><span style="font-family: Tahoma"></span></strong></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><strong><span style="font-family: Tahoma">นายสุธรรม<span>&nbsp; </span>นทีทอง<span>&nbsp; </span>โฆษกกระทรวงแรงงานฝ่ายการเมือง</span></strong><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp; </span>เผย<span>&nbsp; </span>สำนักงานสถิติแห่งชาติได้ทำการสำรวจข้อมูลเดือนมิถุนายน<span>&nbsp; </span>2553<span>&nbsp; </span>มีกำลังแรงงานประมาณ<span>&nbsp; </span>38.8 <span>&nbsp;</span>ล้านคน<span>&nbsp; </span>เป็นผู้มีงานทำ<span>&nbsp; </span>38.1<span>&nbsp; </span>ล้านคน<span>&nbsp; </span>ผู้ว่างงาน<span>&nbsp; </span>4.6 แสนคน<span>&nbsp; </span>คิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ<span>&nbsp; </span>1.2<span>&nbsp; </span>โดยในจำนวนนี้เป็นผู้ที่เคยทำงานมาก่อน<span>&nbsp; </span>2.8 แสนคน<span>&nbsp; </span>และยังไม่เคยทำงานมาก่อน<span>&nbsp; </span>1.8 แสนคน</span></span><span style="font-family: Tahoma"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma">ในส่วนของความต้องการแรงงาน<span>&nbsp; </span>(ณ<span>&nbsp; </span>วันที่<span>&nbsp; </span>1 สิงหาคม 2553)<span>&nbsp; </span>กรมการจัดหางานรับแจ้งจากสถานประกอบการมีความต้องการแรงงานจำนวน 167,100 อัตรา<span>&nbsp; </span>เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม<span>&nbsp; </span>23,228<span>&nbsp; </span>อัตรา<span>&nbsp; </span>จำแนกเป็น<span>&nbsp; </span>ผู้บริหาร<span>&nbsp; </span>ผู้จัดการ<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>3,427<span>&nbsp; </span>อัตรา<span>&nbsp; </span>ผู้ประกอบวิชาชีพด้านต่างๆ<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>7,764<span>&nbsp; </span>อัตรา<span>&nbsp; </span>ช่างเทคนิคและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>15,849 อัตรา<span>&nbsp; </span>เสมียน เจ้าหน้าที่<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>19,519<span>&nbsp; </span>อัตรา<span>&nbsp; </span>พนักงานบริการ<span>&nbsp; </span>พนักงานขายในร้านค้าและตลาด<span>&nbsp; </span>จำนวน 28,690 อัตรา<span>&nbsp; </span>ผู้ปฏิบัติงานฝีมือด้านการเกษตรและประมง<span>&nbsp; </span>(แปรรูปขั้นพื้นฐาน)<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>772<span>&nbsp; </span>อัตรา<span>&nbsp; </span>ผู้ปฏิบัติงานโดยใช้ฝีมือในธุรกิจต่างๆ<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>17,699<span>&nbsp; </span>อัตรา<span>&nbsp; </span>ผู้ปฏิบัติงานในโรงงาน<span>&nbsp; </span>ผู้ควบคุมเครื่องจักรและผู้ปฏิบัติงานด้านการประกอบ<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>20,392<span>&nbsp; </span>อัตรา<span>&nbsp; </span>และอาชีพงานพื้นฐาน<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>52,988<span>&nbsp; </span>อัตรา</span></span><span style="font-family: Tahoma"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma">ด้านความต้องการแรงงานผ่านบริการจัดหางาน<span>&nbsp; </span>กรมการจัดหางาน<span>&nbsp; </span>เดือนกรกฎาคม<span>&nbsp; </span>2553<span>&nbsp; </span>จำแนกตามวุฒิการศึกษา<span>&nbsp; </span>นายจ้างมีความต้องการแรงงาน<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>37,530<span>&nbsp; </span>อัตรา<span>&nbsp; </span>เป็นระดับมัธยมศึกษา<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>11,642<span>&nbsp; </span>อัตรา<span>&nbsp; </span>รองลงมาเป็นผู้มีการศึกษาระดับ<span>&nbsp; </span>ปวส.<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>8,905 อัตรา<span>&nbsp; </span>และระดับ<span>&nbsp; </span>ปวช.<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>5,817 <span>&nbsp;</span>อัตรา<span>&nbsp; </span>และจำแนกตามประเภทอาชีพ<span>&nbsp; </span>อาชีพงานพื้นฐาน<span>&nbsp; </span>(แรงงงานด้านประกอบ<span>&nbsp; </span>แรงงานบรรจุผลิตภัณฑ์)<span>&nbsp; </span>มีความต้องการมากสุด<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>10,224 อัตรา<span>&nbsp; </span>รองลงมาพนักงานบริการ<span>&nbsp; </span>พนักงานขายในร้านค้าและตลาด<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>6,865<span>&nbsp; </span>อัตรา<span>&nbsp; </span>เจ้าหน้าที่<span>&nbsp; </span>จำนวน</span>&nbsp; <span style="font-family: Tahoma">6,407 อัตรา</span></span><span style="font-family: Tahoma"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma">สำหรับในเดือนกรกฎาคม<span>&nbsp; </span>2553<span>&nbsp; </span>การให้บริการจัดหางาน<span>&nbsp; </span>มีผู้มาสมัครงาน<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>94,114<span>&nbsp; </span>คน<span>&nbsp; </span>สามารถบรรจุงาน<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>56,169<span>&nbsp; </span>คน</span></span></p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[26/8/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[ก.แรงงาน สรุปการช่วยเหลือผู้ประกอบการและลูกจ้าง]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=48354]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 53.85pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><strong><span style="font-family: Tahoma">กระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>เผยตัวเลขและการจ่ายเงินการช่วยเหลือผู้ประกอบการและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากกการชุมนุมทางการเมือง</span></strong><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp; </span><strong>ยอดเงินรวมทั้งสิ้น<span>&nbsp; </span>784,288,029<span>&nbsp; </span>บาท</strong><span>&nbsp;</span></span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 53.85pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 53.85pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><strong><span style="font-family: Tahoma"></span></strong></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 53.85pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><strong><span style="font-family: Tahoma">นายสมเกียรติ<span>&nbsp; </span>ฉายะศรีวงศ์<span>&nbsp; </span>รองปลัดกระทรวงแรงงาน</span></strong><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp; </span>กล่าวว่า<span>&nbsp; </span>ตามที่รัฐบาลมีนโยบายให้การช่วยเหลือผู้ประกอบการและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองในพื้นที่บริเวณแยกราชประสงค์<span>&nbsp; </span>สยามสแควร์<span>&nbsp; </span>สีลม<span>&nbsp; </span>(บางส่วน)</span><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp; </span><span>ผ่านฟ้าลีลาศ<span>&nbsp; </span>และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ<span>&nbsp; </span>โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบเกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ชุมนุม<span>&nbsp; </span>และอนุมัติการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ<span>&nbsp; </span>พ.ศ.2553 งบกลาง<span>&nbsp; </span>รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น<span>&nbsp; </span>ประเภทเงินอุดหนุนทั่วไปเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ<span>&nbsp; </span>โดยมอบหมายให้กระทรวงแรงงานเป็นหน่วยเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือตามมาตรการช่วยเหลือฯ<span>&nbsp; </span>มียอดเงินรวมทั้งสิ้น<span>&nbsp; </span>784,288,029<strong><span>&nbsp; </span></strong>บาท<span>&nbsp; </span>โดยแยกประเภทการช่วยเหลือเป็น<span>&nbsp; </span></span></span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 53.85pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 53.85pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma"><span><strong>(1) </strong>มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่<span>&nbsp;&nbsp;</span>25<span>&nbsp; </span>พฤษภาคม<span>&nbsp;&nbsp;</span>2553<span>&nbsp; </span>อนุมัติเงินงบประมาณจำนวนเงินรวม 417,300,000 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการย่านราชประสงค์ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมและได้รักษาสภาพการจ้างงานเป็นค่าใช้จ่ายพนักงาน<span>&nbsp; </span>มีสถานประกอบการได้รับความช่วยเหลือจำนวน<span>&nbsp; </span>2,113<span>&nbsp; </span>ราย<span>&nbsp; </span>จำนวนลูกจ้าง 30,661 ราย โดยให้สำนักงานประกันสังคมเป็นหน่วยเบิกจ่ายเงินโดยจ่ายเป็นเช็ค<span>&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span></span></span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 53.85pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 53.85pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma"><span><strong>(2) </strong>มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่<span>&nbsp; </span>8<span>&nbsp; </span>มิถุนายน<span>&nbsp; </span>และวันที่<span>&nbsp; </span>6<span>&nbsp; </span>กรกฎาคม<span>&nbsp; </span>2553<span>&nbsp; </span>อนุมัติเงินงบประมาณจำนวนเงินรวม<span>&nbsp; </span>34,400,435<span>&nbsp; </span>บาท<span>&nbsp; </span>โดยให้สำนักงานประกันสังคมเป็นหน่วยเบิกจ่ายเงินโดยจ่ายเป็นเช็คเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่รักษาสภาพการจ้างลูกจ้างในระบบประกันสังคมเป็นเวลา<span>&nbsp; </span>๑<span>&nbsp; </span>เดือน<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>2,458 ราย<span>&nbsp; </span>เป็นเงิน<span>&nbsp; </span>26,046,204.38<span>&nbsp; </span>บาท<span>&nbsp; </span>และช่วยเหลือผู้ประกอบการที่รักษาสภาพการจ้างลูกจ้างนอกระบบประกันสังคมรายละ 7,500<span>&nbsp; </span>บาท<span>&nbsp; </span>เป็นระยะเวลา<span>&nbsp;&nbsp;</span>1<span> </span>เดือน<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>1,090<span>&nbsp; </span>ราย<span>&nbsp; </span>เป็นเงิน<span>&nbsp; </span>8,175,000<span>&nbsp; </span>บาท<span>&nbsp; </span>สำหรับผลการเบิกจ่ายสำนักงานประกันสังคมเบิกจ่ายวงเงินตามมติข้อ<span>&nbsp; </span>1<span>&nbsp; </span>และข้อ<span>&nbsp; </span>2<span>&nbsp; </span>รวมจ่ายแล้ว<span>&nbsp; </span>515<span>&nbsp; </span>ราย<span>&nbsp; </span>เป็นเงิน<span>&nbsp; </span>136,434,093.88<span>&nbsp; </span>บาท&nbsp;</span></span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 53.85pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 53.85pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><strong><span style="font-family: Tahoma"><span><span>&nbsp;</span>(3)</span></span></strong><span style="font-family: Tahoma"><span> มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่<span>&nbsp; </span>6 กรกฎาคม<span>&nbsp; </span>2553<span>&nbsp; </span>อนุมัติเงินงบประมาณจำนวนเงินรวม<span>&nbsp; </span>311,000,000<span>&nbsp; </span>บาท<span>&nbsp; </span>เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการย่านราชประสงค์กรณีค่าเช่า<span>&nbsp; </span>และค่าบริการแก่ร้านค้าย่อย<span>&nbsp; </span>มีเจ้าของอาคารผู้ให้เช่าสถานที่ได้รับความช่วยเหลือทดแทนค่าเช่าจำนวน<span>&nbsp; </span>15<span>&nbsp; </span>ราย<span>&nbsp; </span>มีผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นผู้เช่าพื้นที่ได้รับความช่วยเหลือจำนวน 2 ,188 ราย<span>&nbsp; </span>โดยให้สำนักงานปลัดกระทรวงเป็นหน่วยเบิกจ่ายโดยจ่ายเป็นเช็คให้กับเจ้าของอาคารแต่ละราย<span>&nbsp; </span>โดยผลการดำเนินงานเจ้าของอาคารผู้ให้เช่ายื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือเป็นเงิน<span>&nbsp; </span>255,421,035.91<span>&nbsp; </span>บาท<span>&nbsp; </span>สำนักงานปลัดกระทรวงได้ตรวจสอบเอกสารประกอบมีเจ้าของอาคารที่ผ่านการตรวจเอกสารครบถ้วนแล้วจำนวน 12<span>&nbsp; </span>ราย<span>&nbsp; </span>พร้อมตั้งฎีกาเบิกจ่ายบางส่วนที่เอกสารครบถ้วนจำนวนเงิน<span>&nbsp; </span>126,280,841.79<span>&nbsp; </span>บาท</span><span>&nbsp; </span></span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 53.85pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 53.85pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma"><strong><span>(4)</span></strong><span> มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่<span>&nbsp; </span>13<span>&nbsp; </span>กรกฎาคม<span>&nbsp; </span>2553<span>&nbsp; </span>อนุมัติเงินงบประมาณจำนวนเงินรวม<span>&nbsp; </span>15,087,594<span>&nbsp; </span>บาท<span>&nbsp; </span>เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายการช่วยเหลือลูกจ้างกรณีถูกเลิกจ้าง<span>&nbsp; </span>เป็นลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนมีสิทธิรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>291 ราย<span>&nbsp; </span>รัฐบาลจ่ายสมทบร้อยละ<span>&nbsp; </span>50 ของค่าจ้างเป็นเวลา<span>&nbsp; </span>6<span>&nbsp; </span>เดือน<span>&nbsp; </span>เป็นเงิน 8,805,477<span>&nbsp; </span>บาท<span>&nbsp; </span>ลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนไม่ได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน<span>&nbsp; </span>(จ่ายเงินสมทบไม่ครบ<span>&nbsp; </span>6<span>&nbsp; </span>เดือน)<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>42<span>&nbsp; </span>คน<span>&nbsp; </span>ให้ความช่วยเหลือรายละ<span>&nbsp; </span>15,000 บาท<span>&nbsp; </span>(ครั้งเดียว)<span>&nbsp; </span>เป็นเงิน<span>&nbsp; </span>630,000 บาท<span>&nbsp; </span>ลูกจ้างนอระบบประกันสังคม<span>&nbsp; </span>จำนวน 39<span>&nbsp; </span>ราย<span>&nbsp; </span>ให้ความช่วยเหลือรายละ<span>&nbsp; </span>7,500<span>&nbsp; </span>บาท (ครั้งเดียว)<span>&nbsp; </span>เป็นเงิน 292,500<span>&nbsp; </span>บาท<span>&nbsp; </span>และการช่วยเหลือ ผู้ประกอบการที่ได้รักษาสภาพการจ้างไว้ตามหนังสือสมาคมผู้ประกอบการย่านราชประสงค์ลงวันที่<span>&nbsp; </span>12 <span>&nbsp;</span>กรกฎาคม<span>&nbsp; </span>2553<span>&nbsp; </span>มีผู้ประกอบการจำนวน<span>&nbsp; </span>38<span>&nbsp; </span>ราย<span>&nbsp; </span>พนักงานจำนวน<span>&nbsp; </span>402<span>&nbsp; </span>ราย<span>&nbsp; </span>เป็นเงิน<span>&nbsp; </span>5,359,617 บาท<span>&nbsp; </span>โดยให้สำนักงานประกันสังคมเป็นหน่วยเบิกจ่ายเงินโดยจ่ายเป็นเช็ค<span>&nbsp; </span>ซึ่งผลการดำเนินงานอยู่ระหว่างการดำเนินการเบิกจ่าย<span>&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span></span></span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 53.85pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 53.85pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma"><span><strong>(5) </strong>มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่<span>&nbsp; </span>8<span>&nbsp; </span>มิถุนายน<span>&nbsp; </span>2553<span>&nbsp; </span>อนุมัติหลักการและวงเงินงบประมาณการช่วยเหลือเป็นค่าเช่าพื้นที่ให้แก่ธนาคารทิสโก<span>&nbsp; </span>จำกัด<span>&nbsp; </span>(มหาชน)<span>&nbsp; </span>เนื่องจากธนาคารฯ<span>&nbsp; </span>จะปรับปรุงพื้นที่บริเวณชั้น<span>&nbsp; </span>3<span>&nbsp; </span>และชั้น<span>&nbsp; </span>4<span>&nbsp; </span>ของห้างสรรพสินค้าแฟชั่นมอลล์<span>&nbsp; </span>เพื่อให้ผู้ค้ารายย่อยของศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วันที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมมีพื้นที่ขายสินค้า<span>&nbsp; </span>และธนาคารฯ<span>&nbsp; </span>มีนโยบายจะงดเก็บค่าเช่าสถานที่ดังกล่าวเป็นเวลา<span>&nbsp; </span>6 เดือน<span>&nbsp; </span>โดยรัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณแทนค่าเช่าให้เดือนละ<span>&nbsp; </span>2.4<span>&nbsp; </span>ล้านบาท<span>&nbsp; </span>เป็นเวลา 3<span>&nbsp; </span>เดือน<span>&nbsp; </span>(กรณีมอบสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงานเป็นหน่วยเบิกจ่ายเงินอยู่ระหว่างรอมติคณะรัฐมนตรี)<span>&nbsp; </span>ซึ่งผลการดำเนินงานสำนักงานปลัดกระทรวงได้จัดเตรียมหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการจ่ายเงินช่วยเหลือ</span></span></span><span style="font-family: Tahoma"></span></p><p><span style="color: #000000"></span></p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[26/8/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[กรมบัญชีกลางแนะการพัฒนาทุนหมุนเวียนของกระทรวงแรงงาน]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=48356]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ วันที่ 26 สิงหาคม 2553 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมหารือเรื่องพัฒนาทุนหมุนเวียนของกระทรวงแรงงานร่วมกับผู้แทนกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับฟังนโยบาย/แนวทางการดำเนินงาน และเพื่อสะท้อนปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะในการดำเนินงาน <p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal rteleft"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma"></span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma">ทั้งนี้สืบเนื่องจากมติ ครม. เมื่อ 30 กันยายน 2546 ให้กรมบัญชีกลาง<span>&nbsp; </span>กระทรวงการคลังนำระบบการติดตามประเมินผลที่เป็นมาตรฐานสากลมาใช้เพื่อวัดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล การดำเนินงาน ตลอดจนให้หน่วยงานที่มีเงินนอกงบประมาณ ถือปฏิบัติตามมาตรการกำกับดูแล ตามที่กระทรวงการคลังนำเสนออย่างเคร่งครัด ตลอดจนมีการกำหนดวัตถุประสงค์การประเมินผลเพื่อให้มีระบบการประเมินผลเงินนอกงบประมาณที่เป็นรูปธรรม และมีประสิทธิภาพ <span>&nbsp;</span>เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ</span></span><span style="display: none; font-family: Tahoma"></span><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma">เพิ่มความคล่องตัวให้แก่ผู้บริหาร</span></span><span style="display: none; font-family: Tahoma"></span><span style="color: #000000"> <span style="font-family: Tahoma">และเพื่อสนับสนุนให้การบริหารจัดการเงินนอกงบประมาณเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลผ่านการกำกับการดำเนินงานด้วยคณะกรรมการต่างๆ คือ คณะกรรมการประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียน 14 คน (</span>PERFORMANCE<span><span>&nbsp; </span></span>AGREEMENT<span> </span>COMMITTEE <span>: </span>PAC<span>)<strong> </strong></span></span><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma">คณะกรรมการจัดทำบันทึกข้อตกลงฯ<span>&nbsp; </span>14 คน (7 ชุด ชุดละ 2 คน)<span>&nbsp; </span>และกรมบัญชีกลางและบริษัทที่ปรึกษา (ทริส)</span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</strong> กล่าวว่า การประชุมเสนอข้อแนะนำนั้นเป็นสิ่งที่ดี ในการประเมินผลกองทุนต่างๆ ในสังกัดกระทรวงแรงงานจำนวน 8 กองทุน นั้น ผู้ประเมินผลก็ย่อมต้องการให้เกิดการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ผู้ปฏิบัติบางทีก็เร่งดำเนินการเพื่อให้เกิดผลเฉพาะหน้า เช่นเพื่อให้เกิดมีกองทุนนั้นๆ ขึ้น</span></span><span style="display: none; font-family: Tahoma"></span><span style="color: #000000">&nbsp; <span style="font-family: Tahoma">แต่เมื่อผ่านการปฏิบัติงานไปบางครั้งก็เกิดปัญหาในทางปฏิบัติบ้างเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ไม่มีใครต้องการให้กองทุนล่มอย่างแน่นอน และบางครั้งการพูดจากันนั้นในทางปฏิบัติฟังดูอาจจะง่าย แต่บางสิ่งก็ต้องใช้ระยะเวลานานนับสิบปีจึงจะเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่กระทรวงแรงงานก็พร้อมจะปรับปรุงแก้ไข ซึ่งนอกจากจะต้องมีการบริหารกองทุนแล้ว ยังต้องคำนึงถึงการบริหารความพึงพอใจของผู้จ่ายเงินสมทบกองทุนด้วย ซึ่งอาจเป็นเรื่องยากกว่าการบริหารทางด้านเศรษฐศาสตร์เสียอีก ดังนั้นจึงเป็นการดีที่มีการพบปะพูดคุยกันระหว่างกระทรวงแรงงานและกรมบัญชีกลางขึ้น ซึ่งก็จะมีการประสานงานในทุกๆ ด้านต่อไป</span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma">สำหรับภาพรวมการประเมินทุนหมุนเวียนในสังกัดกระทรวงแรงงานนั้น มีอยู่ด้วยกันรวม 8 กองทุน และมีสินทรัพย์ การประเมินผลในปี 2552 ดังนี้ กองทุนเงินทดแทน</span></span><span style="display: none; font-family: Tahoma"></span><span style="color: #000000">สินทรัพย์รวม31,937.30 ล้านบาท ผลประเมินปี 2552 ได้ 3.2240 คะแนน กองทุนประกันสังคม สินทรัพย์รวม 761,399.12 ล้านบาท ผลประเมินฯ 3.4967 คะแนน กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง สินทรัพย์รวม 404.65 ล้านบาท ผลประเมินฯ 4.0813 คะแนน กองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ สินทรัพย์รวม 738.07 ล้านบาท ผลประเมินฯ 4.1441 คะแนน กองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน สินทรัพย์รวม 337.30 ล้านบาท ผลประเมิน 3.8077 คะแนน กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน สินทรัพย์รวม 1,257.01 ล้านบาท ผลประเมินฯ 3.6008 คะแนน กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน สินทรัพย์รวม 30.38 ล้านบาท ผลประเมินฯ 3.0513 คะแนน และกองทุนเพื่อการส่งคนต่างด้าวกลับออกไปนอกราชอาณาจักร สินทรัพย์รวม 1,368.98 ล้านบาท<span>&nbsp; </span>โดยทั้ง 8 กองทุน มีผลประเมินเฉลี่ย 3.6294 คะแนน จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน</span></p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[26/8/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[ก.แรงงาน มอบรางวัลมาตรฐานการบริหารจัดการด้านเอดส์และวัณโรค สถานประกอบกิจการ 530 แห่ง]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=48353]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><strong><span style="font-family: Tahoma">รองปลัดกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>มอบรางวัลมาตรฐานการบริหารจัดการด้านเอดส์และวัณโรคในสถานประกอบกิจการ<span>&nbsp; </span>ประจำปี<span>&nbsp; </span>พ.ศ.<span>&nbsp; </span>2553</span></strong><strong><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp; </span><span>จำนวน<span>&nbsp; </span>530<span>&nbsp; </span>แห่ง<span>&nbsp; </span>เพื่อให้สถานประกอบกิจการเป็นแบบอย่างในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์และวัณโรค<span>&nbsp; </span>ณ<span>&nbsp; </span>ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค<span>&nbsp; </span>บางนา<span>&nbsp; </span>กรุงเทพฯ</span></span></strong></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><strong><span style="font-family: Tahoma">นายสมเกียรติ<span>&nbsp; </span>ฉายะศรีวงศ์<span>&nbsp; </span>รองปลัดกระทรวงแรงงาน</span></strong><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp; </span>กล่าวว่า<span>&nbsp; </span>ขอชื่นชมสถานประกอบกิจการทั้ง<span>&nbsp; </span>530<span>&nbsp; </span>แห่ง<span>&nbsp; </span>ที่ได้รับรางวัลมาตรฐานการบริหารจัดการด้านเอดส์และวัณโรค<span>&nbsp; </span>ซึ่งกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>ร่วมกับองค์กรภาคีต่างๆ<span>&nbsp; </span>ได้พัฒนาและจัดทำขึ้นเป็นประเทศแรกของโลก<span>&nbsp; </span>และได้รับดารชื่นชมจากนานาชาติในการตอบสนองการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอชไอวี<span>&nbsp; </span>เอดส์และวัณโรคในกลุ่มแรงงานอย่างเป็นระบบ<span>&nbsp; </span>ซึ่งในวงการแพทย์และสาธารณสุขทั่วโลกต่างห่วงใยปัญหาเอดส์และวัณโรคที่จะกลับมาเป็นปัญหาทั่วโลกอีกครั้งหนึ่งโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้แรงงาน<span>&nbsp; </span>แต่ก็เป็นที่น่ายินดีที่มีกองทุนการเงินโลกของสหประชาชาติเพื่อต่อต้านเอดส์<span>&nbsp; </span>วัณโรค<span>&nbsp; </span>และมาลาเรีย<span>&nbsp; </span>ให้การสนับสนุนการดำเนินงานควบคุม ป้องกัน<span>&nbsp; </span>และดูแลรักษาด้านโรคเอดส์<span>&nbsp; </span>วัณโรค<span>&nbsp; </span>และมาลาเรียแก่ประเทศต่างๆ<span>&nbsp; </span>และประเทศไทยก็เป็นประเทศที่ร่วมดำเนินงานและรับทุนสนับสนุนจากกองทุนโลก</span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma">รางวัลและใบรับรองมาตรฐานจึงแสดงถึงการเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลกเพื่อร่วมกันปกป้องคุ้มครอง<span>&nbsp; </span>ช่วยเหลือให้คนทำงานมีความปลอดภัย<span>&nbsp; </span>มีคุณภาพชีวิตที่ดี<span>&nbsp; </span>และแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจในด้านสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติที่ดีต่อแรงงาน<span>&nbsp;</span>อันเป็นหัวข้อหลักสำคัญของมาตรฐานสากล<span>&nbsp; </span>(</span><span style="font-family: Tahoma">ISO <span>26000)<span>&nbsp; </span>ว่าด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม<span>&nbsp; </span>และสอดคล้องกับการสร้างงานที่มีคุณค่า<span>&nbsp; </span>(</span>Decent<span>&nbsp; </span>Work<span>)<span>&nbsp; </span>อันเป็นแนวคิดขององค์การแรงงานระหว่างประเทศที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างหลักประกันการทำงานแก่แรงงานทั่วโลกให้มีความมั่นคงและได้รับการคุ้มครองที่เป็นธรรม<span>&nbsp; </span>อันเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตในการทำงานและส่งเสริมการพัฒนางานที่ยั่งยืน<span>&nbsp; </span>ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในโลกการแข่งขันเสรีทางการค้าปัจจุบัน</span></span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma">ทั้งนี้สถานการณ์ผู้ป่วยเอดส์จากสำนักระบาดวิทยา <span>&nbsp;</span>กรมควบคุมโรค<span>&nbsp; </span>พบว่าในปี<span>&nbsp; </span>พ.ศ. 2552<span>&nbsp; </span>มีผู้ติดเชื้อเอชไอวี<span>&nbsp; </span>14,330 ราย ทั้งนี้ตั้งแต่ปี<span>&nbsp; </span>พ.ศ. 2527 ถึงปีพ.ศ.2552<span>&nbsp; </span>มีผู้ติดเชื้อทั้งหมด<span>&nbsp; </span>368,560 ราย<span>&nbsp; </span>เสียชีวิตแล้ว<span>&nbsp; </span>97,226<span>&nbsp; </span>ราย<span>&nbsp; </span>ซึ่งอาชีพที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด<span>&nbsp; </span>คือ<span>&nbsp; </span>อาชีพรับจ้าง/กรรมกร<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>174,820<span>&nbsp; </span>ราย<span>&nbsp; </span>รองลงมา<span>&nbsp; </span>คือ<span>&nbsp; </span>เกษตรกรรม 72,544 ราย<span>&nbsp; </span>โดยผู้ติดเชื้ออยู่ในกลุ่มอายุ<span>&nbsp; </span>30-44<span>&nbsp; </span>ปีมากที่สุด<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>92,333<span>&nbsp; </span>ราย<span>&nbsp; </span>รองลงมาคือกลุ่มอายุ<span>&nbsp; </span>25-29<span>&nbsp; </span>ปี<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>81,589<span>&nbsp; </span>ราย<span>&nbsp; </span>ในส่วนของสถานการณ์ผู้ป่วยโรควัณโรคในปี<span>&nbsp; </span>พ.ศ.<span>&nbsp; </span>2552<span>&nbsp; </span>พบว่า<span>&nbsp; </span>มีผู้ป่วยโรควัณโรครวมทุกชนิด<span>&nbsp; </span>40,051<span>&nbsp; </span>ราย<span>&nbsp; </span>เสียชีวิต<span>&nbsp; </span>176<span>&nbsp; </span>ราย<span>&nbsp; </span>ทั้งนี้ตั้งแต่ปี<span>&nbsp; </span>พ.ศ.<span>&nbsp; </span>2548<span>&nbsp; </span>ถึงปี<span>&nbsp; </span>พ.ศ.<span>&nbsp; </span>2552 พบว่าผู้ป่วยกลุ่มอายุ<span>&nbsp; </span>65<span>&nbsp; </span>ปีขึ้นไปมีจำนวนมากสุด<span>&nbsp; </span>โดยอาชีพที่มีผู้ป่วยมากที่สุด<span>&nbsp; </span>คือ<span>&nbsp; </span>อาชีพรับจ้าง ร้อยละ<span>&nbsp; </span>32.39<span>&nbsp; </span>รองลงมา<span>&nbsp; </span>คือ<span>&nbsp; </span>เกษตรกรรม<span>&nbsp; </span>ร้อยละ<span>&nbsp; </span>29.24</span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[24/8/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[ดีเดย์ปราบขบวนการแรงงานต่างด้าวผิดก.ม. 24 ส.ค.  30 ก.ย. 53 เน้นจับกุม ปราบปราม ดำเนินคดี - ป้องกันค้ามนุษย์ให้เป็นรูปธรรม]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=48352]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <p><strong>พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ประธานเปิดการสัมมนาและมอบนโยบายคณะทำงานตรวจสอบ ปราบปราม จับกุม และดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงาน จำนวน 5 คณะ รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ โดยบูรณาการกับหน่วยงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก กองทัพเรือ กรมการปกครอง และกรมการจัดหางาน ณ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ กรุงเทพฯ</strong></p><p><strong><font face="Tahoma">&nbsp; </font></strong><span style="font-family: Tahoma">เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2553<strong><span>&nbsp;&nbsp; </span>พลตรีสนั่น<span>&nbsp; </span>ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี </strong>เป็นประธานเปิดการสัมมนาและมอบนโยบายแก่คณะทำงานตรวจสอบ ปราบปราม จับกุมและดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงาน<span>&nbsp; </span>มี <strong>นายยุพ<span>&nbsp; </span>นานา<span>&nbsp; </span>ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน </strong><span>&nbsp;</span>ให้การต้อนรับ<span>&nbsp; &nbsp;</span>โดยมีผู้เข้าร่วมรับมอบนโยบายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก กองทัพเรือ<span>&nbsp; </span>สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการปกครอง กรมการจัดหางาน<span>&nbsp;&nbsp; </span>จำนวน 111 คน แบ่งเป็น 5 คณะ เพื่อเป็นคณะทำงานตรวจสอบ ปราบปราม จับกุมและดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงาน<span>&nbsp; </span>ปฏิบัติการทั่วประเทศ ซึ่งจะเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2553 เป็นต้นไป</span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma; color: black"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span></span><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma">ทั้งนี้จากการที่นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งแต่งตั้ง</span><span style="font-family: Tahoma">คณะทำงานตรวจสอบ ปราบปราม จับกุมและดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงาน<span>&nbsp; </span>จำนวน 5 คณะ ดังกล่าว ให้มีหน้าที่รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ที่ได้รับมอบหมาย โดยบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ มี<strong>พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน นาย</strong></span></span><span style="font-family: Tahoma"><span style="color: #000000"><strong>เฉลิมชัย ศรีอ่อน</strong></span><span style="color: #000000"><strong> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน <span>&nbsp;</span>เป็นรองประธาน<span>&nbsp; </span>รองอธิบดีกรมการจัดหางาน เป็นกรรมการและเลขานุการ<span>&nbsp;</span></strong><span> </span>รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ฯ<span>&nbsp; </span>เพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดในการป้องกัน สกัดกั้น แรงงานต่างด้าวเข้ามาอย่างผิดกฎหมายรายใหม่ๆ รวมทั้งดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายรายเก่าที่ไม่ยอมเข้าสู่ระบบการพิสูจน์สัญชาติและยังลักลอบทำงานไม่ยอมออกไปนอกราชอาณาจักรตามนโยบายการผลักดันที่ผ่านมา<span>&nbsp; </span>รวมทั้งผู้นำพา ผู้ให้ที่พักพิง และนายจ้าง ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง และกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว<span>&nbsp; </span>ให้เกิดความเรียบร้อยและเกิดความสำเร็จในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของรัฐบาล สามารถควบคุมดูแลการทำงานของแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานอยู่ในประเทศไทยให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย ไม่ก่อปัญหาการแย่งงานคนไทย ไม่ก่อปัญหาปลกระทบในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และไม่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ</span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma"><span style="color: black"></span></span><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span>อย่างไรก็ตาม คณะทำงานศูนย์ฯ ยังต้องคำนึงถึงด้วยว่า ในการติดตาม เรื่องเหล่านี้ จะต้องคุ้มครอง ป้องกันมิให้เกิดการกระทำหรือปฏิบัติต่อแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยในลักษณะสุ่มเสี่ยง</span><span style="font-family: Tahoma">ต่อการถูกกล่าวหาว่าเป็น </span><strong><span style="font-family: Tahoma">&ldquo;<span>การค้ามนุษย์</span>&rdquo;</span></strong><span style="font-family: Tahoma"><span> ซึ่งจะต้องอาศัยให้ความสำคัญต่อทั้งในแง่ของความเป็นธรรม และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของแรงงานต่างด้าวทุกชาติควบคู่กันไปด้วย ตาม </span><strong>&ldquo;<span>ปฏิญญา 3 สิงหาคม เพื่อการทำงานอย่างมีศักดิ์ศรี</span>&rdquo;</strong><span> ให้เกิดการปฏิบัติต่อแรงงานต่างด้าวอย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบทุกรูปแบบ โดยมีหน้าที่ตรวจสอบ ปราบปราม จับกุม และดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวและผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายพ.ร.บ.คนเข้าเมืองและพ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งการปฏิบัติงานจะแบ่งออกเป็นสองระยะ <strong><u>ระยะแรก</u></strong> จะดำเนินการจับกุมกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่จดทะเบียนกับกรมการปกครองแต่ไม่มาขออนุญาตทำงานกับกรมการจัดหางาน จำนวน 126,187 คน และแรงงานต่างด้าวไม่มาต่ออายุใบอนุญาต จำนวน 383,677 คน รวมทั้งสิ้น 509,864 คน <strong><u>ระยะที่สอง</u></strong> แรงงานกลุ่มอื่นๆ ทางสำนักงานเลขานุการศูนย์เฉพาะกิจปราบปรามจับกุมและดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงาน จะส่งข้อมูลรายชื่อที่อยู่แรงงานต่างด้าวกลุ่มเป้าหมายให้กับฝ่ายเลขานุการของคณะทำงานในแต่ละชุด โดยแยกเป็นรายจังหวัด ซึ่งคณะทำงานฯ จะเริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2553 จนถึง วันที่ 30 กันยายน 2553</span></span></span></p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[23/8/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[ก.แรงงาน จัดทำ...ร่างอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ 11 สาขาอาชีพ...มุ่งหวังความเป็นธรรมสานฝันลูกจ้างให้ได้รับค่าจ้างตามทักษะฝีมือ ]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=48103]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><strong><span style="font-family: Tahoma">กระทรวงแรงงาน เปิดรับฟังความคิดเห็น (ร่าง) อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ 11 สาขาอาชีพ ครั้งที่ </span></strong><strong><span style="font-family: Tahoma">2<span><span>&nbsp; </span>สำหรับกลุ่มจังหวัดภาคกลาง </span>25<span> จังหวัด <span>&nbsp;</span>โดยจะนำผลที่ได้ไปประกอบการพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างให้เกิดความเหมาะสมและเป็นธรรมแก่แรงงานกึ่งฝีมือและแรงงานมีฝีมือ<span>&nbsp; </span>เพื่อออกประกาศกำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงานที่จะบังคับใช้เป็นกฎหมายในปี </span>2553</span></strong></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><strong><span style="font-family: Tahoma"></span></strong></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 54.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><strong><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span>นายสมชาย <span>&nbsp;</span>ชุ่มรัตน์<span>&nbsp; </span>ปลัดกระทรวงแรงงาน</span></strong><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp; </span>กล่าวในพิธีเปิดสัมมนารับฟังความคิดเห็น (ร่าง) อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ </span><span style="font-family: Tahoma">11<span> สาขาอาชีพ ณ โรมแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา <span>&nbsp;</span>ซึ่งประกอบด้วย<span>&nbsp; </span>ช่างซ่อมไมโครคอมพิวเตอร์<span>&nbsp; </span>ช่างไฟฟ้าภายในอาคาร<span>&nbsp; </span>ช่างไฟฟ้าอุตสาหกรรมช่างเครื่องปรับอากาศในบ้านและการพาณิชย์ขนาดเล็ก<span>&nbsp; </span>ช่างอิเล็กทรอนิกส์(โทรทัศน์)<span>&nbsp; </span>ช่างสีรถยนต์<span>&nbsp; </span>ช่างเคาะตัวถังรถยนต์<span>&nbsp; </span>ช่างซ่อมรถยนต์<span>&nbsp; </span>พนักงานนวดไทย<span>&nbsp; </span>ผู้ประกอบอาหารไทย<span>&nbsp; </span>และนักส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม สปาตะวันตก (หัตถบำบัด) รวมจำนวน 300 คน<span>&nbsp; </span>ซึ่งนายสมชายฯ กล่าวว่า กระทรวงแรงงานได้ออกประกาศอัตราค่าจ้างตามระดับมาตรฐานฝีมือแรงงาน เมื่อวันที่ </span>23<span> มกราคม </span>2549<span> ใน </span>30<span> สาขาอาชีพ โดยขอความร่วมมือสถานประกอบกิจการนำไปใช้กำหนดอัตราค่าจ้างแก่ลูกจ้างที่ผ่านการทดสอบฝีมือแห่งชาติจากกระทรวงแรงงาน</span></span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 54.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 54.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span>สภาพปัจจุบันไม่สามารถปฏิเสธกระแสโลกาภิวัตน์และการแข่งขันในเวทีการค้าโลก <span>&nbsp;</span>การจัดเขตการค้าเสรีกับนานาประเทศ<span>&nbsp; </span>แม้กระทั่งการแข่งขันกับประเทศในกลุ่มอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นประเทศเวียดนามหรือจีน <span>&nbsp;</span>ซึ่งเป็นประเทศคู่แข่ง ที่สำคัญ<span>&nbsp; </span><span>&nbsp;</span>ประเทศไทยจะสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้ จำเป็นต้องมีองค์ความรู้ เทคโนโลยี <span>&nbsp;</span>การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะทรัพยากรมนุษย์ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในกระบวนการผลิต<span>&nbsp; </span></span><strong><span style="font-family: Tahoma">&ldquo;<span>อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ</span>&rdquo;<span> </span></span></strong><span style="font-family: Tahoma">จึงเป็นเครื่องมือที่จะทำให้นายจ้างและลูกจ้างได้รับประโยชน์ร่วมกัน โดยสถานประกอบกิจการ/นายจ้างนำไปเป็นเกณฑ์กำหนดโครงสร้างค่าจ้าง/ค่าตอบแทน<span>&nbsp; </span>การวิเคราะห์ </span><span style="font-family: Tahoma">Competency<span> <span>&nbsp;</span>ของตำแหน่งงาน<span>&nbsp; </span>การรับสมัครงาน<span>&nbsp; </span>การเลื่อนตำแหน่ง<span>&nbsp; </span>การขึ้นหรือเพิ่มเงินเดือนแก่พนักงาน/ลูกจ้าง สำหรับลูกจ้างถือเป็นการสร้างโอกาสให้แก่ตนเองได้ทำงานที่เหมาะสมและได้รับค่าตอบแทนตามทักษะฝีมือที่มีอยู่<span>&nbsp; </span>ทั้งนี้ ในส่วนของผู้บริโภคทั้งภายในประเทศและต่างประเทศก็จะได้รับสินค้าและบริการที่ปลอดภัย&nbsp;มีคุณภาพและราคาที่ยุติธรรม<span>&nbsp; </span>เมื่อนานาประเทศเกิดการยอมรับในแรงงานฝีมือของไทยก็จะส่งผลต่อความต้องการเข้ามาลงทุนของชาวต่างชาติ<span>&nbsp; </span>การส่งออกก็จะมากขึ้นเนื่องจากมีคำสั่งซื้อสินค้าที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศเจริญเติบโต <span>&nbsp;&nbsp;</span>ซึ่งสอดคล้องกับการที่ตัวแทนลูกจ้าง<span>&nbsp; </span>นายจ้างและสถานประกอบกิจการ<span>&nbsp; </span>กล่าวไว้<span>&nbsp; </span>ดังนี้</span></span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 54.0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 54.0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma"><span></span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 54.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span>นางสาวรัตนา<span>&nbsp; </span>บัวคุ้ม&nbsp; ห้างหุ้นส่วนจำกัด คอมเทค ซิสเต็มส์<span>&nbsp; </span>กิจการเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กล่าวว่า <span>&nbsp;</span>เป็นเรื่องดี เพราะทำให้เกิดแนวคิดร่วมกัน ซึ่งลูกจ้างและสถานประกอบการบางแห่งอาจจะยังไม่รู้ว่าการทดสอบเพื่อพัฒนาและเพิ่มทักษะฝีมือแรงงานคืออะไร <span>&nbsp;</span>สามารถนำมากำหนดเป็นค่าแรงงานได้อย่างไร <span>&nbsp;</span>รวมถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากไหน <span>&nbsp;</span>กระทรวงแรงงานควรจัดสัมมนา ชี้แจง ให้ความรู้เรื่อง</span><span style="font-family: Tahoma">ดังกล่าวโดยต่อเนื่อง</span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 54.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 54.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span><span>นางสาวทัศพร<span>&nbsp; </span>ทรงศรี<span>&nbsp; </span>ร้าน <span>&nbsp;</span>ไอ แพร์ นิค สปา แอนด์ บิวตี้ จ.ราชบุรี กิจการเกี่ยวกับสปาและเสริม</span><span>&nbsp;&nbsp; </span><span>ความงาม การจัดงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดมาตรฐานค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างตามทักษะฝีมือ ซึ่งผู้ประกอบการจะใช้เป็นพื้นฐานในการจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้าง สำหรับการประกอบธุรกิจในการทำสปาบางครั้งสังคมจะมองในลักษณะ </span>2<span> ทาง </span>2<span> แง่ </span>2<span> ง่าม เมื่อกระทรวงแรงงานเข้ามาดำเนินการในเรื่องนี้ก็จะทำให้สังคมรับทราบและเกิดความเข้าใจในธุรกิจเกี่ยวกับการทำสปาที่ถูกต้อง<span>&nbsp; </span>ส่วนลูกจ้างก็จะได้เรียนรู้วิธีการ แนวทางที่ถูกต้อง <span>&nbsp;</span>รวมถึงได้ค่าจ้างตรงตามมาตรฐานฝีมือไปพร้อม ๆ กัน </span></span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 54.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 54.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span></span><strong><span style="font-family: Tahoma">&lsquo;<span>อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ</span>&rsquo;</span></strong><span style="font-family: Tahoma"> จึงเป็นมาตรการหนึ่งที่กระทรวงแรงงานมุ่งที่จะคุ้มครอง </span><strong><span style="font-family: Tahoma">&lsquo;<span>แรงงานไร้ฝีมือ</span>&rsquo;</span></strong><span style="font-family: Tahoma"> <span>ให้ได้รับค่าจ้างในระดับที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ในสังคม<span>&nbsp; </span>สำหรับ </span><strong>&lsquo;<span>อัตราค่าจ้างตามระดับมาตรฐานฝีมือแรงงาน</span>&rsquo;</strong><span> <span>&nbsp;</span>เป็นนโยบายและมาตรการที่กระทรวงแรงงานมุ่งส่งเสริมให้ภาคเอกชนได้ใช้เป็นเกณฑ์กำหนดอัตราค่าจ้างให้แก่ </span>&lsquo;<strong><span>แรงงานกึ่งฝีมือและแรงงานมีฝีมือ</span>&rsquo;<span> </span></strong><span>ได้อย่างเหมาะสม เป็นธรรม <span>&nbsp;</span><span style="display: none">รการ</span>ซึ่งกระทรวงแรงงานจะเร่งดำเนินการออกประกาศกำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน<span>&nbsp; </span>เพื่อบังคับเป็นกฎหมายให้แล้วเสร็จภายในปี </span>2553<span> <strong>นายสมชายฯ</strong>&nbsp;<span>&nbsp;</span>กล่าวสรุป<span>&nbsp; </span><strong><span>&nbsp;</span></strong></span></span></span><span style="font-family: Tahoma"><span></span></span></p><p>&nbsp;</p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[20/8/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[ คณะกรรมการไตรภาคีด้านความปลอดภัย ก.แรงงาน เน้นการทำงานเชิงบูรณาการรุกป้องกันปัญหา ]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=48102]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <strong><font size="5"><font face="Cordia New">คณะกรรมการความปลอดภัย<span>&nbsp; </span>อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน<span>&nbsp; </span>เตรียมทิศทางการทำงานปี 2554<span>&nbsp; </span>เน้นการทำงานเชิงบูรณาการเชิงรุกป้องกันปัญหาความปลอดภัยในการทำงาน<span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; font-size: 16pt"></span></font></font></strong> <p style="text-align: justify; line-height: 115%" class="MsoNormal"><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; font-size: 16pt"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span><span style="letter-spacing: -0.2pt">นายสมเกียรติ<span>&nbsp; </span>ฉายะศรีวงศ์<span>&nbsp; </span>รองปลัดกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ</span><span style="letter-spacing: -0.5pt">ความปลอดภัย<span>&nbsp; </span>อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน<span>&nbsp; </span>ครั้งที่ 8 / 2553 ฯ<span>&nbsp; </span>ห้องประชุมมิตรไมตรี 2</span> ชั้น 5<span>&nbsp; </span>กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน<span>&nbsp; </span><span>&nbsp;</span>ซึ่งคณะกรรมการไตรภาคี<span>&nbsp; </span>ซึ่งมีหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยฯ<span>&nbsp; </span>อาทิ กรมควบคุมโรค<span>&nbsp; </span>กรมโรงงานอุตสาหกรรม<span>&nbsp; </span>กรมโยธาธิการและผังเมือง<span>&nbsp; </span>และ<span style="letter-spacing: -0.5pt">กรมควบคุมมลพิษ<span>&nbsp; </span>เป็นกรรมการ<span>&nbsp;&nbsp; </span>ในโอกาสนี้ประธานได้แจ้งที่ประชุมให้ทราบว่า<span>&nbsp; </span>กฎกระทรวงกำหนด</span><span style="letter-spacing: -0.6pt">มาตรฐานในการบริหารและการจัดการความปลอดภัย<span>&nbsp; </span>อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ( ฉบับที่ 2 )</span> พ.ศ. 2553<span>&nbsp; </span>ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่<span>&nbsp; </span>9<span>&nbsp; </span>กรกฎาคม<span>&nbsp; </span>2553<span>&nbsp; </span>โดยจะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาตรงกับวันที่<span>&nbsp; </span>5<span>&nbsp; </span>มกราคม<span>&nbsp; </span>2554<span>&nbsp; </span>สาระสำคัญคือสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป<span>&nbsp; </span>ให้นายจ้างจัดให้มีระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงานของสถานประกอบการ<span>&nbsp; </span>ในการนี้<span>&nbsp; </span>นางอัมพร<span>&nbsp; </span>นิติศิริ<span>&nbsp; </span>อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน<span>&nbsp; </span>ในฐานะกรรมการคณะกรรมการฯ<span>&nbsp; </span>ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า<span>&nbsp; </span>กรมสวัสดิการและคุ้มครอง<span style="letter-spacing: -0.1pt">แรงงาน<span>&nbsp; </span>จะออกรายละเอียดให้สอดรับกับกฎหมายดังกล่าวต่อไปโดยจะมีการประชุมคณะอนุกรรมการฯ</span> ที่จัดทำรายละเอียดดังกล่าวในวันพรุ่งนี้ ( 20 สิงหาคม 2553 )</span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; font-size: 16pt"></span></p><p style="text-align: justify; line-height: 115%" class="MsoNormal"><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; font-size: 16pt"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span><span style="letter-spacing: -0.6pt">การประชุมมีการหารือว่า<span>&nbsp; </span>ปัญหาด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นมักเป็นปลายเหตุและการวินิจฉัยปัญหา</span>มี<span style="letter-spacing: -0.4pt">ความซับซ้อนในเชิงวิทยาศาสตร์ในการวิเคราะห์ถึงสาเหตุ<span>&nbsp; </span>ทำให้บางกรณีไม่สามารถระบุถึงปัญหาต้นเหตุแท้จริงเพื่อการเตรียมป้องกันปัญหา<span>&nbsp; </span><strong>สำหรับปี 2554<span>&nbsp; </span>คณะกรรมการฯ มีความเห็นพ้องต้องกันว่า<span>&nbsp; </span>หน่วยงาน</strong></span><strong><span style="letter-spacing: -0.2pt">ภาครัฐในคณะกรรมการชุดนี้<span>&nbsp; </span>ควรมีการบูรณาการทำงานด้วยกันในลักษณะคณะทำงานเฉพาะกิจฯ<span>&nbsp; </span></span></strong><span style="letter-spacing: -0.2pt">ที่จะ</span>ร่วมกันออกปฏิบัติการเมื่อเกิดปัญหาขึ้น<span>&nbsp; </span>เพื่อค้นหาสาเหตุจากมิติการมองปัญหาตามวิชาชีพที่แตกต่าง<span>&nbsp; </span>จะช่วยในการวิเคราะห์ปัญหาได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น<span>&nbsp; </span>โดยเฉพาะปัญหาสารเคมีรั่วไหล<span>&nbsp; </span>อุบัติเหตุจากการทำงานในที่อับอากาศ<span>&nbsp;&nbsp; </span>และยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรภาครัฐด้วย<span>&nbsp; </span>สำหรับผู้แทนจากนายจ้างและลูกจ้างซึ่งมีสาวนร่วมในการประชุมหารือแล้วยังมีส่วนช่วยในการรณรงค์ประสานความเข้าใจและประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ด้านความปลอดภัยในการทำงานภายในภาคีของตนด้วย<span>&nbsp; </span></span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; font-size: 16pt"></span></p><p style="text-align: justify; line-height: 115%" class="MsoNormal"><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; font-size: 16pt"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span>นางอัมพร<span>&nbsp; </span>นิติศิริ<span>&nbsp; </span>แจ้งเพิ่มเติมว่า ในวันจันทร์ที่<span>&nbsp; </span>23<span>&nbsp; </span>สิงหาคม<span>&nbsp; </span>2553<span>&nbsp; </span>เวลา 14.00 น.<span>&nbsp; </span>ผู้แทนคณะกรรมการความปลอดภัยฯ<span>&nbsp; </span>จะเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>เพื่อรับทราบนโยบายและทิศทางการดำเนินงานด้านความปลอดภัย<span>&nbsp; </span>อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน<span>&nbsp; </span></span></p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[20/8/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[ที่ประชุมก.แรงงานเร่งแก้ปัญหาค้ามนุษย์ให้เป็นรูปธรรม]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=48101]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.8pt; font-size: 16pt"><strong>นายสมชาย<span>&nbsp; </span>ชุ่มรัตน์<span>&nbsp; </span>ปลัดกระทรวงแรงงาน </strong></span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.8pt; font-size: 16pt"><span>&nbsp;</span>เปิดเผยว่าการประชุมกระทรวงแรงงาน ครั้งที่ 5/2553 โดยมีตนเป็นประธาน ได้มีข้อสั่งการในประเด็นที่กระทรวงแรงงานได้รับมอบหมายให้ดำเนินการจากการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยมีการมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการดังนี้</span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.4pt; color: black; font-size: 16pt"></span> <p style="text-align: justify; line-height: 115%; margin-right: -1.5pt" class="MsoNormal"><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.4pt; color: black; font-size: 16pt"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span>จากการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (คณะกรรมการ ปคม.) เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2553 ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งมีการพิจารณาวาระสำคัญคือรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี 2553 ของสหรัฐอเมริกา ที่มีผลกระทบต่อประเทศไทย และที่ประชุมเห็นชอบมอบหมายกระทรวงแรงงานดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องได้แก่ <span>&nbsp;</span>การปรับปรุงมาตรฐานขั้นตอนการตรวจแรงงานและสถานประกอบการแก้ไขปัญหาการหลอกลวงแรงงาน การบังคับใช้แรงงาน การดำเนินการร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในการดำเนินการตามมาตรา 37 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ รวมถึงให้เสนอแผนการจัดการเรื่องระบบแรงงานทั้งในและนอกระบบ และการลดค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวนั้น</span><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.4pt; color: black; font-size: 16pt"></span></p><p style="text-align: justify; line-height: 115%; margin-right: -1.5pt" class="MsoNormal"><span style="line-height: 115%; font-family: &#39;Cordia New&#39;, &#39;sans-serif&#39;; letter-spacing: -0.4pt; color: black; font-size: 16pt"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span>ในการประชุมกระทรวงแรงงานมีข้อสั่งการต่อเรื่องนี้ โดยกรมที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงแรงงานต้องจัดทำรายละเอียดให้ชัดเจนที่มองเห็นเป็นรูปธรรม และมีข้อมูลเป็นตัวชี้วัดที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของการดำเนินการในแต่ละประเด็นที่เป็นปัญหา เพื่อเตรียมนำเสนอในที่ประชุม ปคม.คราวต่อไปในเดือนกันยายน 2553</span></p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[19/8/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[ผู้ช่วยรมว.แรงงาน เปิดงานรณรงค์ด้านความปลอดภัยฯ สร้างความเข้มแข็งสู่สังคมอย่างยั่งยืน]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=47944]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <strong><font face="Tahoma">ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>ประกาศเกียรติคุณเชิดชูเกียรติสถานประกอบกิจการ จำนวน 112 แห่ง ที่บริหารงานได้ตามมาตรฐานแรงงานที่<span>&nbsp; </span>กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงานกำหนด ด้วยการมอบธงแรงงานปลอดภัย<span>&nbsp; </span>สุขภาพอนามัยดี<span>&nbsp; </span>มีความรับผิดชอบต่อสังคม <span>&nbsp;</span>มุ่งลดการประสบอันตรายจากการทำงานของลูกจ้าง เพื่อให้แรงงานไทยและสังคมไทยเกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน&nbsp;</font></strong> <p><span style="color: #000000"><strong><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp;</span></span></strong><span style="font-family: Tahoma">ในวันที่ 17 ส.ค. 53 เวลา13.30 น. ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี<strong> นายยุพ นานา<span>&nbsp; </span>ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน</strong> มอบนโยบาย </span><span style="font-family: Tahoma">&ldquo;<span>บูรณาการงานด้านความปลอดภัย<span>&nbsp; </span>อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน <span>&nbsp;</span>สร้างความเข้มแข็งสังคมอย่างยั่งยืน</span>&rdquo;<span> ซึ่งนายยุพฯ กล่าวว่า<span>&nbsp; </span>กิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ด้านความปลอดภัย<span>&nbsp; </span>อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการไทยเข้มแข็งของรัฐบาล ข้อมูลการประสบอันตรายจากการทำงานพบว่า แต่ละปีจะมีลูกจ้างประสบอันตรายจากการทำงานประมาณปีละ 1.9 แสนคน โดยมีอัตราการประสบอันตรายลดลงอย่างต่อเนื่องทุกปี แต่ก็ยังไม่ใช่เป้าหมายสุดท้ายของการทำงานด้านความปลอดภัย<span>&nbsp; </span>เพราะเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่ </span>Zero Accident<span> หรือ </span><strong>&ldquo;<span>อุบัติเหตุเป็นศูนย์</span>&rdquo;</strong><span> โดยเฉพาะอุบัติเหตุที่ต้องสูญเสียชีวิตหรืออวัยวะ การรณรงค์ ควบคุม และป้องกันอันตรายจึงเป็นสิ่งสำคัญเพราะการลดการประสบอันตรายจากการทำงานของลูกจ้างลงได้ หมายถึงการลดความสูญเสียทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ โดยสร้างเป็นวัฒนธรรมการทำงานให้ทุกคนตระหนักในจิตสำนึกและพฤติกรรม<span>&nbsp; </span>การรณรงค์เรื่องความรับผิดชอบทางสังคมในทุกองค์กรเป็นการแสดงจุดยืนของการเป็นองค์กรที่ทำงานตอบแทนสังคมนอกเหนือจากการแสวงกำไร<span>&nbsp; </span></span><strong>&ldquo;<span>ความสูญเสียของลูกจ้าง</span>&rdquo;</strong><span> เป็นภาพสะท้อนที่ส่งผลกระทบต่อสภาพการลงทุนและความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของประเทศ<span>&nbsp; </span>กระทรวงแรงงานจึงเล็งเห็นถึงการให้ความสำคัญในการส่งเสริมเรื่องความปลอดภัย ในการทำงานของลูกจ้างอย่างจริงจัง<span>&nbsp; </span>โดยวางเป้าหมาย </span><strong>&ldquo;<span>อุบัติเหตุจากการทำงานเป็นศูนย์</span>&rdquo;</strong><span> เพื่อเป็นเครื่องชี้วัด ทั้งปริมาณและคุณภาพที่บ่งบอกถึงความสำเร็จในการยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานไทย</span></span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span>จังหวัดปทุมธานี มีสถานประกอบกิจการ 5,790 แห่ง มีผู้ใช้แรงงานไม่น้อยกว่า 350,000 คน ซึ่งมีนโยบายที่ชัดเจนในการควบคุมป้องกันปัญหาการประสบอันตรายในทำงาน เน้นมาตรการส่งเสริม<span>&nbsp; </span>รณรงค์ สร้างสำนึกด้านความปลอดภัยในการทำงาน กับทุกภาคส่วน<span>&nbsp; </span>เพื่อมุ่งหมายลดการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานของลูกจ้างลงให้มากที่สุด<span>&nbsp; </span><strong>นายยุพฯ</strong><span>&nbsp; </span>กล่าวในตอนท้าย<span>&nbsp;&nbsp;</span></span></span><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[18/8/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[รมว.แรงงาน มอบนโยบายเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางานส่งเสริมการทำงานให้คนพิการ]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=47880]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><strong><span style="font-family: Tahoma">รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>มอบนโยบายการส่งเสริมการมีงานทำให้คนพิการจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ<span>&nbsp; </span>สำนักจัดหางานกรุงเทพเขตพื้นที่<span>&nbsp; </span>1-10<span>&nbsp; </span>โดยให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติส่งเสริม<span>&nbsp; </span>และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 พัฒนาและส่งเสริมระบบการบริหารด้านการส่งเสริมการมีงานทำให้คนพิการ<span>&nbsp; </span>จัดนัดพบแรงงานคนพิการ <span>&nbsp;</span>รวมถึงการเตรียมรองรับขอใช้สิทธิมาตรา 35 ของคนพิการ<span>&nbsp; </span>นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการ และหน่วยงานของรัฐ<span>&nbsp; </span></span></strong></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><strong><span style="font-family: Tahoma">นายเฉลิมชัย<span>&nbsp; </span>ศรีอ่อน<span>&nbsp; </span>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span></span></strong><span style="font-family: Tahoma">กล่าวว่า<span>&nbsp; </span>กรมการจัดหางาน เป็นหน่วยงานมีภารกิจที่มีความสำคัญในหลายด้าน<span>&nbsp; </span>รวมถึงมีภารกิจที่สำคัญเพิ่มขึ้น คือ การส่งเสริมการมีงานทำให้คนพิการตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550<span>&nbsp; </span>และการปฏิบัติตามอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 159 ว่าด้วยการฟื้นฟูอาชีพและการจ้างงาน<span>&nbsp; </span>(คนพิการ)<span>&nbsp; </span>อีกทั้งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญและได้ดำเนินการในด้านต่างๆ เพื่อส่งเสริมสิทธิ<span>&nbsp; </span>โอกาสและความเสมอภาคของคนพิการมาโดยต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งเสริมให้คนพิการให้ได้เข้าถึงสิทธิและโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิต การจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานสำหรับคนพิการ เช่นทางลาด ห้องน้ำ ที่จอดรถ ป้าย<span>&nbsp; </span></span></span><span style="font-family: Tahoma"></span><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma">และสัญลักษณ์<span>&nbsp; </span>โดยวางเป้าหมายการให้บริการข้อมูลแก่คนพิการด้านการขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมแก่คนพิการ<span>&nbsp; </span>การจัดให้มีระบบล่ามภาษามืออย่างทั่วถึง<span>&nbsp; </span>และการจัดสวัสดิการเบี้ยคนพิการแก่คนพิการทุกคนที่จดทะเบียน<span>&nbsp; </span>โดยจ่ายเบี้ยยังชีพเดือนละ<span>&nbsp; </span>500 บาท โดยเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน<span>&nbsp; </span>2553<span>&nbsp; </span>เป็นต้น<span>&nbsp; </span>และการบริการแก่คนพิการต้องทั่วถึงภายใน <span>&nbsp;</span>พ.ศ. 2554</span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma">ดังนั้น ส่งเสริมการมีงานทำแก่คนพิการตามพระราชบัญญัติส่งเสริม<span>&nbsp; </span>และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ<span>&nbsp; </span>พ.ศ.<span>&nbsp; </span>2550<span>&nbsp; </span>ถือเป็นภารกิจสำคัญที่จัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ<span>&nbsp; </span>สำนักจัดหางานกรุงเทพเขตพื้นที่<span>&nbsp; </span>1-10<span>&nbsp; </span>และหน่วยงานภายในกรมการจัดหางาน<span>&nbsp; </span>ต้องให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติส่งเสริม<span>&nbsp; </span>และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ<span>&nbsp; </span>พ.ศ.<span>&nbsp; </span>2550<span>&nbsp; </span>ในเรื่องการให้บริการจัดหางาน<span>&nbsp; </span>การแนะแนวอาชีพ<span>&nbsp; </span>การส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระ<span>&nbsp; </span>การเป็นศูนย์กลางข้อมูลตลาดแรงงานสำหรับคนพิการ<span>&nbsp; </span>การคุ้มครองคนหางานที่เป็นคนพิการ<span>&nbsp; </span>รวมทั้งพัฒนาและส่งเสริมระบบการบริหารด้านการส่งเสริมการมีงานทำให้คนพิการ <span>&nbsp;</span>เพื่อให้คนพิการมีงานทำที่เหมาะสมกับความรู้<span>&nbsp; </span>ความสามารถและความถนัด<span>&nbsp; </span>ไม่ถูกหลอกลวง ตลอดจนได้รับสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมและเป็นธรรม อีกทั้งในปีงบประมาณ 2554 กรมการจัดหางานมีโครงการส่งเสริมให้คนพิการมีงานทำ<span>&nbsp; </span>ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเตรียมการให้พร้อมก่อนเริ่มปีงบประมาณ<span>&nbsp; </span>และให้มีการดำเนินการอย่างเต็มที่<span>&nbsp; </span>มีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น<span>&nbsp; </span>โดยยึดหลักการทำงานร่วมกันระหว่างนายจ้าง คนพิการ และกรมการจัดหางาน นอกจากนี้ยังมีโครงการส่งเสริมคนพิการให้ทำงานภาครัฐ ซึ่งจัดทำขึ้นรองรับมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 ต้องอาศัยความร่วมมือดำเนินการจากทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดการจ้างงานที่มีประสิทธิภาพและเป็นตัวอย่างที่ดีแก่หน่วยงานภาครัฐ<span>&nbsp; </span>และหน่วยงานภาคเอกชน</span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma">ในส่วนของการจัดนัดพบแรงงานคนพิการ<span>&nbsp; </span>ให้ดำเนินการในทุกจังหวัด<span>&nbsp; </span>โดยจัดควบคู่กับการจัดนัดพบแรงงานปกติ<span>&nbsp; </span>การจัดนัดพบแรงงานคนพิการ<span>&nbsp; </span>ทั้งการประชาสัมพันธ์ข้อมูลตำแหน่งงานว่างให้แก่คนหางานที่ประสงค์เข้าสู่ตลาดแรงงานเสรี<span>&nbsp; </span>สำหรับโครงการแบ่งปันโอกาสให้คนพิการมีงานทำ ให้สำนักงานจัดหางานจังหวัดและสำนักจัดหางานกรุงเทพ<span>&nbsp; </span>ปฏิบัติงานเชิงรุกด้วยการเคาะประตูนายจ้างขอตำแหน่งงานว่างให้คนพิการ<span>&nbsp; </span>โดยยึดหลักพลังคนพิการเพื่อสังคม<span>&nbsp; </span>รวมถึงการเตรียมรองรับขอใช้สิทธิสิทธิมาตรา 35 ของคนพิการ<span>&nbsp; </span>นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการ<span>&nbsp; </span>และหน่วยงานของรัฐ<span>&nbsp; </span>โดยหน่วยงานของกรมการจัดหางานจะเป็นผู้รับขึ้นทะเบียน<span>&nbsp; </span>นายจ้าง<span>&nbsp; </span>และคนพิการที่ประสงค์จะใช้สิทธิตามมาตรา 35 ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค</span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">&nbsp;</p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[16/8/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[รมว.แรงงาน มอบนโยบายเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางานส่งเสริมการทำงานให้คนพิการ]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=47878]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><strong><span style="font-family: Tahoma">รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>มอบนโยบายการส่งเสริมการมีงานทำให้คนพิการจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ<span>&nbsp; </span>สำนักจัดหางานกรุงเทพเขตพื้นที่<span>&nbsp; </span>1-10<span>&nbsp; </span>โดยให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติส่งเสริม<span>&nbsp; </span>และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 พัฒนาและส่งเสริมระบบการบริหารด้านการส่งเสริมการมีงานทำให้คนพิการ<span>&nbsp; </span>จัดนัดพบแรงงานคนพิการ <span>&nbsp;</span>รวมถึงการเตรียมรองรับขอใช้สิทธิมาตรา 35 ของคนพิการ<span>&nbsp; </span>นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการ และหน่วยงานของรัฐ<span>&nbsp; </span></span></strong></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><strong><span style="font-family: Tahoma">นายเฉลิมชัย<span>&nbsp; </span>ศรีอ่อน<span>&nbsp; </span>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span></span></strong><span style="font-family: Tahoma">กล่าวว่า<span>&nbsp; </span>กรมการจัดหางาน เป็นหน่วยงานมีภารกิจที่มีความสำคัญในหลายด้าน<span>&nbsp; </span>รวมถึงมีภารกิจที่สำคัญเพิ่มขึ้น คือ การส่งเสริมการมีงานทำให้คนพิการตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550<span>&nbsp; </span>และการปฏิบัติตามอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 159 ว่าด้วยการฟื้นฟูอาชีพและการจ้างงาน<span>&nbsp; </span>(คนพิการ)<span>&nbsp; </span>อีกทั้งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญและได้ดำเนินการในด้านต่างๆ เพื่อส่งเสริมสิทธิ<span>&nbsp; </span>โอกาสและความเสมอภาคของคนพิการมาโดยต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งเสริมให้คนพิการให้ได้เข้าถึงสิทธิและโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิต การจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานสำหรับคนพิการ เช่นทางลาด ห้องน้ำ ที่จอดรถ ป้าย<span>&nbsp; </span></span></span><span style="font-family: Tahoma"></span><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma">และสัญลักษณ์<span>&nbsp; </span>โดยวางเป้าหมายการให้บริการข้อมูลแก่คนพิการด้านการขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมแก่คนพิการ<span>&nbsp; </span>การจัดให้มีระบบล่ามภาษามืออย่างทั่วถึง<span>&nbsp; </span>และการจัดสวัสดิการเบี้ยคนพิการแก่คนพิการทุกคนที่จดทะเบียน<span>&nbsp; </span>โดยจ่ายเบี้ยยังชีพเดือนละ<span>&nbsp; </span>500 บาท โดยเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน<span>&nbsp; </span>2553<span>&nbsp; </span>เป็นต้น<span>&nbsp; </span>และการบริการแก่คนพิการต้องทั่วถึงภายใน <span>&nbsp;</span>พ.ศ. 2554</span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma">ดังนั้น ส่งเสริมการมีงานทำแก่คนพิการตามพระราชบัญญัติส่งเสริม<span>&nbsp; </span>และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ<span>&nbsp; </span>พ.ศ.<span>&nbsp; </span>2550<span>&nbsp; </span>ถือเป็นภารกิจสำคัญที่จัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ<span>&nbsp; </span>สำนักจัดหางานกรุงเทพเขตพื้นที่<span>&nbsp; </span>1-10<span>&nbsp; </span>และหน่วยงานภายในกรมการจัดหางาน<span>&nbsp; </span>ต้องให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติส่งเสริม<span>&nbsp; </span>และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ<span>&nbsp; </span>พ.ศ.<span>&nbsp; </span>2550<span>&nbsp; </span>ในเรื่องการให้บริการจัดหางาน<span>&nbsp; </span>การแนะแนวอาชีพ<span>&nbsp; </span>การส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระ<span>&nbsp; </span>การเป็นศูนย์กลางข้อมูลตลาดแรงงานสำหรับคนพิการ<span>&nbsp; </span>การคุ้มครองคนหางานที่เป็นคนพิการ<span>&nbsp; </span>รวมทั้งพัฒนาและส่งเสริมระบบการบริหารด้านการส่งเสริมการมีงานทำให้คนพิการ <span>&nbsp;</span>เพื่อให้คนพิการมีงานทำที่เหมาะสมกับความรู้<span>&nbsp; </span>ความสามารถและความถนัด<span>&nbsp; </span>ไม่ถูกหลอกลวง ตลอดจนได้รับสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมและเป็นธรรม อีกทั้งในปีงบประมาณ 2554 กรมการจัดหางานมีโครงการส่งเสริมให้คนพิการมีงานทำ<span>&nbsp; </span>ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเตรียมการให้พร้อมก่อนเริ่มปีงบประมาณ<span>&nbsp; </span>และให้มีการดำเนินการอย่างเต็มที่<span>&nbsp; </span>มีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น<span>&nbsp; </span>โดยยึดหลักการทำงานร่วมกันระหว่างนายจ้าง คนพิการ และกรมการจัดหางาน นอกจากนี้ยังมีโครงการส่งเสริมคนพิการให้ทำงานภาครัฐ ซึ่งจัดทำขึ้นรองรับมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 ต้องอาศัยความร่วมมือดำเนินการจากทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดการจ้างงานที่มีประสิทธิภาพและเป็นตัวอย่างที่ดีแก่หน่วยงานภาครัฐ<span>&nbsp; </span>และหน่วยงานภาคเอกชน</span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma">ในส่วนของการจัดนัดพบแรงงานคนพิการ<span>&nbsp; </span>ให้ดำเนินการในทุกจังหวัด<span>&nbsp; </span>โดยจัดควบคู่กับการจัดนัดพบแรงงานปกติ<span>&nbsp; </span>การจัดนัดพบแรงงานคนพิการ<span>&nbsp; </span>ทั้งการประชาสัมพันธ์ข้อมูลตำแหน่งงานว่างให้แก่คนหางานที่ประสงค์เข้าสู่ตลาดแรงงานเสรี<span>&nbsp; </span>สำหรับโครงการแบ่งปันโอกาสให้คนพิการมีงานทำ ให้สำนักงานจัดหางานจังหวัดและสำนักจัดหางานกรุงเทพ<span>&nbsp; </span>ปฏิบัติงานเชิงรุกด้วยการเคาะประตูนายจ้างขอตำแหน่งงานว่างให้คนพิการ<span>&nbsp; </span>โดยยึดหลักพลังคนพิการเพื่อสังคม<span>&nbsp; </span>รวมถึงการเตรียมรองรับขอใช้สิทธิสิทธิมาตรา 35 ของคนพิการ<span>&nbsp; </span>นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการ<span>&nbsp; </span>และหน่วยงานของรัฐ<span>&nbsp; </span>โดยหน่วยงานของกรมการจัดหางานจะเป็นผู้รับขึ้นทะเบียน<span>&nbsp; </span>นายจ้าง<span>&nbsp; </span>และคนพิการที่ประสงค์จะใช้สิทธิตามมาตรา 35 ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค</span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[16/8/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[รมว.แรงงาน เดินหน้างานประกันสังคมสู่แรงงานนอกระบบผ่านเครือข่ายด้านแรงงาน]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=47779]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <span style="color: #000000"><strong><font face="Tahoma">&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>วางกรอบ 5 เสือแรงงานส่วนภูมิภาคทำงานในทิศทางเดียวกันเดินหน้างานประกันสังคมสู่แรงงานนอกระบบผ่านเครือข่ายด้านแรงงาน</font></strong></span> <p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 45pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><strong><span style="font-family: Tahoma"></span></strong></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><strong><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span></span></strong><span style="color: #000000"><strong><span style="font-family: Tahoma"><span> </span>นายเฉลิมชัย<span>&nbsp; </span>ศรีอ่อน<span>&nbsp; </span>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</span></strong><span style="font-family: Tahoma"> มอบนโยบาย </span><strong><span style="font-family: Tahoma">&ldquo;<span>การพัฒนาประกันสังคมสู่แรงงานนอกระบบโดยเครือข่ายด้านแรงงาน</span>&rdquo;<span>&nbsp;</span></span></strong><span style="font-family: Tahoma"><span><span>&nbsp;</span>วางกรอบ 5 เสือแรงงานส่วนภูมิภาคทำงานในทิศทางเดียวกัน ซึ่งนายเฉลิมชัยฯ กล่าวว่า ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันดูแลสิทธิประโยชน์ของอาสาสมัครแรงงาน <span>&nbsp;</span>ซึ่งเป็นตัวแทนของกระทรวงแรงงานในพื้นที่ เช่น การฝึกทักษะฝีมือแรงงาน การปรับค่าตอบแทนให้เพิ่มขึ้นกว่าเดือนละ 600 บาทต่อคน<span>&nbsp; </span>ให้ทำงานแบบบูรณาการเพื่อให้อาสาสมัครแรงงานทำหน้าที่เป็นผู้แทนในทุกพื้นที่<span>&nbsp; </span>ให้ประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้ผู้ใช้แรงงานนอกระบบเข้าเป็นผู้ประกันตน ตามมาตรา 40 แห่ง พ.ร.บ.พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 <span>&nbsp;</span>ซึ่งมีการปรับปรุงสิทธิประกันสังคมแก่แรงงานนอกระบบให้ได้รับการคุ้มครองประกันสังคมตามกฎหมายประกันสังคม <span>&nbsp;</span>มาตรา 40 ใน 5 กรณี คือ ได้รับค่าชดเชยเมื่อต้องเจ็บป่วยนอนโรงพยาบาล<span>&nbsp; </span>ได้รับค่าคลอดบุตรได้รับเงินชดเชยรายเดือนเมื่อทุพพลภาพ<span>&nbsp; </span>ได้รับค่าทำศพเมื่อเสียชีวิต<span>&nbsp; </span>และมีเงินออมรายเดือน<span>&nbsp; </span>รวมทั้งขอให้ทุกหน่วยงานเป็นหลักในการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นแก่ประเทศชาติ<span>&nbsp;</span></span></span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span><span style="color: #000000"><strong>กระทรวงแรงงาน </strong>พร้อมเดินหน้าผลักดันยุทธศาสตร์การพัฒนาอาสาสมัครแรงงานให้พี่น้องแรงงานไทยทั่วประเทศ ได้รับบริการและสิทธิประโยชน์จากภาครัฐอย่างครอบคลุมและทั่วถึง<span>&nbsp; </span></span></span></p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[11/8/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[รองปลัด ก.แรงงาน ประชุมขาดแคลนแรงงานภาคอุตฯ สิ่งทอ-เครื่องนุ่งห่ม]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=47613]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma; letter-spacing: -0.3pt">เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2553 <strong>นายสมเกียรติ<span>&nbsp; </span>ฉายะศรีวงศ์<span>&nbsp; </span>รองปลัดกระทรวงแรงงาน</strong></span><span style="font-family: Tahoma"> เป็นประธานการประชุมการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทย โดยมีกรมการจัดหางาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ตัวแทนภาคอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม สิ่งทอง ได้แก่นาย</span></span><span style="font-family: Tahoma"><span style="color: #000000">พงษ์ศักดิ์ อัสกุล</span><span style="color: #000000"> นายกสมาคมอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย นาย</span><span style="color: #000000">สุกิจ คงปิยาจารย์</span><span style="color: #000000"> นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย และนาย</span><span style="color: #000000">ทศพล วังศิลาบัตร</span></span><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma"> ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าร่วมประชุมด้วย</span></span> <p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma; color: black"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span><strong>รองปลัดกระทรวงแรงงาน</strong> ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า ทั้งนี้ข้อหารือจากการประชุมเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมและสิ่งทอ ที่กลุ่มฯ ได้ร้องขอแรงงานเพื่อป้อนสู่สายงานการผลิต โดยที่ประชุมเห็นว่าจะดำเนินการใน 2 ลักษณะคือการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและระยะยาว โดยการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้านั้น ผู้แทนสมาคมฯ ได้ให้ข้อมูลการขาดแคลนแรงงานในภาพกว้างๆ ด้านตัวเลขรวมๆ ประมาณ 17,614 ตำแหน่ง ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้กรมการจัดหางานให้เจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ไปพูดคุย</span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma; color: black"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma; color: black"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span>ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาวนั้น รองปลัดกระทรวงแรงงานระบุว่า จะต้องอาศัยความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายคือตัวแทนสมาคมฯ และกระทรวงแรงงานเพื่อปรับข้อมูลให้สอดคล้องกัน </span><span style="font-family: Tahoma; color: black">(tune)<span> ตรงกันในรายละเอียดไม่ว่าจะเป็นในเรื่องคุณสมบัติแรงงานกับตำแหน่งงานที่สถานประกอบกิจการต้องการ ค่าจ้าง-ค่าตอบแทน สวัสดิการต่างๆ เพื่อเป็นที่ชัดเจนและเป็นข้อจูงใจแก่แรงงานได้สมัครใจเข้าทำงาน เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่มีเสรีภาพจึงไม่สามารถบังคับแรงงานได้ จึงต้องอยู่ที่ข้อมูลเชิงลึกมากกว่าตัวเลข สถิติ การขาดแคลนแรงงานกว้างๆ ที่ไม่อาจใช้เป็นแรงจูงใจได้นั่นเอง</span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma; color: black"><span></span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><strong><span style="font-family: Tahoma; color: black"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span>รองปลัดกระทรวงแรงงาน</span></strong><span style="font-family: Tahoma; color: black"> ยังกล่าวด้วยว่า การปรับข้อมูลให้สอดคล้องกันของทุกฝ่าย นอกจากสมาคมฯ และกระทรวงแรงงานแล้ว ทางกรมการจัดหางานจะต้องบูรณาการประสานงานในระดับพื้นที่ทั้งในกรุงเทพมหานคร และในภูมิภาค ที่มีสถานประกอบกิจการที่ขาดแคลนแรงงานตั้งอยู่ เพื่อจัดการกับข้อมูลเชิงลึกให้ละเอียดลออในแต่ละสายงานการผลิต เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ โดยระดับภูมิภาคเหล่านี้สามารถบริหารจัดการบูรณาการข้อมูลและการตอบสนองการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องผ่านส่วนกลาง เนื่องจากเป็นผู้อยู่ในพื้นที่และทราบปัญหาข้อมูลที่มีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลามากกว่าในส่วนกลาง หากส่งข้อมูลมาให้ส่วนกลางตัดสินก็จะไม่ทันการณ์ได้ จึงเป็นการแก้ไขปัญหาที่ฉับไวและตรงตามสภาพปัญหาที่แท้จริง ต่อเมื่อดำเนินการได้บรรลุเป้าหมายแล้วจึงรายงานกลับสู่ส่วนกลาง ซึ่งคงจะเป็นสำนักเศรษฐกิจการแรงงาน (สศร.) ซึ่งจะได้แจ้งประสานให้ทุกฝ่ายทราบอีกครั้งหนึ่งว่าทาง สศร.จะมอบหมายให้หน่วยงานใดเป็นศูนย์กลางในการประสานข้อมูลในระดับต่อไป โดยจะสามารถลงพื้นที่ได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ข้างหน้านี้ และในขณะนี้จะเร่งดำเนินการประสานงานระหว่างสมาคมฯ กับกรมการจัดหางานในการออกแบบแบบฟอร์มการกรอกใบสมัครงานในเชิงลึกถึงรายละเอียดข้อมูลที่ชัดเจน มีแรงจูงใจให้แรงงานสนใจ</span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma; color: black"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma; color: black"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span>ต่อเรื่องนี้<strong> ปลัดกระทรวงแรงงาน</strong> กล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้ถกกันถึงปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เนื่องจากส่วนหนึ่งมาจากการที่กลุ่มอุตสาหกรรมฯ ได้ระบุเน้นถึงแต่การใช้แรงงานขั้นพื้นฐาน จึงต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงว่า ยังมีแรงงานจำนวนมากที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี แต่การรับสมัครงาน</span><span style="font-family: Tahoma; color: black"> (recruit)<span> กลับไปเน้นที่คุณวุฒิว่าต้องการแรงงานระดับ (การศึกษา) ขั้นพื้นฐาน<span>&nbsp; </span>จึงควรปรับเปลี่ยนให้มีการยอเลิกการระบุเช่นนี้ แต่พิจารณาการรับแรงงานที่คุณสมบัติที่เหมาะสม และแรงจูงใจด้านค่าจ้าง ค่าตอบแทน สวัสดิการที่เหมาะสมมากกว่า<span>&nbsp; </span>เชื่อว่ายังมีแรงงานที่มีคุณวุฒิทางการศึกษาสูงยังต้องการแรงจูงใจเหล่านี้จำนวนมาก ซึ่งทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันขจัดจุดอ่อนเพื่อเข้าถึงการสำรวจแรงงานเหล่านี้ให้พบว่าเป็นใคร อยู่ที่ไหน โดยจะต้องใช้คนเข้าไปสำรวจเหมือนการสำรวจความยากจนของครัวเรือนต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้คนในพื้นที่ที่ทราบข้อมูล มีความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหาอย่างทันสถานการณ์ มีความกระตือรือร้นไม่เฉื่อยชาโดยผู้บริหารต้องกำชับดูแลอย่างเอาจริงเอาจังต่อเรื่องนี้ด้วย</span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma; color: black"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span>สำหรับการประชุมครั้งนี้ กองพัฒนาระบบบริการจัดหางาน กรมการจัดหางาน ได้สำรวจความต้องการแรงงานในภาคอุตสาหกรรม 4 ชนิด ได้แก่ เครื่องเรือนไทย เครื่องนุ่งห่มไทย สถาบันยานยนต์ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พบว่ามีความต้องการแรงงาน จำนวน 17,614 คน จำแนกเป็นระดับประถมศึกษา-มัธยมศึกษา 14,170 คน ปวช.-ปวส. 856 คน ปริญญาตรีขึ้นไป 482 คน และไม่ระบุอีก จำนวน 2,106 คน </span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma; color: black"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span>ในขณะที่มีผู้ว่างงานมาขึ้นทะเบียนหางาน ณ กรมการจัดหางาน (มกราคม </span><span style="font-family: Tahoma; color: black">&ndash;<span> กรกฎาคม 2553) จำนวน 230,431 คน เป็นผู้จบปริญญาตรีมากที่สุด 59,097 คน รองลงมาได้แก่ระดับประถมศึกษา 55,014 คน มัธยมศึกษาตอนต้น 40,863 คน มัธยมศึกษาตอนปลาย 35,975 คน ปวส. 21,079 คน ปวช. </span>&ndash;<span> ปวท. 15,345 คน ปริญญาโท 2,106 คน อนุปริญญา 940 คน ปริญญาเอก 12 คน </span></span></p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[10/8/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[รมว.แรงงาน เตรียมผลักดัน พ.ร.บ. ความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=47614]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <span style="color: #000000"><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>เตรียมผลักดัน พรบ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. .... ซึ่งจะเข้าสู่ ครม. สัปดาห์นี้<span>&nbsp; </span>เพื่อให้มีการจัดตั้งกองทุนความปลอดภัยในการทำงาน<span>&nbsp; </span>การจัดการความปลอดภัยในการทำงาน<span>&nbsp; </span>และการรณรงค์ความปลอดภัย<span>&nbsp; </span>อาชีวอนามัย<span>&nbsp; </span>และสภาพแวดล้อมในการทำงาน </strong></span><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><strong><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span></span></strong></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span></span><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma">วันที่ 9 สิงหาคม 2553 เวลา 15.30 น. <span>&nbsp;</span>ณ ห้องรับรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ชั้น 6 <strong>นายเฉลิมชัย<span>&nbsp; </span>ศรีอ่อน<span>&nbsp; </span>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</strong> <span>&nbsp;</span>กล่าวกับนายกสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย) และคณะ ในการเข้าพบและขอทราบนโยบายแนวทางการดำเนินงาน<span>&nbsp; </span>ซึ่งนายเฉลิมชัยฯ กล่าวว่า ตนเองพร้อมจะสนับสนุนให้มี พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีว-อนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. .... ซึ่งจะเข้าสู่ ครม. สัปดาห์นี้ <span>&nbsp;</span>เพื่อให้มีการจัดตั้งกองทุนความปลอดภัยในการทำงาน<span>&nbsp; </span>การจัดการความปลอดภัยในการทำงาน<span>&nbsp; </span>การสนับสนุนงานวิชาการ<span>&nbsp; </span>และการรณรงค์เรื่องความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน <span>&nbsp;</span>เนื่องจากปัญหาผู้ป่วยจากการทำงานเป็นปัญหาที่มีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในส่วนของการเข้าไปช่วยเหลือทำได้เป็นรายกรณี ๆ ไป อีกทั้งยังเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ <span>&nbsp;</span>ปัจจุบันโรคที่พบว่าเป็นปัญหามากที่สุดในกลุ่มแรงงานทุกอุตสาหกรรมทั้งแรงงานในระบบ นอกระบบ รวมทั้งแรงงานข้ามชาติ คือ โรคกล้ามเนื้ออักเสบและ โรคจากสารเคมี <span>&nbsp;</span>นอกจากนี้ยังมีกรณีการตีความคนงานที่เจ็บป่วยจากการทำงานไม่ใช่การป่วยจากการทำงานทำให้ไม่ได้รับสิทธิตามกฎหมาย ปัจจุบันกระทรวงแรงงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ได้ทำข้อตกลง </span><span style="font-family: Tahoma">MOU <span>ให้มีโรงพยาบาลด้านอาชีวเวชศาสตร์ จำนวน ๓๘ แห่ง (คลินิกโรคจากการทำงาน) ในประเทศไทย เพื่อตรวจรักษาโรคการบาดเจ็บจากการประกอบอาชีพ โดยผู้แทนของสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยฯ ให้ความเห็นว่า กระทรวงแรงงานควรจะปรับบทบาทการทำงานด้านความปลอดภัยฯ ในเชิงรุกเน้นที่การป้องกันและการส่งเสริม</span></span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span></span><span style="font-family: Tahoma">ทั้งนี้ หาก พ.ร.บ.ความปลอดภัย<span>&nbsp; </span>อาชีวอนามัย<span>&nbsp; </span>และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. .... สามารถผ่านสภาฯ แล้ว ส่วนหนึ่งก็จะทำให้สถิติการประสบอันตรายของผู้ใช้แรงงานลดน้อยลง ส่งผลให้ต้นทุนของนายจ้าง / สถานประกอบกิจการลดลงด้วย ซึ่งจะต้องเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของทุก ๆ ฝ่าย</span></span><span style="font-family: Tahoma"></span></p><p>&nbsp;</p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[10/8/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[รองปลัดก.แรงงาน ประชุมคกก.บริหารมาตรฐานแรงงาน]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=47542]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma">เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2553 <strong>นายสมเกียรติ<span>&nbsp; </span>ฉายะศรีวงศ์<span>&nbsp; </span>รองปลัดกระทรวงแรงงาน</strong> เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารมาตรฐานแรงงาน ครั้งที่ 2/2553 โดยมีเรื่องพิจารณาเกี่ยวกับแนวทางการรับรองมาตรฐานแรงงานไทย </span><span style="font-family: Tahoma">(Thai Labour Standard) <span>ในช่วงเปลี่ยนผ่านจาก มรท.8001-2546 เป็น มรท.8001-2553 </span>(TLS 8001-2010)<span><span>&nbsp; </span>โดยที่กระทรวงแรงงานได้กำหนดมาตรฐานแรงงานไทย ความรับผิดชอบทางสังคมของธุรกิจไทย </span>(Thai Corporate Social Responsibility Requirements)<span> มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2553 ซึ่งเป็นมาตรฐาน มรท.8001 ฉบับที่ 2 นับตั้งแต่ได้มีการจัดทำมาตรฐาน มรท.8001 โดยได้ประกาศใช้ฉบับแรก เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2546<span>&nbsp; </span>การปรับปรุงข้อกำหนดมาตรฐานเป็นไปตามหลักสากล ที่กำหนดให้ต้องมีการทบทวนความเหมาะสมของมาตรฐานหลังจากประกาศใช้แล้วอย่างน้อยทุกๆ 5 ปี</span></span></span> <p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma"><span></span></span><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;</span>ทั้งนี้โดยภาพรวมของมาตรฐาน มรท.8001-2553 เป็นการเปลี่ยนบางส่วนให้สอดคล้องกับกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ เช่น หลักประกันการทำงาน ชั่วโมงการทำงาน และมาตรการป้องกันการถูกล่วงละเมิดทางเพศ เป็นต้น และเรื่องระบบการจัดการเกี่ยวกับการควบคุมเอกสาร ซึ่งถือว่าเป็นการปรับปรุงเพียงเล็กน้อย </span><span style="font-family: Tahoma">(minor<span>&nbsp; </span>change) <span>โดยเจตนารมณ์ของข้อกำหนดมาตรฐานยังคงเดิม</span></span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma"><span></span></span><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;</span>ดังนั้น เพื่อให้สถานประกอบกิจการมีแนวทางดำเนินการระบบมาตรฐานแรงงานไทย ในช่วงการเปลี่ยนผ่านมาตรฐาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้กำหนดหลักการแนวทางการรับรอง และที่ประชุมคณะอนุกรรมการรับรองมาตรฐานแรงงาน ครั้งที่ 5/2553 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2553 มีมติเกี่ยวกับการขอการรับรองไว้ว่า ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2553 สถานประกอบกิจการสามารถขอการรับรอง มรท.8001-2546 หรือ มรท.8001-2553 ได้ และตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 เป็นต้นไป สถานประกอบกิจการที่ขอการรับรองใหม่ หรือต่ออายุการรับรอง ต้องขอการรับรอง มรท.8001-2553</span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span>ส่วนการสิ้นสุดอายุใบรับรองนั้น ในการออกใบรับรอง มรท.8001-2546 สามารถกำหนดอายุการรับรองตามระดับ ขั้น ที่ขอ (1 หรือ 3 ปี) แต่ต้องไม่เกินวันที่ 25 พฤษภาคม 2555</span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span>และเพื่อให้เกิดความคล่องตัว สะดวก รวดเร็วในการบริหารจัดการมาตรฐานแรงงานไทยให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ฝ่ายเลขานุการพิจารณาแล้วเห็นควรมอบอำนาจในการปรับปรุงระเบียบ ประกาศ คำสั่ง ข้อบังคับ คู่มือ แนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับระบบมาตรฐานแรงงานไทย และการออกใบรับรองมาตรฐานแรงงานไทย </span><span style="font-family: Tahoma">(certificate) <span>ให้แก่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานต่อไป</span></span></span><span style="font-family: Tahoma"><span></span></span></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[7/8/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[ รมว.แรงงาน ร่วมออกอากาศโมเดิร์นไนน์ทีวีกองทุนแม่ของแผ่นดิน ]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=47543]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <strong>&nbsp;นายสุธรรม&nbsp; นทีทอง&nbsp; โฆษกกระทรวงแรงงานฝ่ายการเมือง&nbsp; เปิดเผยว่า นายเฉลิมชัย&nbsp; ศรีอ่อน&nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp; จะร่วมออกอากาศถ่ายทอดสดกิจกรรมพิเศษ &ldquo;มหกรรมเทิดไท้ราชินี สามัคคีทั่วแผ่นดิน&rdquo; ในวันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม 2553 เวลา 21.30 &ndash; 24.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี</strong> <p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 14pt"><span style="color: #000000"><font size="3"><span style="font-family: Tahoma">ทั้งนี้ในโอกาสที่รัฐบาลกำหนดจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 78 พรรษา 12 สิงหาคม 2553 โดยให้ทุกหน่วยงานได้เข้ามีส่วนร่วม เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดี และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2553 เห็นชอบตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เสนอให้มีการจัดงานเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตามชื่องาน </span><strong><span style="font-family: Tahoma">&ldquo;</span></strong><span style="font-family: Tahoma"><strong><span>มหกรรมหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน </span>: <span>รวมใจไทยทั้งชาติ พิทักษ์ราชด้วยภักดี</span>&rdquo;</strong><span> ซึ่งมีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนสาขาอาชีพต่างๆ ทั่วประเทศ ร่วมกันแสดงออกความจงรักภักดี ด้วยการจัดกิจกรรมต่างๆ และร่วมระดมทุนสมทบกองทุนแม่ของแผ่นดิน เพื่อสนับสนุนการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเชิงคุณภาพ โดยยึดโยงกับความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และเพื่อขจัดปัญหายาเสพติดให้ได้ผลอย่างยั่งยืนด้วยพลังสามัคคี&nbsp; </span></span></font></span></span></p><p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 14pt"><span style="color: #000000"><font size="3"><span style="font-family: Tahoma"><span></span></span></font></span></span><span style="color: #000000"><font size="3"><span style="font-family: Tahoma">โดยสามารถร่วมร่วมสบทบทุน </span><strong><span style="font-family: Tahoma">&ldquo;<span>กองทุนแม่ของแผ่นดิน</span>&rdquo;</span></strong><span style="font-family: Tahoma"><span> เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชน สนองพระราชปณิธาน ได้ที่ธนาคารกรุงเทพ ชื่อบัญชี กองทุนแม่ของแผ่นดิน เลขที่บัญชี 195-473956-9 และส่งสำเนาหลักฐานการโอนเงินทางโทรสารหมายเลข 0-2245-9352 และ 0-2245-9880 หรือร่วมสมทบทุนในรายการพิเศษ มหกรรมเทิดไท้ราชินี สามัคคีทั่วแผ่นดิน ในวันที่ 9 สิงหาคม 2553 ดังกล่าว</span></span></font></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><font size="3"><span style="font-family: Tahoma; color: black"><span></span></span></font></p><p>&nbsp;</p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[7/8/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[ก.แรงงาน แจงผลให้บริการผู้ประกันตนขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเดือน ก.ค. 53 หน้าแรก &raquo; ข่าวประชาสัมพันธ์   ]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=47541]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <strong><font face="Tahoma">นายสุธรรม<span>&nbsp; </span>นทีทอง<span>&nbsp; </span>โฆษกกระทรวงแรงงานฝ่ายการเมือง</font></strong><span style="font-family: Tahoma"> <span>&nbsp;</span>เปิดเผยว่า <strong>นายเฉลิมชัย<span>&nbsp; </span>ศรีอ่อน<span>&nbsp; </span>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</strong>ได้รับรายงานผลการให้บริการผู้ประกันตนที่ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน ระหว่างวันที่ 1 </span><span style="font-family: Tahoma">&ndash;<span> 31 กรกฎาคม 2553 ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ และสำนักจัดหางานกรุงเทพเขตพื้นที่ 1 </span>&ndash;<span> 10 <span>&nbsp;</span>ว่าได้ให้บริการรับขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนที่ถูกเลิกจ้างหรือลาออกจากงาน และประสงค์จะขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน รวมทั้งให้บริการจัดหางาน ให้คำปรึกษาแนะนำ แนะแนวอาชีพ รับรายงานตัวตามเงื่อนไขการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน และรวบรวมผลการบรรจุงาน ปรากฏผลว่า ในการขึ้นทะเบียน เป็นการขึ้นทะเบียนเลิกจ้าง 6,734 คน ขึ้นทะเบียนลาออก 36,858 คน<span>&nbsp; </span>การบรรจุงานจำนวน 34,757 คน หรือร้อยละ 79.73<span>&nbsp; </span>ยังไม่ได้งานทำ 8,835 คน<span>&nbsp; </span>การรายงานตัว 126,699 ครั้ง</span></span> <p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma; color: black"><span></span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[6/8/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[ผู้ประกันตนขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน 1-15 กรกฎาคม 2553]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=47539]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><strong><span style="font-family: Tahoma">ผู้ประกันตนขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน ระหว่างวันที่<span>&nbsp; </span>1-15<span>&nbsp; </span>กรกฎาคม 2553<span>&nbsp; </span>มีผู้มาขอขึ้นทะเบียนการเลิกจ้างและลาออกรวมทั้งสิ้น<span>&nbsp; </span>25,302<span>&nbsp; </span>คน<span>&nbsp; </span>สามารถหางานและบรรจุงานได้<span>&nbsp; </span>16,971 คน</span></strong></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><strong><span style="font-family: Tahoma">กระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span></span></strong><span style="font-family: Tahoma">รายงานผลการให้บริการผู้ประกันตนที่ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานของสำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ<span>&nbsp; </span>และสำนักจัดหางานกรุงเทพเขตพื้นที่<span>&nbsp; </span>1-10<span>&nbsp; </span>ระหว่างวันที่<span>&nbsp; </span>1-15<span>&nbsp; </span>กรกฎาคม<span>&nbsp; </span>2553<span>&nbsp; </span>ทั้งการให้บริการรับขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนที่ถูกเลิกจ้างหรือลาออกจากงานและประสงค์จะขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน<span>&nbsp; </span>รวมทั้งให้บริการจัดหางาน<span>&nbsp; </span>ให้คำปรึกษาแนะนำ<span>&nbsp; </span>แนะแนวอาชีพ<span>&nbsp; </span>รับรายงานตัวตามเงื่อนไขการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน<span>&nbsp; </span>โดยมีผู้มาขอขึ้นทะเบียนการเลิกจ้าง<span>&nbsp; </span>4,009<span>&nbsp; </span>คน<span>&nbsp; </span>ขอขึ้นทะเบียนการลาออก<span>&nbsp; </span>21,293คน<span>&nbsp; </span>รวมทั้งสิ้น<span>&nbsp; </span>25,302<span>&nbsp; </span>คน<span>&nbsp; </span>สามารถหางานและบรรจุงานให้ได้<span>&nbsp; </span>16,971<span>&nbsp; </span>คน</span></span><span style="font-family: Tahoma"></span></p><p>&nbsp;</p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[4/8/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[ก.แรงงาน รับมอบหนังสือสัตยาบันจากบริษัทจัดส่งแรงงานไทยไปต่างประเทศกว่า 80 แห่ง ]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=47415]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <p><strong><font color="#383838">นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานรับมอบสัตยาบันผู้รับอนุญาตจัดหางาน<span>&nbsp; </span>ตามโครงการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ และรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบ<span>&nbsp; </span>ระหว่างกระทรวงแรงงานกับบริษัทจัดส่งแรงงานไทยไปต่างประเทศกว่า 80 แห่ง<span>&nbsp; </span>เพื่อร่วมกันลดค่าใช้จ่ายหรือค่าหัวการจัดส่งแรงงานไทยไปต่างประเทศ</font></strong></p><p style="text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><strong><font color="#383838"><span>นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานรับมอบสัตยาบันผู้รับอนุญาตจัดหางาน<span>&nbsp; </span>ตามโครงการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ และรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบ<span>&nbsp; </span>ระหว่างกระทรวงแรงงานกับบริษัทจัดส่งแรงงานไทยไปต่างประเทศกว่า 80 แห่ง<span>&nbsp; </span>เพื่อร่วมกันลดค่าใช้จ่ายหรือค่าหัวการจัดส่งแรงงานไทยไปต่างประเทศ</span></font></strong></p><p style="text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span><font color="#383838">ในวันที่ 3 สิงหาคม 2553<span>&nbsp; </span>ณ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) อาคารกีฬาเวสน์ 2 กรุงเทพมหานคร<span>&nbsp;&nbsp; </span><strong>นายอภิสิทธิ์<span>&nbsp; </span>เวชชาชีวะ<span>&nbsp; </span>นายกรัฐมนตรี</strong><span>&nbsp; </span>เปิดเผยว่า<span>&nbsp; </span>รัฐบาลมีนโยบายดูแล<span>&nbsp; </span>คุ้มครองให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี<span>&nbsp; </span>มีโอกาสในการประกอบอาชีพที่จะนำรายได้มาสู่ครอบครัวอย่างพอเพียง<span>&nbsp; </span>การเดินทางไปทำงานต่างประเทศเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่มีฝีมือและคุณสมบัติเด่นเฉพาะตัวในเรื่องความขยัน อดทน มีน้ำใจ ทำให้เป็นที่ยอมรับของนายจ้างและสามารถเดินทางไปทำงานต่างประเทศได้ สำหรับต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงานต่างประเทศของแรงงานไทยที่ไม่ควรจะเสียค่าใช้จ่ายในอัตราที่ไม่เป็นธรรม<span>&nbsp; </span>ซึ่งเป็นเหตุให้ต่างชาติยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาเกี่ยวพันกับเรื่องการค้ามนุษย์<span>&nbsp; </span>และนำมาเป็นเหตุกีดกันทางการค้าระหว่างกัน<span>&nbsp; </span>การที่กระทรวงแรงงานร่วมกับภาคเอกชนเริ่มโครงการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงานต่างประเทศให้เห็นเป็นรูปธรรม<span>&nbsp; </span>โดยจัดพิธีกล่าวให้สัตยาบันของผู้รับอนุญาตจัดหางานกว่า 80 แห่งครั้งนี้<span>&nbsp; </span>นอกจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของคนทำงานแล้ว<span>&nbsp; </span>ยังมีส่วนในการรักษาและขยายตลาดแรงงานของไทยให้กว้างขวางออกไป<span>&nbsp; </span>โดยผู้รับอนุญาตแต่ละรายพยายามเร่งรัดปรับปรุงพัฒนาตนเอง<span>&nbsp; </span>และร่วมมือกันขยายตลาดแรงงาน<span>&nbsp; </span>นำรายได้และความภาคภูมิใจกับมาสู่ประเทศไทย<span>&nbsp; </span>นอกจากมาตรการลดค่าใช้จ่ายฯ แล้ว<span>&nbsp; </span>กระทรวงแรงงานยังได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเกี่ยวกับมาตรการการจัดระบบบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในไทย<span>&nbsp; </span>ซึ่งควรจะได้รับความคุ้มครองในเรื่องอัตราค่าจ้าง<span>&nbsp; </span>สภาพการทำงาน<span>&nbsp; </span>และความเป็นอยู่เช่นเดียวกับแรงงานไทย<span>&nbsp; </span>โดยเฉพาะการอบรมสร้างความรู้<span>&nbsp; </span>ความเข้าใจเกี่ยวกับการจ้างงานต่างด้าวที่ถูกต้อง เป็นธรรม<span>&nbsp; </span>รวมทั้งเร่งปรับปรุง<span>&nbsp; </span>ติดตาม<span>&nbsp; </span>และประเมินผลการจัดระบบบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวทั้งระบบให้มีความทันสมัย<span>&nbsp; </span>ถูกต้อง<span>&nbsp; </span>และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</font></span></p><p style="text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><font color="#383838"><strong><span>นายเฉลิมชัย<span>&nbsp; </span>ศรีอ่อน<span>&nbsp; </span>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</span></strong><span><span>&nbsp; </span>กล่าวว่า<span>&nbsp; </span>โครงการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงานต่างประเทศและรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่จะลดค่าใช้จ่ายให้แก่แรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในอัตราที่สูง<span>&nbsp; </span>และให้มีผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด<span>&nbsp;&nbsp; </span>รวมทั้งเป็นการแสดงความมุ่งมั่น<span>&nbsp; </span>และจริงจังที่จะให้ความคุ้มครอง<span>&nbsp; </span>ดูแล<span>&nbsp; </span>มิให้เกิดการกระทำหรือการปฏิบัติต่อแรงงานต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทย<span>&nbsp; </span>ที่สุ่มเสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้างและเป็นการค้ามนุษย์ ซึ่งต่างชาติอาจหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นกีดกันทางการค้าระหว่างกัน<span>&nbsp; </span>นอกจากมาตรการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงานต่างประเทศแล้ว<span>&nbsp; </span>ยังมีโครงการปรับปรุงศูนย์ทะเบียนคนหางาน<span>&nbsp; </span>เพื่อให้คนหางานสามารถเข้าถึงบริการของภาครัฐในการแสวงหาลู่ทางไปทำงานต่างประเทศได้ง่าย<span>&nbsp; </span>ปิดช่องทางของผู้แสวงหาผลประโยชน์จากแรงงานในลักษณะการค้ามนุษย์<span>&nbsp; </span>และจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำปรับปรุงกลไกการ</span></font><span><font color="#383838">ทำงานร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน<span>&nbsp; </span>ซึ่งจะต้องเร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด<span>&nbsp; </span>ในการปราบปราม<span>&nbsp; </span>จับกุม<span>&nbsp; </span>อย่างต่อเนื่อง<span>&nbsp; </span>โดยในพิธีการให้สัตยาบันครั้งนี้<span>&nbsp; </span>ผู้แทนผู้รับใบอนุญาตจัดหางานซึ่งมาร่วมในพิธีดังกล่าวรวมกว่า 80 แห่ง ได้ให้สัตยาบันว่าพร้อมจะสนับสนุนนโยบายการลดค่าหัวครั้งนี้<span>&nbsp; </span>และจะเรียกเก็บค่าใช้จ่ายตามกรอบบริการที่กำหนดไว้ รวมทั้งจะติดตามสิทธิประโยชน์แรงงานและครอบครัว</font></span></p><p style="text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[4/8/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[รมว.แรงงาน รับมอบปูนซีเมนต์นครหลวง 300 ตัน เพื่อการพัฒนาฝีมือแรงงานอย่างยั่งยืน]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=47540]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <strong><font face="Tahoma">รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>เป็นประธานรับมอบปูนซีเมนต์ตรานกอินทรีแดง จำนวน 300 ตัน จากบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) สำหรับใช้ในโครงการพัฒนาฝีมือแรงงานช่างปูนให้มีมาตรฐาน<span>&nbsp; </span>มีความเป็นมืออาชีพด้านการก่อสร้าง เพื่อส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานของประเทศให้มีศักยภาพแข่งขันกับนานาประเทศ</font></strong> <p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span><strong><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span>เมื่อวันที่ </strong>2<span> สิงหาคม 2553 <span>&nbsp;</span>ณ ห้องประชุมปกรณ์<span>&nbsp; </span>อังศุสิงห์ ชั้น 10 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน <strong>นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</strong> เป็นประธานในพิธีรับมอบปูนซีเมนต์ 300 ตัน ประจำปี 2553 ระหว่างกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และ บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) <span>&nbsp;</span>ซึ่งได้มอบปูนซีเมนต์ทุกปีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 เป็นต้นมา<span>&nbsp; </span>ปีละประมาณ 300 ตัน <span>&nbsp;</span>เพื่อใช้เป็นวัสดุในการฝึกอบรมแก่เยาวชนและผู้สนใจงานก่อสร้าง ให้มีความรู้ไปประกอบอาชีพ<span>&nbsp; </span>และฝึกอบรมในการก่อสร้างสาธารณประโยชน์แก่ชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ พร้อมทั้งสร้างจิตสำนึกความสำคัญของการร่วมช่วยสังคม <span>&nbsp;</span>โดยผลงานที่ได้จากการฝึกจะส่งมอบให้กับชุมชน <span>&nbsp;</span>เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม<span>&nbsp; </span>รวมทั้งเป็นการพัฒนาความรู้และทักษะอย่างต่อเนื่อง<span>&nbsp; </span>เพื่อยกระดับมาตรฐานของช่างไทยให้มีความรู้<span>&nbsp; </span>ความสามารถในงานก่อสร้าง สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้<span>&nbsp; </span>โดยสามารถพัฒนาฝีมือแรงงานได้ถึงปีละประมาณ 3,000 คน</span></span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span><strong><span> </span>เรืออากาศโท คันธนิธิ์<span>&nbsp; </span>สุคนธทรัพย์ รองประธานด้านธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า โครงการมอบปูน 300 ตัน เพื่อร่วมพัฒนาสังคมไทยเป็นสิ่งที่มุ่งหวังให้เกิดแนวทางร่วมกันในด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ การสร้างช่างปูนให้มีหัวใจสีเขียว <span>&nbsp;</span>สร้างช่างที่มีทักษะฝีมือมาตรฐาน ใช้วัสดุอุปกรณ์ <span>&nbsp;</span>เครื่องมืออย่างถูกต้อง <span>&nbsp;</span>เข้าใจถึงทักษะฝีมือช่างที่มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต ซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติที่สามารถช่วยลดปัญหาโลกร้อนได้ โลกก็จะน่าอยู่คู่กับหัวใจสีเขียวอย่างยั่งยืน</span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span>ทั้งนี้ <strong>นายเฉลิมชัยฯ </strong>กล่าวว่า<strong> </strong>โครงการดังกล่าวนับเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ซึ่งเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล<span>&nbsp; </span>โดยกระทรวงแรงงานได้ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานมาอย่างต่อเนื่อง<span>&nbsp;&nbsp; </span>รวมทั้งได้ตระหนักเสมอว่าภาคเอกชน มีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนากำลังแรงงานของประเทศ การสนับสนุนของบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) ครั้งนี้ จึงเป็นความร่วมมือที่ช่วยผลักดันให้กำลังแรงงานได้มีโอกาสพัฒนาทักษะฝีมือ ให้มีความเป็นมืออาชีพด้านการก่อสร้าง<span>&nbsp; </span>อันจะเป็นการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานของประเทศให้มีศักยภาพ<span>&nbsp; </span>สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้<span>&nbsp; </span>ซึ่งสอดคล้องและรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีในปี 2558 </span></span></p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[3/8/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[รมว.แรงงาน ต้อนรับ ผอ.มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=47538]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <span style="font-family: Tahoma">เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2553 <strong>นายเฉลิมชัย<span>&nbsp; </span>ศรีอ่อน<span>&nbsp; </span>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</strong> ได้ต้อนรับ <span>&nbsp;</span>นาย</span><span style="font-family: Tahoma"><span style="color: #000000">มาร์ก แซกเซอร์</span></span><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma"> </span><span style="font-family: Tahoma">(Mr. Marc Saxer) <span>ผู้อำนวยการมูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท </span>(Friedric-Ebert-Stiftung : </span></span><span style="font-family: Tahoma"><span style="color: #000000">FES</span><span style="color: #000000">)<span> ซึ่งเป็นมุ,นิธิทางการเมืองของประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งดำเนินงานในประเทศไทยมากว่า 30 ปี โดยให้ความสำคัญในประเด็นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านพหุนิยมกับการมีส่วนร่วมในกระบวนการประชาธิปไตย สื่อมวลชนกับการพัฒนาประชาธิปไตย ความเป็นธรรมทางสังคมกับสิทธิแรงงาน การส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ </span></span></span><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma"><span></span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span>ทั้งนี้ข้อหารือครั้งนี้ของ <strong>ผอ.เอฟอีเอส</strong> คือ ความร่วมมือกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานที่ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมสัมมนาในหัวข้อที่เอฟอีเอสประจำสำนักงานประเทศไทยจัดขึ้น ได้แก่ โครงการเสวนา อนุสัญญาไอแอลโอ ฉบับที่ 87 และ 98 ว่าด้วยสิทธิการรวมตัวของสหภาพแรงงาน สู่การให้สัตยาบัน การเสวนาเรื่อง 15 ปี โศกนาฏกรรมโรงงานตุ๊กตาเคเดอร์กับร่างพระราชบัญญัติสถาบันส่งเสริมความปลอดภัยฯ กับมิติของผู้ใช้แรงงาน การสัมมนาเรื่อง คนทำงานบ้านสู่การจ้างงานที่มีคุณค่า </span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span>สำหรับ <strong>ผอ.เอฟอีเอส</strong> จบการศึกษาปริญญาโทด้านรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยในประเทศเยอรมนี และประเทศสหรัฐอเมริกา เคยทำงานเป็นผู้ช่วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเยอรมัน เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์การจัดประชุมวิชาการของสหภาพยุโรป ครั้งที่ 10 เจ้าหน้าที่เอฟอีเอส ประเทศปากีสถาน ผู้ช่วยโครงการของสำนักงานเลขาธิการองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ เจ้าหน้าที่ในหน่วยวิจัยตลาดโลกของธนาคารดอยช์แบงก์ </span><span style="font-family: Tahoma">(Deutsche Bank) <span>และเจ้าหน้าที่ของเอฟอีเอส สำนักงานใหญ่ประเทศเยอรมนี<span>&nbsp; </span>ในปี ค.ศ. 2006 </span>&ndash;<span> 2009 ได้เข้าทำงานประจำกับมูลนิธิฯ ในแผนกนโยบายระดับโลกและการพัฒนา </span>(Dept. of Global Policy and Development) <span>โดยรับผิดชอบประเด็นด้านความมั่นคง</span></span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma"><span></span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[3/8/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[รมว.แรงงาน รับมอบปูนซีเมนต์นครหลวง 300 ตัน เพื่อการพัฒนาฝีมือแรงงานอย่างยั่งยืน]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=47385]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <strong><font face="Tahoma">รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>เป็นประธานรับมอบปูนซีเมนต์ตรานกอินทรีแดง จำนวน 300 ตัน จากบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) สำหรับใช้ในโครงการพัฒนาฝีมือแรงงานช่างปูนให้มีมาตรฐาน<span>&nbsp; </span>มีความเป็นมืออาชีพด้านการก่อสร้าง เพื่อส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานของประเทศให้มีศักยภาพแข่งขันกับนานาประเทศ</font></strong> <p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span><strong><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span>เมื่อวันที่ </strong>2<span> สิงหาคม 2553 <span>&nbsp;</span>ณ ห้องประชุมปกรณ์<span>&nbsp; </span>อังศุสิงห์ ชั้น 10 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน <strong>นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</strong> เป็นประธานในพิธีรับมอบปูนซีเมนต์ 300 ตัน ประจำปี 2553 ระหว่างกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และ บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) <span>&nbsp;</span>ซึ่งได้มอบปูนซีเมนต์ทุกปีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 เป็นต้นมา<span>&nbsp; </span>ปีละประมาณ 300 ตัน <span>&nbsp;</span>เพื่อใช้เป็นวัสดุในการฝึกอบรมแก่เยาวชนและผู้สนใจงานก่อสร้าง ให้มีความรู้ไปประกอบอาชีพ<span>&nbsp; </span>และฝึกอบรมในการก่อสร้างสาธารณประโยชน์แก่ชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ พร้อมทั้งสร้างจิตสำนึกความสำคัญของการร่วมช่วยสังคม <span>&nbsp;</span>โดยผลงานที่ได้จากการฝึกจะส่งมอบให้กับชุมชน <span>&nbsp;</span>เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม<span>&nbsp; </span>รวมทั้งเป็นการพัฒนาความรู้และทักษะอย่างต่อเนื่อง<span>&nbsp; </span>เพื่อยกระดับมาตรฐานของช่างไทยให้มีความรู้<span>&nbsp; </span>ความสามารถในงานก่อสร้าง สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้<span>&nbsp; </span>โดยสามารถพัฒนาฝีมือแรงงานได้ถึงปีละประมาณ 3,000 คน</span></span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span><strong><span> </span>เรืออากาศโท คันธนิธิ์<span>&nbsp; </span>สุคนธทรัพย์ รองประธานด้านธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า โครงการมอบปูน 300 ตัน เพื่อร่วมพัฒนาสังคมไทยเป็นสิ่งที่มุ่งหวังให้เกิดแนวทางร่วมกันในด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ การสร้างช่างปูนให้มีหัวใจสีเขียว <span>&nbsp;</span>สร้างช่างที่มีทักษะฝีมือมาตรฐาน ใช้วัสดุอุปกรณ์ <span>&nbsp;</span>เครื่องมืออย่างถูกต้อง <span>&nbsp;</span>เข้าใจถึงทักษะฝีมือช่างที่มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต ซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติที่สามารถช่วยลดปัญหาโลกร้อนได้ โลกก็จะน่าอยู่คู่กับหัวใจสีเขียวอย่างยั่งยืน</span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="color: #000000"><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span>ทั้งนี้ <strong>นายเฉลิมชัยฯ </strong>กล่าวว่า<strong> </strong>โครงการดังกล่าวนับเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ซึ่งเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล<span>&nbsp; </span>โดยกระทรวงแรงงานได้ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานมาอย่างต่อเนื่อง<span>&nbsp;&nbsp; </span>รวมทั้งได้ตระหนักเสมอว่าภาคเอกชน มีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนากำลังแรงงานของประเทศ การสนับสนุนของบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) ครั้งนี้ จึงเป็นความร่วมมือที่ช่วยผลักดันให้กำลังแรงงานได้มีโอกาสพัฒนาทักษะฝีมือ ให้มีความเป็นมืออาชีพด้านการก่อสร้าง<span>&nbsp; </span>อันจะเป็นการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานของประเทศให้มีศักยภาพ<span>&nbsp; </span>สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้<span>&nbsp; </span>ซึ่งสอดคล้องและรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีในปี 2558 </span></span></p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[3/8/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[  รมว.แรงงาน นำบริการด้านแรงงานสู่ฝั่งอันดามัน สร้าง ต้นแบบ บ่มเพาะบุคลากรท่องเที่ยวและบริการแก้ไขปัญหา ขาดแรงงาน ]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=47383]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <strong><font face="Tahoma">รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>นำทัพผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>จัดกิจกรรมโครงการกระทรวงแรงงานพบประชาชน <span>&nbsp;</span>ปฏิบัติการจุดแรก ณ จังหวัดภูเก็ต <span>&nbsp;</span>นำบริการต่างๆ มาบริการแก่ประชาชน <span>&nbsp;</span>มุ่งขยายโอกาสในการประกอบอาชีพ<span>&nbsp; </span>เพิ่มรายได้<span>&nbsp; </span>ให้ความรู้เรื่องแรงงานต่างด้าว<span>&nbsp; </span>แรงงานนอกระบบ<span>&nbsp; </span>การประกันสังคมทั่วไปและสมัครใจตามมาตรา 40<span>&nbsp; </span>พร้อมพัฒนาบ่มเพาะบุคลากรท่องเที่ยวและบริการฝั่งอันดามัน<span>&nbsp; </span>ให้โดดเด่น<span>&nbsp; </span>มีเอกลักษณ์<span>&nbsp; </span>ได้มาตรฐานสากล<span>&nbsp; </span>เพื่อแก้ไขขาดแคลนแรงงาน รวมทั้งรักษา/ป้องกันการเคลื่อนย้ายแรงงาน</font></strong> <p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span><span><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong></span>เมื่อวันที่ <span>&nbsp;</span></span><span style="font-family: Tahoma">29<span> กรกฎาคม 2553 <span>&nbsp;</span>ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชินี เทศบาลนครภูเก็ต <strong>นายเฉลิมชัย<span>&nbsp; </span>ศรีอ่อน <span>&nbsp;</span>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</strong> เปิด โครงการจัดกิจกรรมกระทรวงแรงงานพบประชาชนจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า กระทรวงแรงงานห่วงใยในปัญหาความเป็นอยู่และความจำเป็นเร่งด่วนด้านอาชีพและการประกอบการของผู้ประกอบการ นายจ้าง/ลูกจ้างในงานบริการ ธุรกิจการท่องเที่ยว<span>&nbsp; </span>ซึ่งรัฐบาลคาดหวังว่า ตัวเลขข้อมูลด้านการท่องเที่ยวจะปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็นไข่มุกแห่งอันดามัน เป็นดินแดนสวรรค์สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก จะเป็น แรงงานดึงดูดสำคัญต่อการปรับตัวของธุรกิจการท่องเที่ยว ดังนั้น หากมีปัญหาอุปสรรคใดๆ ที่เกิดขึ้น จะโดยกฎหมายหรือระเบียบปฏิบัติที่ทางกระทรวงแรงงานสามารถปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ได้ก็ยินดีจะร่วมกันลดปัญหาเหล่านั้น <span>&nbsp;</span>อาทิ </span>&ldquo;<span>นโยบายการพัฒนาประกันสังคมสู่แรงงานนอกระบบโดยเครือข่ายด้านแรงงาน</span>&rdquo;<span> ซึ่งมีการเข้าไปชี้แจงให้แก่แรงงานนอกระบบทราบว่า สามารถเข้าเป็นผู้ประกันตนได้โดยการส่งเงินกับสำนักงานประกันสังคมเป็นรายเดือนประมาณคนละ 280 บาท ก็จะได้รับสิทธิคุ้มครอง 5 ประเภทซึ่งคุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายไป<span>&nbsp; </span>นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังเป็นการนำบริการต่างๆ ซึ่งกระทรวงแรงงานได้ดำเนินการไปแล้ว <span>&nbsp;</span>จึงได้นำออกสู่สายตาประชาชนเพื่อให้มองเห็นได้ อย่างเป็นรูปธรรมว่า ขณะนี้ กระทรวงแรงงานมีการดำเนินงานไปแล้วอย่างไร</span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span>นอกจากนี้ <strong>นายเฉลิมชัยฯ</strong> ยังเป็นประธานในพิธีส่งมอบบุคลากรเพื่อพัฒนาศักยภาพสู่มาตรฐานสากล<span>&nbsp; </span>ในโครงการบ่มเพาะบุคลากรท่องเที่ยวและบริการอันดามัน โดยศูนย์ฝึกอบรมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการอันดามัน<span>&nbsp; </span>ทั้งนี้ <strong>นายเฉลิมชัยฯ</strong> กล่าวว่า การท่องเที่ยวและบริการถือเป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศ สามารถสร้างรายได้แก่ประเทศได้จำนวนมหาศาล<span>&nbsp; </span>โดยจังหวัดแถบภาคใต้มีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติจำนวนมาก โดยเฉพาะชายฝั่งทะเลอันดามัน ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต<span>&nbsp; </span>ระนอง<span>&nbsp; </span>พังงา<span>&nbsp; </span>กระบี่<span>&nbsp; </span>ตรัง<span>&nbsp; </span>และจังหวัดสตูล <span>&nbsp;</span>ที่สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวให้กลับมาใหม่ <span>&nbsp;</span>หากบุคลากรที่คอยบริการและต้อนรับ มีคุณภาพทั้งด้านศักยภาพ<span>&nbsp; </span>ทักษะฝีมือ<span>&nbsp; </span>และการบริการที่ประทับใจแล้ว จะยิ่งส่งผลต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวของอันดามันให้เป็นที่นิยมและขยายตัว <span>&nbsp;</span>สร้างรายได้ให้แก่บุคลากรที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นำความเจริญ<span>&nbsp; </span>ความเข้มแข็งต่อระบบเศรษฐกิจของอันดามันและประเทศ<span>&nbsp; </span>โครงการบ่มเพาะฯ เป็นการจับมือร่วมกันระหว่างกระทรวงแรงงาน สถานประกอบการด้านโรงแรมและกิจการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว<span>&nbsp; </span>เพื่อพัฒนา ศักยภาพบุคลากร ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ บุคลากรที่ทำงานอยู่แล้วแต่ช่วงฤดูกาลที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยทำให้ว่างงาน<span>&nbsp; </span>และบุคลากรใหม่ที่ประสงค์จะเข้าทำงานในจังหวัดอันดามัน โดยใช้หลักสูตรที่วิเคราะห์จากตำแหน่งงานของสถานประกอบการ ใช้เวลา 2 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม-เดือนกันยายน 2553 เพื่อพัฒนา<span>&nbsp; </span>บ่มเพาะให้ได้บุคลากรที่มีทักษะฝีมือ <span>&nbsp;</span>มีความโดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะ และมีคุณภาพได้มาตรฐานในระดับสากลสำหรับบริการช่วงฤดูกาลที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อย (</span><span style="font-family: Tahoma">Green season<span> )เพื่อก้าวเข้าสู่การทำงานช่วงที่มีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเที่ยว (</span>High season<span> ) ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน รวมถึงการรักษา ป้องกัน และรองรับข้อตกลงของกลุ่มประเทศอาเซียนที่จะมีการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีในปี 2558 มิฉะนั้นแล้วแรงงานไทยจะมีปัญหาในการทำงานเนื่องจากความอ่อนด้อยของภาษา และสูญเสียโอกาสในการประกอบอาชีพให้แก่แรงงานของประเทศที่มีทักษะด้านภาษาเป็นอย่างดี โครงการนี้จะเป็นต้นแบบของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ที่จะบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงาน <span>&nbsp;</span>จากการเดินทางไป </span>Road show<span> แรงงานสู่อันดามัน เพื่อรับสมัครบุคลากรเข้ารับการฝึก และเข้าทำงานจากจังหวัดต่างๆ มีผู้สนใจเข้ารับการฝึกแล้ว จำนวน 350 คน ผู้เข้ารับการฝึกทุกคน จะได้รับเบี้ยเลี้ยงวันละ 120 บาท<span>&nbsp; </span>โดย<span style="display: none">าม อุดรธานี และจังหวัดสกลนคร ในวันที่</span>มีแผนจะไป </span>Road show<span> แรงงานสู่อันดามัน <span>&nbsp;</span>ที่จังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม อุดรธานี และจังหวัดสกลนคร ในวันที่ 16-19 สิงหาคม 2553 เพื่อยกระดับฝีมือแรงงานที่ว่างงานในช่วง </span>Green season<span> ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อกระบวนการบริหารแรงงานอย่างเป็นระบบ<span>&nbsp; </span>รวมถึงการเริ่มต้นการจัดทำระบบฐานข้อมูลของแรงงานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการของจังหวัดอันดามันต่อไป</span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวจะเน้นการมีส่วนร่วมแบบบูรณาการ การสร้างเครือข่าย<span>&nbsp; </span>การรับรู้<span>&nbsp; </span>และการดำเนินการไปพร้อม ๆ กันในทุกภาคส่วน<span>&nbsp; </span>ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของภาครัฐและเอกชนช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเกิดการจ้าง เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีแก่แรงงานไทย นอกจากนี้ในวันที่ 3 สิงหาคม 2553<span>&nbsp; </span><span>&nbsp;</span>เวลา 15.30 น. <span>&nbsp;</span>นายอภิสิทธิ์<span>&nbsp; </span>เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาเป็นประธานรับมอบการให้สัตยาบันระหว่างกระทรวงแรงงานและผู้รับอนุญาตจัดหางาน<span>&nbsp; </span>เกี่ยวกับเรื่องมาตรการการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงานต่างประเทศของแรงงานไทย <span>&nbsp;</span>ณ <span>&nbsp;</span>อาคารกีฬาเวสน์ 2<span>&nbsp; </span>สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น <span>&nbsp;</span>ดินแดง <span>&nbsp;</span>กรุงเทพฯ <span>&nbsp;</span>ซึ่งเป็นแนวนโยบายสำคัญของตนในการยกระดับชีวิตคนไปทำงานต่างประเทศ <strong>นายเฉลิมชัยฯ</strong> กล่าวสรุปท้าย</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[3/8/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[รมว.แรงงาน ต้อนรับทีมสหประชาชาติ]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=47384]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <strong><span style="font-family: Tahoma">เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2553 นายเฉลิมชัย<span>&nbsp; </span>ศรีอ่อน<span>&nbsp; </span>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ต้อนรับ <span>&nbsp;</span>ทีมสหประชาชาติประจำประเทศไทย ประกอบด้วยนางกวี่-ยิบ ซอน ผู้ประสานงานทีมสหประชาชาติ(ยูเอ็น-</span><span style="font-family: Tahoma">United Nations<span>)ประจำประเทศไทย </span>(Ms. Gwi-Yeop Son) <span>นาย</span></span><span style="font-family: Tahoma"><span>จื่อเอวี้ยน หวาง รองผู้อำนวยการสำนักงานไอแอลโอประจำอนุภูมิภาคเอเชียตะวันออก </span>(Mr. Jiyuan Wang) <span>นางโมนิ ปีซานิ ผู้อำนวยการแผนงานระดับภูมิภาคของยูนิเฟม (กองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (</span>The United Nations Development Fund for Women)<span> </span>(Ms. Moni Pizani) <span>และนางโมนิค ฟิลส์โนเอล หัวหน้าสำนักงานไอโอเอ็ม (องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (</span>International Organization Migration)<span>ประจำประเทศไทย </span>(Ms.Monique Filsnoel)<span> <span style="color: black"></span></span></span></strong><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma; color: black"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;</span>ทั้งนี้ ข้อหารือที่ทีมสหประชาชาติประจำประเทศไทยคือเรื่อง ความร่วมมือระหว่างทีมสหประชาชาติฯ และกระทรวงแรงงานที่มีด้วยดีมาโดยตลอด การศึกษาการดำเนินงานของยูเอ็นในประเทศไทยในฐานะประเทศที่มีรายได้ปานกลาง </span><span style="font-family: Tahoma; color: black">(Middle Income Country : MIC) <span>และกรอบความร่วมมือ ในลักษณะหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา </span>(United Nations Partnership Framework : UNPAF)<span> <span>&nbsp;</span>ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่พ.ศ. 2555 </span>&ndash;<span> 58 ตลอดจนความร่วมมือในอนาคต ซึ่งยูเอ็นได้วางกรอบความร่วมมือไว้ 5 ด้านคือ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การรวมตัวของอาเซียน ความคุ้มครองทางสังคมและการเพิ่มศักยภาพของชุมชน การบริหารจัดการที่ดี และศักยภาพด้านสถิติ</span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma; color: black"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span>สำหรับในประเด็นดังกล่าว <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</strong> ชี้แจงว่า กระทรวงแรงงานเห็นว่ากรอบความร่วมมือจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งหน่วยงานราชการไทยได้มีความร่วมมือกับแต่ละหน่วยงานของยูเอ็นอยู่บ้างแล้ว และกระทรวงแรงงานยังให้ความสำคัญต่อการพัฒนาฝีมือแรงงานและบทบาทสำคัญเพื่อเพิ่มทักษะของผู้ใช้แรงงาน โดยถือว่าการเพิ่มทักษะแรงงานไทยเป็นกลไกหลักเพื่อบรรลุเป้าหมายประเทศไทยที่จะเป็นประเทศฐานความรู้ในปี ค.ศ. 2020 รวมทั้งให้ความสำคัญต่อการเคลื่อนย้ายแรงงานระดับวิชาชีพในอาเซียน การให้ความคุ้มครองทางสังคม ได้แก่การบังคับใช้กำหมายคุ้มครองแรงงาน กองทุนประกันสังคม และตั้งเป้าหมายที่จะขยายออกไปสู่แรงงานนอกระบบ การจัดหางานให้กลุ่มผู้ด้อยโอกาส รวมทั้งคนพิการ</span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma; color: black"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span>นอกจากนี้ <strong>ทีมสหประชาชาติฯ</strong> ยังหารือในประเด็นแรงงานต่างด้าวในด้านการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวของคณะกรรมการบริหารแรงงานต่างด้าวให้ครอบคลุมทั้งแรงงานไทยที่ไปทำงานต่างประเทศ และแรงงานต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทย จัดให้การเคลื่อนย้ายแรงงานเป็นวาระแห่งชาติ บริหารจัดการโดยคำนึงถึงหลักพื้นฐานด้านสิทธิมนุษยชน ความสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติ<span>&nbsp; </span>รวมถึงกระบวนการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าว สิทธิแรงงานต่างด้าว เป็นต้น</span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma; color: black"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;</span>ต่อเรื่องนี้ทาง <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน </strong>ชี้แจงว่ากระทรวงแรงงานมีการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ อย่างบูรณาการในการผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองอยู่ในราชอาณาจักรและอนุญาตให้ทำงานได้เป็นการชั่วคราว<span>&nbsp; </span>มีการปรับเปลี่ยนสถานะจากผู้หลบหนีเข้าเมืองที่อยู่ในระบบผ่อนผันเป็นผู้เข้าเมืองโดยถูกกฎหมาย โดยพิสูจน์สัญชาติแล้ว จำนวนมาก และมีการนำเข้าแรงงานต่างด้าวรายใหม่เข้ามาทำงานถูกต้องตามบันทึกเอ็มโอยูว่าด้วยความร่วมมือด้านการจ้างงานระหว่างรัฐ เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน<span>&nbsp; </span>และแรงงานที่ปรับเปลี่ยนสถานะย่อมได้รับสิทธิในการคุ้มครองแรงงานทั้งสิทธิตามมาตรฐานแรงงาน โดยยึดหลักความเสมอภาคเช่นเดียวกับแรงงานไทยอีกด้วย</span></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[3/8/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน บุกตลาดเยอรมันปูทางธุรกิจสปาไทย]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=47266]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <strong><font color="#383838">รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมคณะฯ เตรียมรุกหน้าร่วมหารือผู้ประกอบการภาคธุรกิจร้านอาหารไทย / สปาไทย<span>&nbsp; </span>ในโอกาสเดินทางไปร่วมงานเทศกาลไทย ( Thai Festival ) <span>ที่เมืองบาด<span>&nbsp; </span>ฮอมบวร์ก<span>&nbsp; </span>นครแฟรงก์เฟิร์ต<span>&nbsp; </span>สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี<span>&nbsp; </span>ระหว่างวันที่<span>&nbsp; </span></span>23 &ndash; 28<span><span>&nbsp; </span>กรกฎาคม<span>&nbsp; </span></span>2553<span><span>&nbsp; </span>เพื่อเผยแพร่ภูมิปัญญาไทยด้านการนวดแผนไทยและหาแนวทางสร้างโอกาสให้มีการจ้างแรงงานไทยในต่างประเทศ</span></font></strong> <p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span><strong><span> </span><span>นายเฉลิมชัย<span>&nbsp; </span>ศรีอ่อน<span>&nbsp; </span>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span></span></strong><span>เผยในโอกาสที่จะเดินทางไปนครแฟรงก์เฟิร์ต<span>&nbsp; </span>สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี<span>&nbsp; </span>ระหว่างวันที่<span>&nbsp; </span></span>23&ndash;28<span><span>&nbsp; </span>ก.ค. </span>53<span><span>&nbsp; </span>ซึ่งตนพร้อมคณะฯ<span>&nbsp; </span>จะได้ร่วมประชุมหารือกับผู้ประกอบการภาคธุรกิจร้านอาหารไทย / สปาไทย<span>&nbsp; </span>เพื่อหาแนวทางและโอกาสการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานไทยสู่การขยายตลาดแรงงานไทยในต่างประเทศ<span>&nbsp; </span>และร่วมงานเทศกาลไทย( </span>Thai Festival ) <span>ที่เมืองบาด<span>&nbsp; </span>ฮอมบวร์ก<span>&nbsp; </span>ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่<span>&nbsp;&nbsp; </span></span>24 &ndash; 25<span> ก.ค. </span>53<span><span>&nbsp; </span>ซึ่งจัดโดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน<span>&nbsp; </span>สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี<span>&nbsp; </span>ร่วมกับเทศบาลเมืองบาดฮอมบวร์ก<span>&nbsp; </span>กระทรวงฯ มอบให้<span>&nbsp; </span>สนร.เบอร์ลิน<span>&nbsp; </span>ร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานนำกิจกรรมการสาธิตการนวดสปาไทยไปเผยแพร่พร้อมจัดแสดงในงานเทศกาลไทยเพื่อเป็นการเผยแพร่ภูมิปัญญาไทยด้านการนวดแผนไทยให้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศ<span>&nbsp; </span>อันจะเป็นการสร้างโอกาสให้มีการจ้างแรงงานไทยในต่างประเทศอีกทางหนึ่ง และมีการสาธิตนวดสปาไทยให้แก่แรงงานไทยในประเทศเยอรมนี ด้วย<span>&nbsp; </span></span></font></p><p><span style="font-family: Tahoma; color: #383838; font-size: 12pt"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span><strong><span> </span><span>นายเฉลิมชัยฯ<span>&nbsp; </span></span></strong><span>กล่าวถึงความสำคัญของเทศกาลไทย<span>&nbsp; </span>ณ<span>&nbsp; </span>ศาลาไทย<span>&nbsp; </span>ที่เมืองบาด<span>&nbsp; </span>ฮอมบวร์ก<span>&nbsp; </span>แสดงถึง<span>&nbsp; </span>ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเยอรมนีที่มีมากว่า </span>100<span> ปีนับแต่ปี </span>2450<span><span>&nbsp; </span>เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์<span>&nbsp; </span>พระเจ้ากรุงสยาม<span>&nbsp; </span>ได้เสด็จไปรักษาพระโรคที่เมืองนี้ในช่วงที่เมืองบาด<span>&nbsp; </span>ฮอมบวร์ก<span>&nbsp; </span>ขุดพบน้ำแร่<span>&nbsp; </span>พระองค์จึงได้พระราชทานทรัพย์เพื่อทรงช่วยการขุดบ่อน้ำแร่<span>&nbsp; </span>ทางการเมืองบาด<span>&nbsp; </span>ฮอมบวร์ก<span>&nbsp; </span>จึงได้ขอพระราชทานพระนามของพระองค์ไปตั้งชื่อบ่อน้ำ </span>&ldquo; <span>บ่อน้ำจุฬาลงกรณ์</span>&rdquo;<span>&nbsp; </span><span>เพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์ท่านและเพื่อตอบแทนน้ำใจชาวเมืองนี้จึงได้พระราชทานศาลาทรงไทยให้ในกาลต่อมา<span>&nbsp; </span>อันเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายภาพอันสะท้อนให้ต่างชาติเห็นถึงเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ในช่วงการจัดงานจะมีการแสดงศิลปะและนาฏศิลป์ไทย<span>&nbsp; </span>แลเห็นถึงวิถีชีวิต การประกอบอาชีพของคนไทยแต่ละภาค<span>&nbsp; </span>มีการออกร้านจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารไทย<span>&nbsp; </span>การจัดนิทรรศการที่มุ่งในเรื่องการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย<span>&nbsp; </span>กระทรวงฯได้เคยร่วมงานเทศกาลไทย<span>&nbsp; </span>ที่เมืองบาด<span>&nbsp; </span>ฮอมบวร์ก<span>&nbsp; </span>ในช่วงปี </span>2548&ndash;50<span><span>&nbsp; </span>ซึ่งทุกปีกระทรวงฯโดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้นำกิจกรรมการประกอบอาหารไทย<span>&nbsp; </span>นวดสปาไทย<span>&nbsp; </span>การแกะสลักผัก-ผลไม้ ฯ เข้าร่วมงาน<span>&nbsp; </span>และสำหรับปี<span>&nbsp; </span></span>53<span><span>&nbsp; </span>กระทรวงฯได้นำกิจกรรมการสาธิตการนวดสปาไทย<span>&nbsp; </span>ไปเผยแพร่ จัดแสดงกิจกรรมใน </span>2<span> ช่วงคือ<span>&nbsp; </span>กิจกรรมแรกระหว่างวันที่<span>&nbsp; </span></span>21&ndash;23<span> ก.ค.<span>&nbsp; </span></span>53<span><span>&nbsp; </span>จัดสาธิตนวดสปาไทยแก่แรงงานไทยในประเทศเยอรมันที่สนใจ<span>&nbsp; </span>ณ<span>&nbsp; </span>วัดโพธิธรรม<span>&nbsp; </span>นครแฟรงค์เฟิร์ต<span>&nbsp;&nbsp; </span>และกิจกรรมที่สอง<span>&nbsp; </span>ระหว่างวันที่<span>&nbsp; </span></span>24&ndash;25<span> ก.ค. </span>53<span><span>&nbsp; </span>จะจัดสาธิตนวดสปาไทยและการจัดนิทรรศการด้านแรงงานในงานเทศกาลไทย<span>&nbsp; </span>ณ<span>&nbsp; </span>ศาลาไทย<span>&nbsp; </span>เมืองบาด<span>&nbsp; </span>ฮอมบวร์ก<span>&nbsp; </span>นครแฟรงก์เฟิร์ต</span></span></p><p>&nbsp;</p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[29/7/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[ก.แรงงาน เผยข้อมูลว่างงาน เลิกจ้าง ต้องการแรงงาน เดือนกรกฎาคม 2553]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=47267]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><strong><span style="font-family: Tahoma">กระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>เผยข้อมูลสถานการณ์การว่างงาน<span>&nbsp; </span>การเลิกจ้าง<span>&nbsp; </span>และความต้องการแรงงาน<span>&nbsp; </span>(เดือนกรกฎาคม<span>&nbsp; </span>2553)<span>&nbsp; </span>คาดมีผู้ว่างงานประมาณ<span>&nbsp; </span>350,000<span>&nbsp; </span>คน<span>&nbsp; </span>ความต้องการแรงงานจากนายจ้าง<span>&nbsp; </span>143,872<span>&nbsp; </span>อัตรา<span>&nbsp; </span>การให้บริการจัดหางาน<span>&nbsp; </span>(มิถุนายน<span>&nbsp; </span>2553)<span>&nbsp; </span>มีผู้มาสมัครงาน<span>&nbsp; </span>98,877<span>&nbsp; </span>คน<span>&nbsp; </span>สามารถบรรจุงาน<span>&nbsp; </span>51,071<span>&nbsp; </span>คน</span></strong></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><strong><span style="font-family: Tahoma">นายสุธรรม<span>&nbsp; </span>นทีทอง<span>&nbsp; </span>โฆษกกระทรวงแรงงานฝ่ายการเมือง<span>&nbsp; </span></span></strong><span style="font-family: Tahoma">เผย<span>&nbsp; </span>สำนักงานสถิติแห่งชาติได้ทำการสำรวจข้อมูลเดือนเมษายน<span>&nbsp; </span>2553<span>&nbsp; </span>มีกำลังแรงงานประมาณ<span>&nbsp; </span>38.1<span>&nbsp; </span>ล้านคน<span>&nbsp; </span>เป็นผู้มีงานทำ<span>&nbsp; </span>37.3<span>&nbsp; </span>ล้านคน<span>&nbsp; </span>ผู้ว่างงาน<span>&nbsp; </span>4.5<span>&nbsp; </span>แสนคน <span>&nbsp;</span>คิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ<span>&nbsp; </span>1.2<span>&nbsp; </span>โดยในจำนวนนี้เป็นผู้ที่เคยทำงานมาก่อน<span>&nbsp; </span>2.8 แสนคน<span>&nbsp; </span>และยังไม่เคยทำงานมาก่อน<span>&nbsp; </span>1.7<span>&nbsp; </span>แสนคน</span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma">สถานการณ์การว่างงานในเดือนกรกฎาคม<span>&nbsp; </span>2553 กรมการจัดหางานได้วิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องในเชิงสถิติคาดว่าจะมีผู้ว่างงานประมาณ<span>&nbsp; </span>350,000<span>&nbsp; </span>คน<span>&nbsp; </span>หรือคิดเป็นร้อยละ<span>&nbsp; </span>1.0<span>&nbsp; </span>ของกำลังแรงงาน<span>&nbsp; </span>รวมถึงมีผู้ประกันตนมาขอขึ้นทะเบียนขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเดือนมิถุนายน<span>&nbsp; </span>2553<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>51,135<span>&nbsp; </span>คน<span>&nbsp; </span>สามารถบรรจุงานได้<span>&nbsp; </span>32,021<span>&nbsp; </span>คน</span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma">ในส่วนความต้องการแรงงาน<span>&nbsp; </span>(ณ<span>&nbsp; </span>วันที่<span>&nbsp; </span>1<span>&nbsp; </span>กรกฎาคม 2553)<span>&nbsp; </span>นายจ้างมีความต้องการแรงงาน<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>143,872<span>&nbsp; </span>อัตรา<span>&nbsp; </span>เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>28,172 อัตรา<span>&nbsp; </span>จำแนกเป็นผู้บริหาร<span>&nbsp; </span>ผู้จัดการ<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>3,088<span>&nbsp; </span>อัตรา<span>&nbsp; </span>ผู้ประกอบวิชาชีพด้านต่างๆ<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>7,710 อัตรา<span>&nbsp; </span>ช่างเทคนิคและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>13,251 อัตรา<span>&nbsp; </span>เสมียน<span>&nbsp; </span>เจ้าหน้าที่<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>16,141<span>&nbsp; </span>อัตรา<span>&nbsp; </span>พนักงานบริการ<span>&nbsp; </span>พนักงานขายในร้านค้าและตลาด<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>๒๓</span><span style="font-family: Tahoma">,<span>๗๕๑<span>&nbsp; </span>อัตรา<span>&nbsp; </span>ผู้ปฏิบัติงานฝีมือด้านการเกษตรและประมง<span>&nbsp; </span>(แปรรูปขั้นพื้นฐาน)<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>602<span>&nbsp; </span>อัตรา<span>&nbsp; </span>ผู้ปฏิบัติงานโดยใช้ฝีมือในธุรกิจต่างๆ<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>14,532อัตรา<span>&nbsp; </span>ผู้ปฏิบัติงานในโรงงาน<span>&nbsp; </span>ผู้ควบคุมเครื่องจักรและผู้ปฏิบัติงานด้านการประกอบ<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>17,523อัตรา<span>&nbsp; </span>และอาชีพงานพื้นฐาน<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>47,274<span>&nbsp; </span>อัตรา</span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma">ด้านข้อมูลกรมการจัดหางานถึงความต้องการแรงงานผ่านบริการจัดหางานเดือนมิถุนายน<span>&nbsp; </span>จำแนกตามวุฒิการศึกษา<span>&nbsp; </span>นายจ้างมีความต้องการแรงงาน<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>44,043<span>&nbsp; </span>อัตรา<span>&nbsp; </span>เป็นระดับมัธยมศึกษา<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>14,156<span>&nbsp; </span>อัตรา<span>&nbsp; </span>รองลงมาเป็นผู้มีการศึกษาระดับ<span>&nbsp; </span>ปวส.<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>9,788<span>&nbsp; </span>อัตรา<span>&nbsp; </span>และระดับประถมและต่ำกว่า<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>7,300<span>&nbsp; </span>อัตรา<span>&nbsp; </span>และจำแนกตามประเภทอาชีพ<span>&nbsp; </span>อาชีพงานพื้นฐาน<span>&nbsp; </span>(แรงงานด้านประกอบ<span>&nbsp; </span>แรงงานบรรจุผลิตภัณฑ์)<span>&nbsp; </span>มีความต้องการมากที่สุด<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>14,310<span>&nbsp; </span>อัตรา<span>&nbsp; </span>รองลงนามเสมียน<span>&nbsp; </span>เจ้าหน้าที่<span>&nbsp; </span>จำนวน 6,596<span>&nbsp; </span>อัตรา<span>&nbsp; </span>พนักงานบริการ<span>&nbsp; </span>พนักงานขายในร้านค้าและตลาด<span>&nbsp; </span>จำนวน<span>&nbsp; </span>6,072 อัตรา</span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma">สำหรับในเดือนมิถุนายน<span>&nbsp; </span>2553<span>&nbsp; </span>การให้บริการจัดหางาน<span>&nbsp; </span>มีผู้มาสมัครงาน<span>&nbsp; </span>98</span><span style="font-family: Tahoma">,<span>877<span>&nbsp; </span>คน<span>&nbsp; </span>สามารถบรรจุงาน<span>&nbsp; </span>51</span>,<span>071 คน</span></span></p><p>&nbsp;</p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[29/7/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[รมว.แรงงาน ต้อนรับอาสาสมัครแรงงานปัตตานีมุ่งเป้าหมายโครงการนำร่อง  เพิ่มรายได้ 1.2 แสน บ./ครอบครัว]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=47268]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <span style="font-family: Tahoma"><strong><font color="#383838">เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2553 นายเฉลิมชัย<span>&nbsp; </span>ศรีอ่อน<span>&nbsp; </span>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>ได้ต้อนรับและให้โอวาทแก่บัณฑิตอาสาสมัครกระทรวงแรงงานจังหวัดปัตตานี หัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานจากจังหวัดปัตตานี </font></strong></span><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span style="font-family: Tahoma"><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกล่าวว่า </strong></span><span style="font-family: Tahoma">เชื่อว่าอสร.ทุกๆ คนมีความตั้งใจจริงที่จะปฏิบัติภารกิจเพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ ที่จะส่งผลถึงภาพรวมของความสุขของคนในประเทศ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของคนไทยที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันแบบเครือญาติ จึงขอให้รักษาวัฒนธรรมที่ดีงามนี้และขยายผลต่อไป อย่างไรก็ดี การปฏิบัติหน้าที่ของบัณฑิตอาสาสมัครแรงงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มีความเสี่ยงจึงขอแสดงความห่วงใย และต้องคำนึงว่าในทุกสังคมย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดีปะปนกัน เราต้องควบคุมไม่ให้คนไม่ดีไม่ให้สร้างความเสียหายได้ และภารกิจของอาสาสมัครแรงงานจะช่วยเชื่อมประสานสร้างความเข้าใจที่ดีแก่ประชาชนได้ โดยเฉพาะนโยบายของนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลที่มุ่งมั่นสร้างความเป็นอยู่ที่ดี ความมีคุณภาพชีวิตที่สูง ซึ่งตนได้พูดคุยกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ถึงเรื่องนี้ และมีโครงการให้ทุกครอบครัวอยู่ดีมีสุขอยู่ภายในพื้นที่ เป็นโครงการนำร่อง และจะเพิ่มรายได้ให้ประชาชนอย่างน้อยครอบครัวละ 120,000 บาทต่อปี เป็นการเพิ่มรายได้ โอกาส อาชีพ และทางเลือก และจะขยายผลต่อไปให้ทั่วถึง โดยให้คำนึงถึงหลักเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องจากเป็นหลักการที่สร้างความสุขโดยไม่ต้องมุ่งเน้นไปที่ความร่ำรวยจนเกินขนาด เกินสรรพกำลังจนเกินไป</span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span style="font-family: Tahoma">ด้าน<strong>นายอิสบราเหม สันตตินยีวงศ์ อาสาสมัครแรงงานตำบลจะบังติกอ อำเภอเมืองปัตตานี </strong>ซึ่งเป็นประธานอาสาสมัครแรงงานจังหวัดปัตตานี ให้สัมภาษณ์ว่า ตนรับผิดชอบดูแลงานถึง 4 ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี รวมประชาชนกว่า 4,000 ครัวเรือน<span>&nbsp; </span>ซึ่งในชุมชนมีประชากรที่มีความหลากหลายทั้งในด้านสถานภาพทางสังคม เศรษฐกิจ อาชีพ การศึกษา แนวความคิด วิธีการคิด การดำรงชีพ จึงต้องมีเทคนิคในการประสานเชื่อมโยงคนหมู่มากให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียว โดยเฉพาะในด้านการบริหารเวลาให้คนส่วนใหญ่เข้าร่วมกิจกรรมให้มากที่สุด เพื่อนำภารกิจทั้งของกระทรวงแรงงานในภารกิจหลักๆ และภารกิจเสริมจากหน่วยงานอื่นๆ ในจังหวัดปัตตานี โดยเฉพาะงานตามนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ซึ่งภารกิจที่มีอยู่จำนวนมากจำเป็นต้องบริหารจัดการให้เป็นขั้นตอน อาทิ การบริหารจัดการตำแหน่งงานว่างที่ได้รับจากจัดหางานจังหวัด จะต้องนำมากระจายให้แกนนำอสร.ที่เป็นเครือข่าย นำไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ เพื่อการจ้างงานสร้างเศรษฐกิจและสังคมที่ดีต่อไป แม้จะมีงานรองหรืองานฝากจากหน่วยงานอื่นเข้ามาบ้างในบางสถานการณ์ ก็ต้องอาศัยเครือข่ายเหล่านี้ช่วยกันประสานบูรณาการ และอาศัยความที่เป็นคนในพื้นที่จึงได้รับความยอมรับในฐานะลูกหลาน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ จึงจะเห็นได้ว่าอสร.ต้องอาศัยเครือข่ายในการทำงาน จะทำงานอย่างโดดเดี่ยวลำพังไม่ได้<span>&nbsp; </span>โดยจะเห็นว่าได้มีการคิดคำขวัญขึ้นมาหลากหลาย เช่น บัณฑิตอาสา แนวหน้านำบริการสู่ชุมชน หรือ บัณฑิตอาสา สานสัมพันธ์รักบ้านเกิด และ บัณฑิตอาสา ปวงประชาผาสุก เป็นต้น และยังยกกรณีตัวอย่างการต้องพยายามใช้เทคนิคให้คนในพื้นที่ประกอบอาชีพที่หลากหลาย ไม่ยึดติดค่านิยมต้องรับราชการเท่านั้น โดยตนต้องใช้วิธีให้คนในครอบครัวเกื้อกูลกัน เช่นให้ลูกชายยืมสินค้าจากร้านของชำพ่อมาเปิดขายเมื่อได้กำไรจึงนำเงินส่งคืน และได้ผลมาหลายรายแล้ว จนบางรายสนใจที่จะทำการค้าขายในขณะที่ก็ยังมีความหวังว่าจะได้รับราชการ แต่ก็ค้าขายไปด้วยควบคู่กัน</span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span style="font-family: Tahoma">สำหรับ<strong>จังหวัดปัตตานี </strong>มีโครงการจ้างบัณฑิตอาสาสมัครแรงงาน จำนวน 116 คน ปฏิบัติงานประจำตำบล 115 คน/ตำบลละ 1 คน และประจำสำนักงานแรงงานจังหวัด 1 คน ซึ่งโครงการฯ นี้ ส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดปัตตานีได้กำหนดแผนการปฏิบัติงานของอสร.ไว้หลากหลายภารกิจคือ ภารกิจด้านวิชาการ ศึกษาและสำรวจข้อมูลเชิงประจักษ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นด้านโครงสร้างประชากร ลักษณะการประกอบอาชีพ ความต้องการต่างๆ ของประชากร สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจากนายจ้างและลูกจ้าง และปัญหาจากภัยธรรมชาติ</span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma"><font color="#383838">นอกจากนี้ยังมีภารกิจการปฏิบัติงานประจำด้านแรงงาน อาทิ มิติด้านการอำนวยการและยุทธศาสตร์ การส่งเสริมการมีงานทำและคุ้มครองคนหางาน การพัฒนาฝีมือแรงงาน การส่งเสริมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม และยังมีภารกิจประจำในมิติการทำงานร่วมกับ ศอ.บต. ตลอดจนภารกิจด้านความมั่นคงของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อลดช่องว่างระหว่างประชาชนและภาคราชการ รวมทั้งนำบริการของทางราชการสู่ประชาชนได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ทันการณ์ และเป็นธรรมอีกด้วย</font></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[29/7/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[รมว.แรงงาน ประชุมแก้ปัญหาการพิสูจน์สัญชาติแรงงานกัมพูชา]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=47265]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><strong><span style="font-family: Tahoma">รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>เปิดการประชุมแนวทางปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการจ้างแรงงานไทย-กัมพูชา ระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 4 และระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส<span>&nbsp; </span>ครั้งที่ 7 ณ โรงแรมอมารี เอเทรียม<span>&nbsp; </span>กรุงเทพฯ</span></strong></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><strong><span style="font-family: Tahoma">นายเฉลิมชัย<span>&nbsp; </span>ศรีอ่อน<span>&nbsp; </span>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp;</span></span></strong><span style="font-family: Tahoma"><span> </span>กล่าวว่า<span>&nbsp; </span>การประชุมแนวทางการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการจ้างแรงงานไทย-กัมพูชา<span>&nbsp; </span>ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง<span>&nbsp; </span>เนื่องจากไทยและกัมพูชาไม่มีการประชุมร่วมกันมาเกือบ<span>&nbsp; </span>3 ปี<span>&nbsp; </span>ทั้งในส่วนของการพิสูจน์สัญชาติแรงงานกัมพูชา<span>&nbsp; </span>การจัดส่งแรงงานกัมพูชามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย<span>&nbsp;</span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma"><span></span></span><span style="font-family: Tahoma"></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma">การดำเนินการสำหรับผู้ที่สิ้นสุดวาระการจ้างงาน 4 ปีในประเทศไทย รวมถึงความต้องการกลับมาทำงานกับนายจ้างรายเดิม<span>&nbsp; </span>การส่งกลับแรงงานกัมพูชาที่หลบหนีเข้ามาทำงานในประเทศไทย<span>&nbsp; </span>การจัดตั้งคณะทำงานด้านวิชาการไทย-กัมพูชา<span>&nbsp; </span>เพื่อพิจารณารูปแบบของเอกสารมาทำงานในประเทศไทยลักษณะไป-กลับ<span>&nbsp; </span>หรือตามฤดูกาล<span>&nbsp; </span>ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นภาระหน้าที่ของทั้งสองประเทศที่จะต้องร่วมมือกันคิด<span>&nbsp; </span>และถึงแม้ว่าการประชุมของเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสจะเป็นไปอย่างราบรื่นได้รับผลสำเร็จที่ดี<span>&nbsp; </span>ตั้งอยู่บนความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและมิตรไมตรีอันดีก็ตาม<span>&nbsp; </span>แต่ปัญหาต่างๆ<span>&nbsp; </span>ก็ยังไม่หมดสิ้นไปยังคงต้องร่วมมือกันหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคให้หมดสิ้นไป<span>&nbsp; </span>ในฐานะผู้แทนแห่งราชอาณาจักรไทย<span>&nbsp; </span>รัฐบาลไทยมีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งที่จะร่วมมือกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาในการเร่งรัดดำเนินการด้านต่างๆ<span>&nbsp; </span>ในส่วนที่เกี่ยวกับแรงงานกัมพูชาให้สำเร็จลุล่วงอย่างรวดเร็ว</span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma">แม้ว่าแรงงานกัมพูชาจะไม่ใช่แรงงาต่างด้าวส่วนใหญ่ที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย แต่มีนายจ้างจำนวนไม่น้อยที่ชื่นชอบในการจ้างแรงงานกัมพูชา<span>&nbsp; </span>เนื่องจากมีความขยัน<span>&nbsp; </span>อดทน<span>&nbsp; </span>สู้งาน<span>&nbsp; </span>ทำงานได้ทั้งงานหนักและงานเบา ซึ่งจากคุณสมบัติเหล่านี้เป็นสิ่งที่กระทรวงแรงงานแห่งราชอาณาจักรไทยได้ให้ความดูแล ความเป็นธรรมกับแรงงานกัมพูชาโดยได้รับสิทธิ<span>&nbsp; </span>สวัสดิการต่างๆ<span>&nbsp; </span>ตลอดจนความผาสุก<span>&nbsp; </span>รวมถึงความเป็นอยู่ที่ดีตามที่กฎหมายไทยกำหนด</span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><strong><span style="font-family: Tahoma">H.E.<span>&nbsp; </span>Mr.<span>&nbsp; </span>Oum<span>&nbsp; </span>Mean<span>&nbsp; </span><span>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงานและฝึกอบรมวิชาชีพกัมพูชา<span>&nbsp; </span></span></span></strong><span style="font-family: Tahoma"><span>กล่าวว่า<span>&nbsp; </span>ผลการประชุมที่ออกมาแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือที่ดีทั้งสองฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับแรงงานกัมพูชากับนายจ้างไทย<span>&nbsp; </span>อีกทั้งนายจ้างของไทยยังมีความต้องการจ้างแรงงานกัมพูชาที่หมดอายุสัญญาแล้ว<span>&nbsp; </span>4<span>&nbsp; </span>ปีออกไปอีก<span>&nbsp; </span>ซึ่งในเรื่องนี้ต้องการให้ทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันในการแก้ไขบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการจ้างแรงงานไทย-กัมพูชา<span>&nbsp; </span>ในประเด็นแรงงานต่างด้าวสามารถทำงานได้เป็นระยะเวลา<span>&nbsp; </span>2<span>&nbsp; </span>ปี<span>&nbsp; </span>และสามารถขอทำงานต่อเพิ่มได้อีก<span>&nbsp; </span>2<span>&nbsp; </span>ปี<span>&nbsp; </span>และหลังจากอยู่ทำงานจนครบ<span>&nbsp; </span>4<span>&nbsp; </span>ปี<span>&nbsp; </span>ต้องกลับประเทศตนเองก่อนเป็นระยะเวลา<span>&nbsp; </span>3<span>&nbsp; </span>ปี<span>&nbsp; </span>ถึงจะมีสิทธิกลับเข้ามาทำงานได้ใหม่อีกครั้ง<span>&nbsp; </span>รวมถึงให้มีการประสานงานระหว่างกันในการจัดประชุมการออกหนังสือเดินทางให้มีความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น</span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><strong><span style="font-family: Tahoma">นายเฉลิมชัยฯ<span>&nbsp; </span></span></strong><span style="font-family: Tahoma">กล่าวเพิ่มเติมว่า<span>&nbsp; </span>ปัญหาการพิสูจน์สัญชาติของแรงงานกัมพูชามีปัญหาอยู่น้อยมาก<span>&nbsp; </span>เนื่องจากทางกัมพูชามีเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการพิสูจน์สัญชาติในประเทศไทย<span>&nbsp; </span>แต่จะมีปัญหาหลังจากการพิสูจน์สัญชาติเสร็จสิ้นแล้ว<span>&nbsp; </span>ซึ่งโดยตามกฎหมายที่ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการจ้างแรงงานไทย-กัมพูชา<span>&nbsp; </span>ในประเด็นแรงงานต่างด้าวสามารถทำงานได้เป็นระยะเวลา<span>&nbsp; </span>2<span>&nbsp; </span>ปี<span>&nbsp; </span>และสามารถขอทำงานต่อเพิ่มได้อีก<span>&nbsp; </span>2<span>&nbsp; </span>ปี<span>&nbsp; </span>และหลังจากอยู่ทำงานจนครบ<span>&nbsp; </span>4<span>&nbsp; </span>ปี<span>&nbsp; </span>ต้องกลับประเทศตนเองก่อนเป็นระยะเวลา<span>&nbsp; </span>3<span>&nbsp; </span>ปี<span>&nbsp; </span>ถึงจะมีสิทธิกลับเข้ามาทำงานได้ใหม่อีกครั้ง<span>&nbsp; </span>ซึ่งเป็นปัญหาทั้งแรงงานกัมพูชาที่ต้องการอยู่ทำงานต่อและนายจ้างที่ต้องการจ้างแรงงาน<span>&nbsp; </span>เนื่องจากเป็นแรงงานที่มีความเข้าใจในงานและมีความชำนาญ<span>&nbsp; </span>ในเรื่องนี้ติดอยู่ที่กฎหมายที่จะต้องมีการพิจารณาแก้ไขต่อไป<span>&nbsp; </span>แต่หากมีการแก้ไขก็ต้องดูในเรื่องของความมั่นคงควบคู่กับไปด้วย<span>&nbsp; </span>ส่วนเรื่องของการเดินทางเข้ามาทำงานแบบไป-กลับและตามฤดูกาล<span>&nbsp; </span>เรื่องนี้เจ้าหน้าที่ของไทยได้มีการดำเนินการอยู่</span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma">ทั้งนี้สำหรับผลสรุปในการหารือแนวทางปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือการจ้างแรงงานไทย-กัมพูชาได้หารือในประเด็น<span>&nbsp; </span>การพิสูจน์สัญชาติแรงงานกัมพูชา<span>&nbsp; </span>ฝ่ายไทยเสนอขอให้ฝ่ายกัมพูชาเพิ่มเจ้าหน้าที่เพื่อให้การพิสูจน์สัญชาติมีความรวดเร็วขึ้นและเสร็จทันตามกำหนดภายในเดือนกุมภาพันธ์<span>&nbsp; </span>2555<span>&nbsp; </span>ซึ่งฝ่ายกัมพูชาเห็นด้วยกับระยะเวลาการสิ้นสุดการพิสูจน์สัญชาติในช่วงเวลาดังกล่าว<span>&nbsp; </span>ฝ่ายกัมพูชาขอให้ฝ่ายไทยจัดส่งข้อมูลเกี่ยวกับแรงงานกัมพูชาที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับรัฐบาลไทยแยกเป็นรายจังหวัด<span>&nbsp; </span>เพื่อฝ่ายกัมพูชาจะได้นำไปจัดทำแผนการออกไปให้บริการในจังหวัดต่างๆ<span>&nbsp; </span>การดำเนินการสำหรับผู้ที่สิ้นสุดวาระการจ้างงาน<span>&nbsp; </span>4<span>&nbsp; </span>ปี<span>&nbsp; </span>ทั้ง<span>&nbsp; </span>2<span>&nbsp; </span>ฝ่ายเห็นตรงกันว่าควรแก้ไขมาตรา<span>&nbsp; </span>9<span>&nbsp; </span>ของบันทึกความเข้าใจฯ<span>&nbsp; </span>โดยจะมีการหารือในโอกาสต่อไป<span>&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span>การส่งกลับแรงงานกัมพูชาที่หลบหนีเข้ามาทำงานในประเทศไทย<span>&nbsp; </span>และการกลับเข้ามาทำงานใหม่อย่างถูกกฎหมาย<span>&nbsp; </span>ทั้ง<span>&nbsp; </span>2<span>&nbsp; </span>ฝ่ายจะร่วมมือและประสานงานกัน<span>&nbsp; </span>เพื่อให้การส่งกลับเป็นไปตามหลักมนุษยธรรม<span>&nbsp; </span>และเพื่อที่จะลดแรงงานกัมพูชาที่หลบหนีเข้าเมืองมาในประเทศไทย<span>&nbsp; </span>ทั้ง<span>&nbsp; </span>2<span>&nbsp; </span>ฝ่ายจะร่วมมือกันในการปรับปรุง<span>&nbsp; </span>และลดขั้นตอน<span>&nbsp; </span>การนำแรงงานกัมพูชาเข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย<span>&nbsp; </span>โดยกรมการจัดหางานของไทยจะประสานงานโดยตรงกับกรมแรงงานของกัมพูชา<span>&nbsp; </span>เพื่อทำให้การดำเนินการรวดเร็วขึ้น<span>&nbsp; </span>การบริหารจัดการแรงงานกัมพูชาที่เดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย<span>&nbsp; </span>ในลักษณะประเภทไป-กลับและตามฤดูกาล<span>&nbsp; </span>ฝ่ายไทยตกลงที่จะเป็นเจ้าภาพการประชุมในระดับวิชาการปลายเดือนตุลาคม<span>&nbsp; </span>2553<span>&nbsp; </span>เพื่อหารือเกี่ยวกับเอกสารที่ใช้แทนหนังสือเดินทาง<span>&nbsp; </span>สำหรับคนกัมพูชาที่จะเข้ามาทำงานตามแนวชายแดนประเทศไทย<span>&nbsp; </span>ทั้ง<span>&nbsp; </span>2<span>&nbsp; </span>ฝ่ายตกลงร่วมกันที่จะส่งร่างเอกสารที่ใช้แทนหนังสือเดินทางในปลายเดือนกันยายน<span>&nbsp; </span>2553<span>&nbsp; </span>เพื่อศึกษาข้อมูลก่อนการประชุม</span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 1.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">&nbsp;</p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[29/7/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[รมว.แรงงาน ต้อนรับผู้แทนไอแอลโอประจำประเทศไทย]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=47269]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <strong><font color="#383838">เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2553 นายเฉลิมชัย<span>&nbsp; </span>ศรีอ่อน<span>&nbsp; </span>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>ได้ต้อนรับนายจื่อหยวน หวาง ผู้อำนวยการประเทศ<span>&nbsp; </span>(Mr. Jiyuan Wang &ndash; Country Director) <span>องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งดูแล 3 ประเทศในภูมิภาคคือ ไทย ลาว และกัมพูชา</span></font></strong> <p>&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span><strong><span> </span>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน </strong>กล่าวว่า การที่ ผอ.ประเทศจากไอแอลโอ เข้าพบครั้งนี้ เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสที่ตนเข้ารับตำแหน่ง และทบทวนความสัมพันธ์ รวมทั้งกิจกรรมที่ไทยมีต่อไอแอลโอ<span>&nbsp; </span>รวมถึงมีประเด็นหารือในเรื่องแผนงานระดับชาติว่าด้วยงานที่มีคุณค่า (</span>Decent Work) <span>มาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ การพัฒนาฝีมือแรงงาน และการเคลื่อนย้ายแรงงาน<span>&nbsp; </span>รวมทั้งประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือทางวิชาการ</span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp; </span>สำหรับการเยี่ยมคารวะครั้งนี้<span>&nbsp;&nbsp; </span>นอกจากจะมีประเด็นหารือดังกล่าวแล้ว<span>&nbsp; </span>ทางผอ.ประเทศ ไอแอลโอ ยังกล่าวด้วยว่าการพัฒนาของประเทศไทยยังมีฐานะเป็นเขตเศรษฐกิจที่มีคุณค่าต่อการเรียนรู้<span>&nbsp;&nbsp; </span>และในฐานะที่ตนทำงานกับไอแอลโอ โดยเฉพาะด้านงานที่มีคุณค่ามานับยี่สิบปี เห็นว่าโลกาภิวัตน์จะมีส่วนช่วยยกระดับกับประเทศไทยได้ และพร้อมที่จะเป็นตัวแทนผู้ช่วย (</span>deputy) <span>ในการทำงานด้านพัฒนาสังคมในประเทศไทย และจากการที่ไอแอลโอมีการปรับโครงสร้าง และตนได้เป็นผอ.ประเทศที่ดูแลถึง 3 ประเทศก็มีส่วนที่จะมีการประสานงานระหว่างกระทรวงแรงงาน ไตรภาคีในประเทศไทย กับไอแอลโอได้เป็นอย่างดีในโอกาสต่อไป</span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp; &nbsp;</span>นอกจากนี้ <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน </strong>ยังได้กล่าวถึงงานด้านต่างๆ ของกระทรวงแรงงาน ว่าเป็นสิ่งที่กระทรวงแรงงานและรัฐบาลไทยให้ไว้เป็นนโยบายที่จะต้องดูแล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้แรงงานเด็กโดยไม่ถูกกฎหมาย ซึ่งได้มีการประชุมร่วมกับภาคเอกชนมาหลายครั้ง การแก้ไขกฎหมายเพื่อให้เกิดการคุ้มครอง และการพัฒนาฝีมือแรงงานก็มีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานดูแลอยู่เพื่อยกระดับฝีมือแรงงาน พร้อมกล่าวด้วยว่าแนวทาง (</span>trend) <span>การทำงานของกระทรวงแรงงานและไอแอลโอก็มีทิศทางเดียวกันที่จะให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและยินดีให้การสนับสนุนไอแอลโอไปตามทิศทางดังกล่าวอีกด้วย<span>&nbsp;&nbsp; </span></span></font></p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[29/7/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[รองปลัด ก.แรงงานเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการ ขรก.แรงงาน การกำหนดตำแหน่งเป็นระดับสูงขึ้น]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=47039]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal rteleft"><font color="#383838"><span>เมื่อวันที่ </span>2<span>2 กรกฎาคม 2553<strong> นางจิราภรณ์<span>&nbsp; </span>เกษรสุจริต<span>&nbsp; </span>รองปลัดกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp;</span></strong>เป็นประธานเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการในการกำหนดตำแหน่งเป็นระดับสูงขึ้น โครงการกำหนดสมรรถนะที่จำเป็น สำหรับข้าราชการพลเรือนสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน <span>&nbsp;</span>จัดโดยกลุ่มงานพัฒนาองค์กรและระบบงาน สำนักบริหารกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน แก่ข้าราชการพลเรือนในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงานทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมรรถนะ มีสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งประเภทบริหาร หรือสมรรถนะเฉพาะตามลักษณะงานที่ปฏิบัติที่เหมาะสมกับทุกประเภทตำแหน่ง สายงาน ระดับ</span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span></span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><font color="#383838"><strong><span><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span>รองปลัดกระทรวงแรงงาน</span></strong><span> เปิดเผยว่า การบริหารทรัพยากรบุคคลรูปแบบใหม่ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มุ่งเน้นให้ข้าราชการเป็นผู้ที่มีความรอบรู้ รู้ลึกในภารกิจหน้าที่ที่รับผิดชอบ เป็นบุคลากรที่มุ่งการเรียนรู้และค้นคว้าเพื่อนำมาพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพอย่างสม่ำเสมอ และได้กำหนดหลักการบริหารราชการไว้ 5 ประการ ได้แก่ หลักคุณธรรม หลักสมรรถนะ หลักผลงาน หลักการกระจายอำนาจและความรับผิดชอบ และหลักคุณภาพชีวิตในการทำงาน </span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span></span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span>สำหรับการจัดทำโครงการกำหนดสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งข้าราชกการพลเรือนสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน การกำหนดสมรรถนะของแต่ละสายงาน จะเกิดประโยชน์ต่อข้าราชการอย่างแท้จริง โดยมีกระบวนการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสมรรถนะให้กับข้าราชการ โดยจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ และจัดประชุมระดมสมอง </span>&ldquo;<span>เลือกสมรรถนะตามลักษณะงาน</span>&rdquo;<span> ที่เหมาะสมกับข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวนี้จะส่งผลที่เป็นประโยชน์ต่อตัวข้าราชการเองทั้งในด้านการพัฒนา และต่อองค์กรในด้านการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ในอนาคต</span></font></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[23/7/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[ก.แรงงาน แสวงแนวร่วมประชุมหารือเอกชนแก้ปัญหาขาดแรงงาน - ว่างงาน ]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=47038]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma">เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2553 <strong>นายเฉลิมชัย<span>&nbsp; </span>ศรีอ่อน<span>&nbsp; </span>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span></strong>พร้อมด้วย <strong>นายชีวเวช<span>&nbsp; </span>เวชชาชีวะ<span>&nbsp; </span>ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน </strong>ร่วมการประชุมหารือร่วมระหว่างกระทรวงแรงงานกับภาคเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน<span>&nbsp; </span>โดยมี</span><strong><span style="font-family: Tahoma">รศ.ดร.ยงยุทธ<span>&nbsp; </span>แฉล้มวงษ์ ผู้อำนวยการวิจัยการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย (</span><span style="font-family: Tahoma">TDRI)</span></strong><span style="font-family: Tahoma"> <span>นำเสนอภาพรวมความต้องการแรงงานของประเทศ ปี 2553 และมีการนำเสนอผลการสำรวจความต้องการ/ขาดแคลนแรงงานทั่วประเทศ จากสำนักเศรษฐกิจการแรงงาน (สศร.) กระทรวงแรงงาน</span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma">สำหรับหน่วยงานภาคเอกชนที่ได้ร่วมนำเสนอปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และเสนอแนะแนวทางแก้ไขได้แก่ ตัวแทนจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก กลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ กลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์<span>&nbsp; </span>และยังมีตัวแทนจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย และอื่นๆ</span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma">การประชุมเริ่มด้วยการนำเสนอความต้องการแรงงาน (ตลาดแรงงาน) ของประเทศไทย โดย<strong>รศ.ดร.ยงยุทธ<span>&nbsp; </span>แฉล้มวงษ์ ผู้อำนวยการวิจัยการพัฒนาแรงงาน ทีดีอาร์ไอ<span>&nbsp; </span></strong>ซึ่งเริ่มจากคำถามว่าเราจัดการศึกษาเพื่อการทำงานและหรือเพื่อชีวิต และนำเสนอข้อมูลว่าประเทศไทยขาดแคลนแรงงานในระดับล่างกว่ามัธยมทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพทั้งประเทศ แต่ตลาดแรงงานมีความแตกต่างกันในแต่ละกลุ่มจังหวัด และมีความไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน (</span><span style="font-family: Tahoma">D&amp;S) <span>ในแต่ละกลุ่มจังหวัด<span>&nbsp; </span>โดยสรุปแล้วประเทศไทยขาดแคลนกำลังคนเชิงคุณภาพ ซึ่งจากข้อมูลสำรวจความต้องการแรงงานของสถานประกอบกิจการ ปี 2551 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (2552) พบว่าระดับคุณภาพแรงงาน (</span>Core Competency) <span>ในสถานประกอบกิจการ </span>&ndash; (<span>เฉพาะ)กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย เทียบกับทั่วราชอาณาจักรในด้านต่างๆ พบว่า ความรู้พื้นฐานในตำแหน่งงานที่ทำ ปานกลาง/ปานกลาง (กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย/ทั่วราชอาณาจักร) ความรู้ด้านฝีมือแรงงาน ปานกลาง/ปานกลาง ความรู้ด้านภาษาต่างประเทศ น้อย/ค่อนข้างน้อย<span>&nbsp; </span>ความรู้คอมพิวเตอร์ ปานกลาง/ค่อนข้างน้อย<span>&nbsp; </span>ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปานกลาง/ปานกลาง<span>&nbsp; </span>ความขยันและอดทน มาก/ค่อนข้างมาก<span>&nbsp; </span>ความสามารถในการแก้ปัญหา ปานกลาง/ปานกลาง<span>&nbsp; </span>และความมีระเบียบวินัยในการทำงาน (</span>order and discipline on operation) <span>มาก/ค่อนข้างมาก</span></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma">ในส่วนของเงินเดือนเฉลี่ยของลูกจ้างเอกชนเปรียบเทียบกับประเทศ ปี 2552 ของสำนักงานสถิติ นั้นผอ.ทีดีอาร์ไอ กล่าวโดยสรุปว่า ผู้เป็นลูกจ้าง<span>&nbsp;</span></span><strong><span style="font-family: Tahoma"><span> </span></span><span style="font-family: Tahoma">&ldquo;<span>ไม่มีอนาคต</span>&rdquo;<span>&nbsp;</span></span></strong><span style="font-family: Tahoma"><span> </span><span>เนื่องจากลูกจ้างตั้งแต่ระดับประถมศึกษา </span>&ndash; <span>ปริญญาตรี<span>&nbsp; </span>จะมีค่าเฉลี่ยการขึ้นเงินเดือนตลอดชีวิตการทำงานอยู่ที่ประมาณ<span>&nbsp; </span>0.4 </span>&ndash; <span>10 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น กล่าวคือจะเห็นว่าผู้อยู่ในระดับประถมศึกษาจะมีการขึ้นเงินเดือนตลอดอายุการทำงานของคนๆ หนึ่งอยู่ที่ประมาณ 0.4 เปอร์เซ็นต์ หรือไม่เกินเดือนละห้าพันกว่าบาท ซึ่งเฉลี่ยแล้วต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ จึงไม่ชักจูงให้รักษากำลังคนเหล่านี้ไว้ในสายงานการผลิตของอุตสาหกรรมได้ จึงต้องเกิดภาวะขาดแคลนแรงงานขึ้น</span></span></p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[23/7/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[ปลัดกระทรวงแรงงาน พบผู้ประกอบการแรงงานไทยวอนใช้ประโยชน์จากการค้าเสรี]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=47040]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <strong><font face="Tahoma" color="#383838">&nbsp;นายสมชาย<span>&nbsp; </span>ชุ่มรัตน์<span>&nbsp; </span>ปลัดกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>พบผู้ประกอบการและแรงงานไทย<span>&nbsp; </span>ขอให้ใช้ประโยชน์ของความตกลงการค้าเสรีที่มีผลบังคับใช้แล้วในปัจจุบัน รวมถึงการมีส่วนร่วมในประเด็น<span>&nbsp;&nbsp; </span>ที่อยู่ระหว่างการเจรจา คาดหวัง &quot;สังคมรับรู้ เข้าใจ ยอมรับกลไกตลาดในกระแสโลกาภิวัตน์ที่เปลี่ยนแปลง&quot; </font></strong><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma"><font color="#383838"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; </span><span>วันนี้ (</span>23<span> กรกฎาคม </span>2553) <strong><span>นายสมชาย<span>&nbsp; </span>ชุ่มรัตน์<span>&nbsp; </span>ปลัดกระทรวงแรงงาน</span></strong><span> กล่าวเปิดสัมมนา ในโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการและแรงงานไทยได้ใช้ประโยชน์จากความตกลงเขตการค้าเสรีที่มีผลบังคับใช้แล้วแก่หน่วยงานภาครัฐ<span>&nbsp; </span>เอกชน<span>&nbsp; </span>และองค์การวิชาชีพ<span>&nbsp; </span>สถาบันการศึกษา<span>&nbsp; </span>รวมประมาณ </span>50<span> หน่วยงาน<span>&nbsp; </span></span>7<span> สาขาวิชาชีพ ที่มีความสนใจในสิทธิที่ควรรับรู้เกี่ยวกับความตกลงเขตการค้าเสรีที่มีผลบังคับใช้ในปัจจุบัน ซึ่งมี </span>10<span> กรอบความตกลง<span>&nbsp; </span>สำหรับที่เกี่ยวข้องกับบริบทการค้าบริการ (</span>Trade in Services) <span>และที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงแรงงานมีเพียง </span>7<span> กรอบ<span>&nbsp; </span>คาดว่าจะมีการทบทวนเพื่อหารือในอนาคตของประเด็นการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา (</span>Movement of Natural Person) <span>ในกรอบอื่น ๆ ด้วย โดยยกตัวอย่างคำกล่าวของ นายโคฟี<span>&nbsp; </span>อันนัน<span>&nbsp; </span>อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ ที่กล่าวว่า<span>&nbsp; </span></span><strong>&ldquo;<span>ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอันหนึ่งอันใดที่สามารถทำการสนับสนุนที่ยิ่งใหญ่กว่า<span>&nbsp; </span>เพื่อขจัดความยากจนมากกว่าการเปิดตลาดอย่างเต็มรูปแบบของประเทศที่มั่งคั่งให้กับสินค้าที่ผลิตโดยประเทศที่ยากจน</span>&rdquo;</strong><span>&nbsp; </span><span>ในส่วนตัวมีความเข้าใจว่ากลไกตลาดในกระแสโลกาภิวัตน์<span>&nbsp; </span>มีความสำคัญกับความเปลี่ยนแปลงของโลก<span>&nbsp; </span>เมื่อผู้บริโภคมีความต้องการหลากหลายมากขึ้น ทำให้นวัตกรรมที่ใช้แนวคิดเพื่อการติดตามการเคลื่อนไหวของปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ เช่น ทุน ที่ดิน และแรงงาน มีไม่เพียงพอ ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า ยุคนี้หากไม่กล่าวถึงการเพิ่ม ผลิตภาพแรงงานเพื่อการเพิ่มผลผลิตนั้นดูเหมือนจะเชย เพราะคำทั้งสองมีความหมายต่อการวัดการเจริญเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวัดผลิตภาพแรงงาน เชิงมูลค่าเพิ่ม (</span>Value Added for Labour Productivity) <span>เพื่อเอื้อต่อการค้า<span>&nbsp; </span>การลงทุนสำหรับประเทศที่ต้องการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวและยั่งยืน<span>&nbsp; </span>กระทรวงแรงงานซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไข<span>&nbsp; </span>รักษา และส่งเสริม<span>&nbsp; </span>ตลอดจนการขยายโอกาสของแรงงานไทยในการเพิ่มคุณภาพชีวิตของแรงงานในหลายรูปแบบ<span>&nbsp; </span>นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือและสนับสนุนอย่างดีจากนายจ้าง<span>&nbsp; </span>ลูกจ้าง กระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>ซึ่งมีความตั้งใจที่จะก้าวสู่ความเป็นเลิศด้านการพัฒนาแรงงานให้ควบคู่กับการเปลี่ยนแปลงกลไกของโลกการค้าเสรี ถึงแม้ว่าการเดินทางยังอีกยาวไกลแต่การเริ่มต้นเกิดขึ้นจากก้าวแรกเสมอ </span></font></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma"><font color="#383838"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp; </span><span>ทั้งนี้ หวังว่าผู้ประกอบการและแรงงานไทยจะได้รับความรู้และค้นพบสิ่งที่เป็นจริงในปัจจุบันและประมวลความรู้<span>&nbsp; </span>ความเข้าใจด้วยการสร้างภูมิคุ้มกันตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และน้อมรับการพัฒนาปรับปรุงและปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่องเพื่อความยั่งยืน นายสมชายฯ กล่าวในตอนท้าย<span>&nbsp; </span></span></font></span></p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[23/7/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[ก.แรงงาน ขอความร่วมมือ บริษัทส่งแรงงานไปต่างประเทศไม่เรียกเก็บค่าบริการเกินตามที่กฎหมายกำหนด]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=47041]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <p><strong><font color="#383838">&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อส่งเสริมและพัฒนาระบบการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ<span>&nbsp; </span>โดยขอความร่วมมือจากบริษัทจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศกว่า 50 บริษัท ในการไม่เรียกเก็บค่าบริการเกินตามที่กฎหมายกำหนด ณ โรงแรมปัตตาเวีย รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์<span>&nbsp; </span></font></strong></p><strong><font color="#383838"><span><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><font color="#383838"><strong><span style="font-family: Tahoma">นายเฉลิมชัย<span>&nbsp; </span>ศรีอ่อน<span>&nbsp; </span>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</span></strong><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp; </span>กล่าวว่า<span>&nbsp; </span>การจัดประชุมในครั้งนี้เป็นการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงการลดขั้นตอนการจัดส่งแรงงานไทยไปต่างประเทศ<span>&nbsp; </span>เพื่อให้มีความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น<span>&nbsp; </span>รวมถึงขอความร่วมมือจากบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตให้จัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ<span>&nbsp; </span>โดยไม่เรียกเก็บค่าบริการจัดส่งแรงงานไทยไปต่างประเทศเกินตามที่กฎหมายกำหนด<span>&nbsp; </span>เนื่องจากประเทศไทยถูกจับตามองเรื่องของการเรียกเก็บค่าบริการที่สูงเกินจริงจนอาจเข้าข่ายการค้ามนุษย์<span>&nbsp; </span>และการแก้ปัญหาต้องยึดประโยชน์ของผู้ใช้แรงงานเป็นหลัก<span>&nbsp; </span>บริษัทจัดหางานต้องอยู่ได้และไม่หวังแต่กำไร<span>&nbsp; </span>กระทรวงแรงงานก็สามารถตอบโจทย์สังคมในเรื่องนี้ได้<span>&nbsp; </span>อีกทั้งเชื่อว่าหากบริษัทที่ได้รับการจัดส่งแรงงานไทยไปต่างประเทศมีกรอบหรืออัตราการเก็บค่าบริการและการดูแลคุ้มครองแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในต่างประเทศ<span>&nbsp; </span>บริษัทจัดหางานเถื่อนหรือสายนายหน้าเถื่อนก็จะไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับประเทศได้</span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span style="font-family: Tahoma">นโยบายที่สำคัญของกระทรวงแรงงานในการกำหนดทิศทางการแก้ไขปัญหาการหลอกลวงแรงงานไทย<span>&nbsp; </span>การเรียกเก็บค่าบริการที่สูงเกินจริง<span>&nbsp; </span>คือ การหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ<span>&nbsp; </span>จัดศูนย์ทะเบียนคนหางานที่ครบวงจร<span>&nbsp; </span>เพื่อลดช่องทางการล่อลวงแรงงานไทยของสายนายหน้าเถื่อน<span>&nbsp; </span>และการขยายตลาดแรงงานไทยในต่างประเทศโดยระบบรัฐต่อรัฐ<span>&nbsp; </span>รัฐกับเอกชน<span>&nbsp; </span>รวมถึงบริษัทจัดหางานต้องเข้าสู่ระบบที่ถูกต้อง ซึ่งในอนาคตกระทรวงแรงงานจะได้หารือกับกระทรวงการคลังในการหาธนาคารที่จะเข้าร่วมโครงการนำสัญญาจ้างมาเป็นหลักฐานการค้ำประกันเงินกู้ให้กับคนหางาน<span>&nbsp; </span>เพื่อช่วยเหลือคนหางานที่ต้องการไปทำงานในต่างประเทศที่ไม่มีโฉนดมาค้ำประกัน</span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><font color="#383838"><strong><span style="font-family: Tahoma">นายเกริกศักดิ์<span>&nbsp; </span>ศักดิ์บดินทร์<span>&nbsp; </span>นายกสมาคมการจัดหางานไปต่างประเทศ</span></strong><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp; </span>กล่าวว่า<span>&nbsp; </span>ปัญหาการเก็บค่าบริการจัดส่งที่สูงเกินจริงที่ผ่านมาเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนน้อย<span>&nbsp; </span>ซึ่งความจริงแล้วกระทรวงแรงงานมีระเบียบอัตราค่าบริการจัดส่งและบทลงโทษผู้กระทำความผิดอยู่แล้ว<span>&nbsp; </span>และที่ผ่านมาภาครัฐไม่ได้เอาจริงเอาจังกับการลงโทษที่มีอัตราโทษสูงสุดคือจำคุก 10 ปี ของผู้เรียกเก็บค่าบริการเกินจริง<span>&nbsp; </span>ซึ่งในเรื่องนี้ต้องการให้รัฐเอาจริงเอาจังกับกฎหมายที่มีอยู่<span>&nbsp; </span>และเชื่อว่าการที่จะมีศูนย์ข้อมูลแรงงานก็จะสามารถช่วยแก้ปัญหาการจัดส่งคนงาน<span>&nbsp; </span>รวมถึงสายนายหน้า<span>&nbsp; </span>ซึ่งขณะนี้ประเทศที่มีปัญหา คือ ไต้หวัน อิสราเอล เนื่องจากการทำงานเป็นการซื้อตำแหน่งมาขายต่อทำให้มีค่าบริการที่เพิ่มสูงขึ้น</span></font></p></span></font></strong>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[23/7/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[ก.แรงงาน MOU กทม. จัดส่งผู้ดูแลผู้สูงอายุไปทำงาน ณ ราชอาณาจักรสวีเดน]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=46875]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <p><strong><font color="#383838"><span>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการจัดส่งผู้ดูแลผู้สูงอายุไปทำงาน<span>&nbsp; </span>ณ<span>&nbsp; </span>ราชอาณาจักรสวีเดน<span>&nbsp; </span>กับกรุงเทพมหานคร<span>&nbsp; </span>เบื้องต้นจัดส่งแรงงานไทยไปดูแลผู้สูงอายุรอบแรกประมาณ<span>&nbsp; </span></span>60<span> ราย จากความต้องการทั้งหมด<span>&nbsp; </span></span>10,000<span> ราย<span>&nbsp; </span>พร้อมเชื่อมั่นว่าแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานจะได้รับการตอบรับจากนายจ้างสวีเดนอย่างดี</span></font></strong></p><strong><font color="#383838"><span><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"><strong><font color="#383838"><span>นายเฉลิมชัย<span>&nbsp; </span>ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span></span></font></strong><font color="#383838"><span>กล่าวว่า<span>&nbsp; </span>โครงการนำร่องความร่วมมือฯ<span>&nbsp; </span>ที่ริเริ่มโดยสภากรุงเทพมหานครและสภาเทศบาลรากุนด้า เพื่อสนับสนุนให้แรงงานไทยได้มีโอกาสเดินทางไปทำงานในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น<span>&nbsp; </span>ทำให้ครอบครัวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และเป็นการนำรายได้เข้าสู่ประเทศ<span>&nbsp; </span>กระทรวงแรงงานได้ดำเนินนโยบายส่งเสริมแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศ<span>&nbsp; </span>และให้ความสำคัญกับการคุ้มครองแรงงาน<span>&nbsp; </span>การรักษาสิทธิประโยชน์สวัสดิการต่างๆ<span>&nbsp; </span>ของแรงงานไทย<span>&nbsp; </span>รวมถึงมีแนวทางที่จะลดค่าใช้จ่ายรายหัวให้แก่แรงงานไทยที่ต้องการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ<span>&nbsp; </span>ซึ่งการลงนามในครั้งนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสให้แรงงานไทยมีทางเลือกในการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการบริการจัดหางาน รวมถึงมีการฝึกอบรมเตรียมความพร้อมด้านทักษะฝีมือและภาษาก่อนเดินทางไปทำงาน<span>&nbsp; </span>ซึ่งโดยพื้นฐานของคนไทยจะได้เปรียบคนชาติอื่นในเรื่องของความอ่อนโยน ความมีน้ำใจ<span>&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span>ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่<span>&nbsp; </span>นอกเหนือจากความขยัน<span>&nbsp; </span>ความอดทนต่อการทำงานหนัก<span>&nbsp; </span>ดังนั้นการส่งเสริมให้แรงงานไทยให้มีโอกาสไปดูแลผู้สูงอายุที่ประเทศสวีเดนจะมีประโยชน์ต่อนายจ้างที่จะได้ผู้ช่วยงานที่ต้องตามความต้องการ<span>&nbsp; </span>ในส่วนของแรงงานไทยที่ไปทำงานก็จะได้รับค่าจ้างค่าแรงที่เป็นธรรม<span>&nbsp; </span>มีสวัสดิการและมีคุณภาพชีวิตที่ดี<span>&nbsp; </span>โดยแรงงานไทยที่จะเดินทางไปทำงานเป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุที่สวีเดนจะมีรายได้หลังหักภาษีต่อเดือนประมาณ<span>&nbsp; </span></span>50,000<span>&nbsp; </span>-<span>&nbsp; </span>60,000<span><span>&nbsp; </span>บาท<span>&nbsp; </span>เบื้องต้นจะมีการส่งแรงงานไทยไปดูแลผู้สูงอายุรอบแรกก่อนประมาณ<span>&nbsp; </span></span>60<span><span>&nbsp; </span>ราย<span>&nbsp; </span>จากความต้องการทั้งหมด<span>&nbsp; </span></span>10,000<span> ราย<span>&nbsp; </span>ซึ่งเชื่อมั่นว่าแรงงานไทยที่จะเดินทางไปทำงานจะได้รับการตอบรับจากนายจ้างสวีเดนอย่างดี</span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"><strong><font color="#383838"><span>ม.ร.ว.สุขุมพันธ์<span>&nbsp; </span>บริพัตร<span>&nbsp; </span>ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร<span>&nbsp; </span></span></font></strong><font color="#383838"><span>กล่าวว่า<span>&nbsp; </span>การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการจัดส่งผู้ดูแลผู้สูงอายุไปทำงาน<span>&nbsp; </span>ณ<span>&nbsp; </span>ราชอาณาจักรสวีเดน<span>&nbsp; </span>ระหว่างกรุงเทพมหานคร<span>&nbsp; </span>กับกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>เป็นผลสืบเนื่องจากการลงนามบันทึกความเข้าใจการสนับสนุนแรงงานไทยไปทำงานที่สวีเดนในฐานะผู้ดูแลผู้สูงอายุ<span>&nbsp; </span>ของสภากรุงเทพมหานคร<span>&nbsp; </span>และสภาเทศบาลรากุนด้า<span>&nbsp; </span>เมื่อวันที่<span>&nbsp; </span></span>29<span> มิถุนายน </span>2553<span> ที่ผ่านมา<span>&nbsp; </span>ถือเป็นสิ่งบ่งชี้อย่างชัดเจนขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่นมีความริเริ่มในการดำเนินการถึงผลประโยชน์ของผู้ที่ต้องการไปทำงานต่างประเทศ รวมถึงต้องขอขอบคุณกระทรวงแรงงานที่ให้ความร่วมมือในการทำหน้าที่โดยตรงในการจัดส่งแรงงานไปทำงานในต่างประเทศ</span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span>ทั้งนี้การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการจัดส่งผู้ดูแลผู้สูงอายุไปทำงาน<span>&nbsp; </span>ณ<span>&nbsp; </span>ราชอาณาจักรสวีเดน<span>&nbsp; </span>ระหว่างกระทรวงแรงงานกับกรุงเทพมหานคร<span>&nbsp; </span>เกิดขึ้นจากการที่สภากรุงเทพมหานครได้สถาปนาความสัมพันธ์สภาบ้านพี่เมืองน้องกับสภาเทศบาลรากุนด้า<span>&nbsp; </span>ราชอาณาจักรสวีเดน<span>&nbsp; </span>ตั้งแต่ </span>1<span>&nbsp; </span><span>พฤศจิกายน<span>&nbsp; </span></span>2552 <span>เป็นต้นมา ทั้งสองสภาได้มีการเดินทางมาเยือนซึ่งกันและกัน<span>&nbsp; </span>เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความร่วมมือด้านต่างๆ<span>&nbsp; </span>รวมถึงจัดโครงการแลกเปลี่ยนเยาวชนของทั้งสองเมืองอย่างต่อเนื่อง<span>&nbsp; </span>และจากการหารือเรื่องปัญหาผู้สูงอายุในสวีเดนที่ขาดบุคลากรดูแลเป็นจำนวนมาก<span>&nbsp; </span>จึงนำไปสู่ความร่วมมือด้านการสนับสนุนแรงงานไทยไปทำงานที่สวีเดนในฐานะผู้ดูแลผู้สูงอายุ โดยทั้งสองสภาฯ ได้ทำบันทึกความเข้าใจ<span>&nbsp; </span>(</span>MOU) <span>เมื่อวันที่ </span>29<span>&nbsp; </span><span>มิถุนายน<span>&nbsp; </span></span>2553 <span>ที่ผ่านมา</span></font></p></span></font></strong>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[19/7/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[รมว.แรงงานเดินสาย ปลดล็อค" ค่าหัวแรงงาน ปลุกจิตสำนึกอาสาสมัครแรงงาน พร้อมขยายสิทธิสู่แรงงานนอกระบบตาม ม.40]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=46874]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"><strong><font color="#383838"><span>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>เดินหน้าลดค่าหัวแรงงานนำโครงการคลายทุกข์ สร้างสุข สร้างความรู้ให้ผู้ประสงค์ทำงานเมืองนอกและผู้เกี่ยวข้อง เปิดการสัมมนาพี่เลี้ยง/อาสาสมัครแรงงาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ<span>&nbsp; </span>สร้างเครือข่ายประกันสังคมสู่แรงงานนอกระบบตาม มาตรา 40 </span></font></strong></p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span>ในวันที่&nbsp;21 กรกฎาคม 2553 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี <strong>นายเฉลิมชัย<span>&nbsp; </span>ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน </strong>เปิดโครงการคลายทุกข์ สร้างสุข โดยกล่าวว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่กระทรวงแรงงงานโดยกรมการจัดหางานจัดขึ้น เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ให้เท่าทันกลวิธีในการหลอกลวง และสร้างเครือข่ายการเฝ้าระวัง ร่วมกับราชการส่วนท้องถิ่น โดยนโยบายของตนนั้นได้ให้ความจริงจังกับการลดค่าใช้จ่ายในการไปทำงานต่างประเทศให้ลดลงให้ได้ เพื่อให้แรงงานไม่ต้องยากลำบากในการหาค่าใช้จ่ายที่เกินปกติสำหรับการไปทำงานต่างประเทศ</span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span>นอกจากนี้ในภาคบ่ายที่ โรงแรมเซ็นทารา แอนด์ คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์อุดรธานี นายเฉลิมชัยฯ จะได้เป็นประธานในการเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการพี่เลี้ยงและอาสาสมัครแรงงาน และ โครงการพัฒนาเครือข่ายประกันสังคมสู่แรงงานนอกระบบมาตรา 40 โดยจะมีการบรรยายพิเศษเรื่อง </span><strong>&ldquo;<span>นโยบายการพัฒนาประกันสังคมสู่แรงงานนอกระบบโดยเครือข่ายด้านแรงงาน</span>&rdquo;</strong> <span>โดยการจัดประชุมสัมมนาเป็นการบูรณาการงานของกระทรวงแรงงาน นำภารกิจและบริการด้านแรงงานไปสู่ประชาชนในพื้นที่/ชุมชนได้อย่างครอบคลุมทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ โดยผ่านเครือข่ายด้านแรงงานทั้งภาครัฐ เอกชน<span>&nbsp; </span>องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและอาสาสมัครแรงงานของกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span></span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span>สำหรับอาสาสมัครแรงงานจะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ<span>&nbsp; </span>ของกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>ในการช่วยสำรวจ<span>&nbsp; </span>จัดเก็บข้อมูลด้านแรงงานในพื้นที่เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการกำหนดนโยบายและแผน<span>&nbsp; </span>ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารด้านแรงงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานลงสู่พื้นที่ โดยส่งเสริมให้ประชาชนสามารถหางานทำ<span>&nbsp; </span>มีความรู้ ความเข้าใจในการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ ให้ได้รับทราบถึงกลวิธีการหลอกลวงของกลุ่มผู้หลอกลวงคนหางาน<span>&nbsp; </span>และสร้างแนวร่วมของทางราชการเพื่อคลายทุกข์ให้กับแรงงานไทยถึงบ้าน<span>&nbsp; </span>รวมทั้งได้รับการพัฒนาทักษะและยกระดับฝีมือแรงงาน ด้านต่าง ๆ เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น<span>&nbsp; </span>มีความรู้ด้านการคุ้มครองแรงงาน<span>&nbsp; </span>ความปลอดภัย<span>&nbsp; </span>อาชีวอนามัย<span>&nbsp; </span>สภาพแวดล้อมในการทำงาน<span>&nbsp; </span>รวมถึงด้านการประกันสังคม เพื่อให้มีหลักประกันการดำรงชีวิตที่มั่นคง<span>&nbsp; </span>โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบที่มีอยู่<span>&nbsp; </span>24.1 ล้านคน<span>&nbsp; </span>หรือร้อยละ<span>&nbsp; </span>63.7 ของกำลังแรงงานของประเทศ<span>&nbsp; </span>ในการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2553 ซึ่งมีการปรับปรุงสิทธิประกันสังคมแก่แรงงานนอกระบบ<span>&nbsp; </span>ให้ได้รับการคุ้มครองประกันสังคมตามกฎหมายประกันสังคม<span>&nbsp; </span>มาตรา 40 <strong>จากเดิมได้รับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์เพียง 3<span>&nbsp; </span>กรณี<span>&nbsp; </span>คือ<span>&nbsp; </span>คลอดบุตร<span>&nbsp; </span>ทุพพลภาพ<span>&nbsp; </span>และตาย<span>&nbsp; </span>เป็น<span>&nbsp; </span>5 กรณี คือ ได้รับค่าชดเชย<span>&nbsp; </span>เมื่อต้องเจ็บป่วยนอนโรงพยาบาล<span>&nbsp; </span>ได้รับค่าคลอดบุตร<span>&nbsp; </span>ได้รับเงินชดเชยรายเดือนเมื่อทุพพลภาพ<span>&nbsp; </span>ได้รับค่าทำศพเมื่อเสียชีวิต<span>&nbsp; </span>และมีเงินออมรายเดือน</strong><span>&nbsp; </span></span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span>ทั้งนี้ การจัดและสัมมนาเชิงปฏิบัติการพี่เ</span></font><font color="#383838"><span>ลี้ยง/อาสาสมัครแรงงาน<span>&nbsp; </span>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ<span>&nbsp; </span>และโครงการพัฒนาเครือข่ายประกันสังคมสู่แรงงานนอกระบบ<span>&nbsp; </span>มาตรา 40<span>&nbsp; </span>มีผู้เข้าร่วมการสัมมนาประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>อาสาสมัครแรงงานจังหวัดอุดรธานี แกนนำอาสาสมัครแรงงานจังหวัดหนองบัวลำภูและจังหวัดหนองคาย<span>&nbsp; </span>แรงงานนอกระบบ<span>&nbsp; </span>ผู้ประกอบอาชีพอิสระ<span>&nbsp; </span>นายกองค์การบริหารส่วนตำบล<span>&nbsp; </span>(อบต.)<span>&nbsp; </span>จังหวัดอุดรธานี<span>&nbsp; </span>ประมาณ<span>&nbsp; </span>500<span>&nbsp; </span>คน เพื่อเดินหน้าผลักดันยุทธศาสตร์การพัฒนาอาสาสมัครแรงงาน เพื่อให้พี่น้องแรงงานไทยทั่วประเทศ ได้รับบริการและสิทธิประโยชน์จากภาครัฐอย่างทั่วถึง สมดังเป้าหมายที่ว่า </span><strong>&ldquo;<u><span>การสร้างความผาสุก ความพึงพอใจ และคุณภาพชีวิตที่ดี</span></u>&rdquo;<span>&nbsp; </span></strong></font></p><p>&nbsp;</p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[19/7/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[ก.แรงงาน รุก แผน เป้าหมาย เคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือเสรี]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=46873]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <strong><font color="#383838">&nbsp;นางจิราภรณ์<span>&nbsp; </span>เกษรสุจริต<span>&nbsp; </span>รองปลัดกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณากำหนดกรอบยกร่างแผนรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือเสรี ตามกรอบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community-AEC) <span>วันที่ 19 กรกฎาคม 2553 ณ ห้องประชุมสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน <span>&nbsp;</span>เพื่อการเคลื่อนย้ายนักวิชาชีพ / แรงงานเชี่ยวชาญ <span>&nbsp;&nbsp;</span>ผู้มีความสามารถพิเศษของอาเซียน <span>&nbsp;</span>ภายใต้ข้อตกลง</span> (ASEAN Mutual Recognition Arrangement<span>-</span>MRA)<span> ใน 7 สาขา คือ แพทย์<span>&nbsp; </span>ทันตแพทย์<span>&nbsp; </span>พยาบาล<span>&nbsp; </span>วิศวกรรม<span>&nbsp; </span>สถาปัตยกรรม<span>&nbsp; </span>นักสำรวจ<span>&nbsp; </span>และนักบัญชี</span></font></strong> <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify; tab-stops: 72.0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify; tab-stops: 72.0pt" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span><strong>นางจิราภรณ์<span>&nbsp; </span>เกษรสุจริต<span>&nbsp; </span>รองปลัดกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span></strong>ประธานคณะทำงานเพื่อดำเนินการจัดทำแผนรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือเสรีตามกรอบ </span>ASEAN Economic Community-AEC<span> กล่าวว่า จากการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 40 เมื่อวันที่ 25-29 สิงหาคม 2551 ณ ประเทศสิงคโปร์ ได้มีการพิจารณาในประเด็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและมีการลงนามข้อตกลงร่วมกันใน 3 สาขาวิชาชีพ ได้แก่ แพทย์<span>&nbsp; </span>ทันตแพทย์<span>&nbsp; </span>และนักบัญชี<span>&nbsp; </span>ประเทศไทยในฐานะที่อยู่ภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเตรียมความพร้อมในการจัดทำแผนรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือเสรีตามกรอบ </span>ASEAN Economic Community<span> </span>(AEC)<span> ในปี 2015 ซึ่งได้มีการจัดทำร่างแผนรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือเสรีดังกล่าวแล้ว ประกอบด้วย <strong>1)</strong> การส่งเสริมการเคลื่อนย้ายผู้ประกอบวิชาชีพของไทยไปทำงานในอนุภาคอาเซียน<span>&nbsp;&nbsp;</span><strong><span> </span>2)</strong> การทบทวนกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และ <strong>3) </strong>การลดผลกระทบที่จะเกิดจากการเคลื่อนย้ายผู้ประกอบวิชาชีพของไทย<span>&nbsp; </span>โดยขั้นตอนการจัดทำแผนรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือฯ จะจัดให้มีการเสวนาโดยเชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ/เอกชน และผู้แทนของผู้ประกอบอาชีพทั้ง&nbsp;<span>&nbsp;</span>7 สาขาประมาณ 150 คน ร่วมกันพิจารณาให้ความเห็นในขั้นตอนสุดท้ายเพื่อให้ครอบคลุมแผน และสนองตอบความต้องการของผู้เกี่ยวข้อง <span>&nbsp;</span>ทั้งนี้ ได้ตั้งเป้าเบื้องต้นว่าจะจัดเสวนาเป็นเวลา 1 วัน ในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนสิงหาคม 2553<span>&nbsp;&nbsp;</span><span>&nbsp;</span></span></font></p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[19/7/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[ปิดฉากประชุมทุนมนุษย์ลงอย่างงดงาม ปลัด ก.แรงงานกล่าวชื่นชม-ฝากความหวังต่อที่ประชุม]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=46812]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <strong>เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2553 นายสมชาย&nbsp; ชุ่มรัตน์&nbsp; ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานปิดการประชุมวิชาการนานาชาติในการสร้างศักยภาพของทุนมนุษย์และการเพิ่มผลิตภาพแรงงานอย่างเป็นระบบให้สอดรับกับแนวโน้มเศรษฐกิจยุคใหม่ (International Conference on&nbsp; Mega-Trend in Human Capital and Labour Productivity towards Global Integration) ณ ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ (United Nations Conference Centre, BKK) ซึ่งจัดโดยกระทรวงแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และกระทรวงอุตสาหกรรม</strong> <p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span><strong><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span>ปลัดกระทรวงแรงงาน </strong></span><span style="font-family: Tahoma">กล่าวว่า การพัฒนาศักยภาพมนุษย์ ทุนมนุษย์ และการปรับปรุงผลิตภาพของประเทศ เป็นสิ่งสำคัญ และการประชุมที่ผ่านมาสองวันระหว่างวันที่ 15-16 กรกฎาคม 2553 ปรากฏชัดถึงความสนใจให้ความร่วมมือจากการลงทะเบียนเกินความคาดหมาย ซึ่งทุกท่านได้ให้ความใส่ใจกับการยกระดับคุณภาพกำลังแรงงาน ผลิตภาพแรงงานของประเทศทั้งในด้านเศรษฐกิจ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และภาคบริการโดยรวม</span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span style="font-family: Tahoma"></span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span>ทั้งนี้ สิ่งที่กล่าวมานับว่าเป็นนัยสำคัญที่ผู้อยู่ในกำลังแรงงานทุกๆ ด้านตระหนักถึงความสำคัญในการให้โอกาสผู้ด้อยโอกาสที่ไม่อาจสามารถเข้าถึงการปรับปรุงและพัฒนาตนเองได้อย่างสะดวก<span>&nbsp; </span>ซึ่งแท้จริงแล้วถือเป็นหลักมนุษยธรรมที่รัฐบาลต่างๆ จะต้องให้สิทธิในการแสวงหาความรู้และการอาชีพแก่ประชากร และทุกประเทศก็มีหลักการเดียวกันนี้</span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span style="font-family: Tahoma">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ การแสดงความคิดเห็น การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของวิทยากรกว่า 60 ท่าน ที่ให้เกียรติร่วมในงานนี้ ถือเป็นปรากฏการณ์สำคัญเพราะมีการรวมนักคิด นักปรัชญา ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญมาไว้ในที่เดียวกันจำนวนมาก โดยแบ่งกลุ่มกันไป อีกทั้งยังถือเป็นวาระของโลก มีประเด็นต่างๆ ที่บรรจุไว้อาทิ การพัฒนาเพื่อรองรับสิ่งแวดล้อม การพัฒนาที่ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกยุคปัจจุบัน ผลกระทบต่อการพัฒนาสำหรับการรับรู้ตามความเป็นไปในเวทีโลกที่ให้ความสนใจร่วมกัน นับว่ายังประโยชน์ต่อการนำไปปรับใช้ในแผนกลยุทธ์ของหน่วยงานได้ ด้วยการสังเคราะห์</span><span style="font-family: Tahoma"> (synthesis)<span> ประมวลผล แล้วจัดพิมพ์องค์ความรู้ทั้งหมดนำเสนอรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องต่อไป</span></span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span style="font-family: Tahoma">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สุดท้าย <strong>ปลัดกระทรวงแรงงาน</strong> กล่าวว่า สิ่งสำคัญในการจัดงานก็คือผู้ที่ให้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการ </span><span style="font-family: Tahoma">(official sponsor)<span> ผู้ให้ความช่วยเหลือ อำนวยความสะดวก ผู้ประสานงาน ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ ในการบูรณาการและพัฒนาเป็นกรอบแนวทางไว้ดำเนินการต่อไป</span></span></font></p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[18/7/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[รมว.แรงงานไทยพร้อมรมช.ต่างประเทศพม่า ร่วมประชุมพิสูจน์สัญชาติ]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=46741]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <strong><font color="#383838"><span style="font-family: Tahoma">ระหว่างวันที่ 14-15 กรกฎาคม 2553 นายเฉลิมชัย<span>&nbsp; </span>ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายสมชาย<span>&nbsp; </span>ชุ่มรัตน์ <span>&nbsp;</span>ปลัดกระทรวงแรงงาน ร่วมในการเปิดการประชุมร่วมไทย-พม่า เรื่อง การพิสูจน์สัญชาติและการนำเข้าแรงงานพม่า </span><span style="font-family: Tahoma">(Thailand-Myanmar Meeting the Nationality Vertification and the Dispatching of Fresh Myanmars Workers) <span>ณ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนาย</span></span><span style="font-family: Tahoma"><span>หม่อง มิ้นท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหภาพพม่า </span>(H.E.Mr Maung Myint &ndash; Deputy Minister, Ministry of Foreign Affairs)<span> และผู้ที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ</span></span></font></strong> <p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><font color="#383838"><strong><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp; </span></span></strong><span style="font-family: Tahoma">โดยในวันที่ 14 กรกฎาคม 2553 <strong>รมว.แรงงานไทย และรมช.กระทรวงการต่างประเทศสหภาพพม่า </strong>ได้เดินทางไปเยี่ยมชมยังศูนย์ประสานการพิสูจน์สัญชาติและออกหนังสือเดินทางไทย-พม่า จังหวัดระนอง ที่เป็นการเอื้ออำนวยความสะดวกให้แรงงานพม่า และเป็นลักษณะทำงานร่วมกันเบ็ดเสร็จในที่เดียว </span><span style="font-family: Tahoma">(one stop service)<span> เป็นการเพิ่มความสะดวกและรวดเร็ว โดยประสานเจ้าหน้าที่ของสหภาพพม่าย้ายฐานการพิสูจน์สัญชาติจากเมืองเกาะสอง สหภาพพม่า มายังจังหวัดระนอง ตามคำร้องขอของฝ่ายไทย เนื่องจากเห็นว่าในช่วงนี้เป็นช่วงฤดูมรสุม เกรงจะเกิดความไม่สะดวกที่จะให้แรงงานพม่าข้ามไปพิสูจน์สัญชาติที่เมืองเกาะสอง โดยเป็นผลสืบเนื่องข้อตกลงจากการประชุมร่วมไทย-พม่า ครั้งที่ 8 ที่เมืองพุกาม เมื่อวันที่ 13-14 กุมภาพันธ์ 2553 </span></span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span style="font-family: Tahoma"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;</span>จากข้อมูลของศูนย์ฯ แห่งนี้ ได้เริ่มเปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2553 โดยฝ่ายไทยได้อำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าหน้าที่พม่าในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในด้านการดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ด้านยานพาหนะ การจัดการด้านสาธารณสุข เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ รวมไปถึงอาหารและที่พัก<span>&nbsp; </span>จนถึงขณะนี้สามารถพิสูจน์สัญชาติและออกหนังสือเดินทางให้แรงงานพม่าได้วันละมากกว่า 300 คน ที่ผ่านมาสามารถพิสูจน์สัญชาติไปแล้ว จำนวน 2,567 คน ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มการให้บริการได้วันละ 1,000 คน เมื่อสามารถให้บริการได้เต็มศักยภาพ </span><span style="font-family: Tahoma"></span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span style="font-family: Tahoma">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; นอกจากนี้ ที่ผ่านมา <strong>ฝ่ายไทยและสหภาพพม่า </strong>ได้ดำเนินการพิสูจน์สัญชาติแรงงานพม่าตามศูนย์ต่างๆ จำนวน 3 แห่ง คือ ระนอง แม่สอด และท่าขี้เหล็ก ได้ทั้งสิ้น 121,538 คน ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2552 </span><span style="font-family: Tahoma">&ndash;<span> มิถุนายน 2553 รวมทั้งยังมีโครงการนำร่อง </span>(pilot project) <span>นำแรงงานพม่ารายใหม่เข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมายให้แก่นายจ้างของไทยจำนวนทั้งสิ้น 17 คน ขณะนี้มีแรงงานพม่ารายใหม่มาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมายแล้วจำนวน 534 คน เป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานด้วย</span></span></font></p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[15/7/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[ก.แรงงาน จัดประชุมวิชาการนานาชาติระดมความคิดเห็นด้านทุนมนุษย์]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=46742]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <p>&nbsp;<strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp; ประธานเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติในการสร้างศักยภาพของทุนมนุษย์และการเพิ่มผลิตภาพแรงงานอย่างเป็นระบบให้สอดรับกับแนวโน้มเศรษฐกิจยุคใหม่&nbsp; (International&nbsp; Conference&nbsp; on&nbsp; Mega-Trend&nbsp; in&nbsp; Human&nbsp; Capital&nbsp; and&nbsp; Labour&nbsp; Productivity&nbsp; towards&nbsp; Global&nbsp; Integration)&nbsp; จัดโดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp; กระทรวงแรงงาน&nbsp; เพื่อระดมความคิดเห็นด้านทุนมนุษย์&nbsp; และเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดเสรีทางการค้า&nbsp; ณ&nbsp; ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ</strong></p><p><font color="#383838"><font face="Tahoma" size="3">นายอภิสิทธิ์<span>&nbsp; </span>เวชชาชีวะ<span>&nbsp; </span>นายกรัฐมนตรี</font><span style="font-family: Tahoma; font-size: 12pt; font-weight: normal"><span>&nbsp; </span>กล่าวว่า<span>&nbsp; </span>สิ่งที่ท้าทายในการปรับปรุงผลิตภาพของมนุษย์ให้แข่งขันกับเวทีโลกได้ คือ ประสิทธิภาพของทรัพยากรมนุษย์ที่จะเป็นตัวชี้วัด โดยเฉพาะแรงงานที่รัฐบาลให้ความสำคัญ<span>&nbsp; </span>ซึ่งกระทรวงแรงงานมีหน้าที่รับผิดชอบ <span>&nbsp;</span>แต่การที่จะทำให้ทรัพยากรมนุษย์มีประสิทธิภาพและสามารถแข่งขันกับเวทีโลกได้นั้นต้องมีการบูรณาการร่วมกัน <span>&nbsp;</span>โดยเริ่มตั้งแต่พัฒนาการของเด็กในครรภ์ <span>&nbsp;</span>เมื่อเติบโตขึ้นจะได้เป็นแรงงานที่มีประสิทธิภาพ <span>&nbsp;</span>นอกจากนี้หากตระหนักว่าทรัพยากรมนุษย์เป็นทรัพยากรที่มีค่าก็จะสามารถต่อสู้กับความท้าทาย<span>&nbsp; </span>และถือเป็นโอกาสที่ดีที่ประเทศไทยจะได้เตรียมความพร้อมในการวางรูปแบบการพัฒนาผลิตภาพแรงงานให้มีศักยภาพ <span>&nbsp;</span>เพื่อการเติบโตของระบบเศรษฐกิจในประเทศ</span></font></p><h1 style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt"><font color="#383838"><span style="font-family: Tahoma; font-size: 12pt; font-weight: normal">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ในปีที่ผ่านมารัฐบาลสามารถกระตุ้นให้มีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 12 และทำให้ปัญหาการว่างงานลดลงเหลือเพียงร้อยละ 1 แต่ขณะเดียวกันก็พบปัญหาการขาดแคลนตามมา ในบางสาขาอาชีพ<span>&nbsp; </span>ซึ่งรัฐบาลได้ตระหนักและให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาดังกล่าวด้วย<span>&nbsp; </span></span><span style="font-family: Tahoma; font-size: 12pt"><strong>นายอภิสิทธิ์ฯ</strong></span><span style="font-family: Tahoma; font-size: 12pt; font-weight: normal"><span>&nbsp; </span>กล่าวท้ายที่สุด</span></font></h1><h1 style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt"><font color="#383838"><span style="font-family: Tahoma; font-size: 12pt"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; นายเฉลิมชัย<span>&nbsp; </span>ศรีอ่อน<span>&nbsp; </span>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</strong></span><span style="font-family: Tahoma; font-size: 12pt; font-weight: normal"><span>&nbsp; </span>กล่าวว่า<span>&nbsp; </span>การจัดประชุมครั้งนี้เป็นการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ<span>&nbsp; </span>ภาคเอกชน<span>&nbsp; </span>และองค์กรต่างๆ<span>&nbsp; </span>ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ<span>&nbsp; </span>เพื่อสร้างความตระหนักและความเข้าใจร่วมกันในทุกภาคส่วนให้เห็นถึงความสำคัญของทุนมนุษย์<span>&nbsp; </span>ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการทำงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในสังคมโลก<span>&nbsp; </span>การเพิ่มศักยภาพของทุนมนุษย์จะเป็นผลโดยตรงที่สะท้อนกลับมาสู่การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน<span>&nbsp; </span>ซึ่งจะนำประเทศไปสู่การพัฒนาบนพื้นฐานความมั่นคงทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนอย่างยั่งยืน<span>&nbsp; </span>รวมถึงได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอันจะนำไปสู่การกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพของทุนมนุษย์และประสิทธิภาพแรงงานในระดับชาติที่สอดคล้องกับแนวโน้มการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในยุคโลกาภิวัตน์</span></font></h1><h1 style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt"><font color="#383838"><span style="font-family: Tahoma; font-size: 12pt"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; นายนคร<span>&nbsp; </span>ศิลปอาชา<span>&nbsp; </span>อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน</strong></span><span style="font-family: Tahoma; font-size: 12pt; font-weight: normal"> กล่าวว่า<strong> ทุนมนุษย์</strong><span>&nbsp; </span>คือ<span>&nbsp; </span>คนทุกคนต้องแสดงศักยภาพขึ้นออกมาและต้องพัฒนาศักยภาพของตนเองอยู่เสมอ<span>&nbsp; </span>ซึ่งหากแต่ละคนพัฒนาศักยภาพของตนเองก็จะทำให้องค์กร<span>&nbsp; </span>สังคม<span>&nbsp; </span>ประเทศชาติมีความสามารถขึ้น<span>&nbsp; </span>และถ้าเป็นในด้านของการผลิตก็จะทำให้ผลิตภาพของแรงงานสูงขึ้น<span>&nbsp; </span>สามารถลดต้นทุนและมีกำไรมากขึ้น<span>&nbsp; </span>ฉะนั้นจึงต้องเร่งพัฒนาแรงงาน<span>&nbsp; </span>เยาวชนให้มีทักษะ มีความรู้ในเทคโนโลยีใหม่ๆ<span>&nbsp; </span>สามารถทำงานทันกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป<span>&nbsp; </span>ซึ่งหากมีการเปิดเสรีทางการค้าจะทำให้แรงงานที่มีความรู้สามารถเดินไปทำงานในประเทศแถบอาเซียนได้อย่างเสรี<span>&nbsp; </span>หากแรงงานไทยมีความรู้ด้านภาษา<span>&nbsp; </span>เทคโนโลยี<span>&nbsp; </span>ก็จะทำให้สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้</span></font></h1>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[15/7/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[จับตา 3 กระทรวง ผนึกกำลังสร้างชาติ]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=46620]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <p><font color="#383838"><font face="Tahoma">&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp; ก.อุตสาหกรรม-แรงงาน-ศึกษา บูรณาการฐานข้อมูลครั้งประวัติศาสตร์ ใช้ประโยชน์ร่วมกัน มั่นใจวางนโยบายได้ตรงจุด แก้ปัญหาขาดแรงงานภาคอุตฯ ปิดช่องว่างผลิตบัณฑิตล้นตลาด หวังเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญสร้างชาติแกร่ง</strong></font></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><strong><font color="#383838"><span style="font-family: Tahoma">นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม </span></font></strong><font color="#383838"><span style="font-family: Tahoma">เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงแรงงาน และกระทรวงศึกษาธิการได้จัดทำข้อตกลงร่วมกันเพื่อแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงข้อมูล ภายใต้โครงการความร่วมมือในการเชื่อมโยงเครือข่ายข้อมูลระหว่างหน่วยงาน โดยมอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม หรือ สศอ. เป็นผู้ดำเนินโครงการ ซึ่งจะทำให้ทั้ง </span>3<span style="font-family: Tahoma"> กระทรวงใช้ฐานข้อมูลร่วมกันได้ เพื่อสนับสนุนการจัดหากำลังคน และจัดเตรียมกำลังคนให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้มากขึ้น </span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span>&nbsp;</span>&ldquo;<span style="font-family: Tahoma">ภาคอุตสาหกรรมเป็นหัวจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ โดยมีสัดส่วนต่อ </span>GDP <span style="font-family: Tahoma">ประมาณร้อยละ </span>40<span style="font-family: Tahoma"> มีตัวเลขการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมปีละหลายแสนล้านบาท ซึ่งจากการพบปะผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน หรือมีแรงงานที่ไม่สอดคล้องกับลักษณะงาน เมื่อรับเข้าทำงานแล้วต้องมีการฝึกอบรมเพิ่มทักษะก่อนปฏิบัติงานได้จริง ซึ่งถือเป็นการเสียเวลา เสียโอกาสในการเพิ่มขีดความสามารถของบริษัทไปอย่างน่าเสียดาย ดังนั้น การร่วมมือกันทั้ง </span>3<span style="font-family: Tahoma"> กระทรวงจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างลงตัว โดยกระทรวงแรงงานจะได้รับข้อมูลความต้องการแรงงานในภาคอุตสาหกรรมและจัดหาแรงงานหรือสนับสนุนแรงงานให้มีฝีมือ มีทักษะที่จะไปขับเคลื่อนในอุตสาหกรรมนั้นๆ ได้อย่างถูกต้อง ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการเมื่อได้รับทราบข้อมูลความต้องการแรงงานแล้วจะสามารถพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม การร่วมมือกันในครั้งนี้ถือเป็นการแก้ปัญหาที่เคยเกิดในอดีตได้อย่างถูกต้องที่สุด</span>&rdquo; <strong><span style="font-family: Tahoma">นายชัยวุฒิ </span></strong><span style="font-family: Tahoma">กล่าว</span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><strong><font color="#383838"><span style="font-family: Tahoma">นายเฉลิมชัย<span>&nbsp; </span>ศรีอ่อน<span>&nbsp; </span>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน </span></font></strong><font color="#383838"><span style="font-family: Tahoma">กล่าวว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีที่มีความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่าง </span>3<span style="font-family: Tahoma"> กระทรวงหลักที่ต่างมีบทบาทในการดูแลกำลังคนของประเทศในแต่ละช่วงชีวิต และกลุ่มเป้าหมาย สำหรับช่วงชีวิตแห่งการทำงานนั้นเป็นบทบาทตรงๆ ที่กระทรวงแรงงานต้องให้การดูแลเพื่อให้คนทำงานที่เป็น </span>&lsquo;<span style="font-family: Tahoma">ทุนมนุษย์</span>&rsquo; <span style="font-family: Tahoma">สามารถสร้างผลิตภาพตอบโจทย์ความเจริญก้าวหน้าของประเทศ ทั้งนี้การพัฒนากำลังคนจะต้องเป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกับตลาดแรงงาน ทั้งภาพปัจจุบันและภาพในอนาคต ทำให้การจับคู่คนกับงานสอดคล้องกัน ขณะเดียวกันก็ลดช่องว่างของอัตราการว่างงาน สำหรับขณะนี้ปัญหาด้านการขาดแคลนแรงงานในบางสาขาถูกหยิบยกมาเป็นประเด็น อาทิ กลุ่มยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องนุ่งห่ม<span>&nbsp; </span>สิ่งทอ พลาสติกและอาหาร<span>&nbsp; </span>ซึ่งเมื่อทุกข้อมูลใน </span>3<span style="font-family: Tahoma"> หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกำลังคนมาเชื่อมโยงต่อกันแล้ว<span>&nbsp; </span>ย่อมหมายความว่าภาพตั้งแต่การผลิตบุคลากรในส่วนของการศึกษา ได้มาผสานกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและภาคแรงงานก็จะสามารถต่อยอดให้คนทำงานมีศักยภาพได้อย่างภาคภูมิตรงกับทิศทางของประเทศและเส้นทางของอุตสาหกรรม ลดความสูญเสียในการผลิตคน </span>&lsquo;<span style="font-family: Tahoma">ล้นระดับ</span>&rsquo; <span style="font-family: Tahoma">ในบางสาขาวิชา และ </span>&lsquo;<span style="font-family: Tahoma">เพิ่มกำลัง</span>&rsquo;<span style="font-family: Tahoma">ในสาขาที่ขาดแคลน เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานและทำให้การวางแผนกำลังคนของประเทศเป็นไป บนฐานข้อมูลและความรู้ที่แท้จริง ขณะนี้ผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงาน มีกว่า </span>38<span style="font-family: Tahoma"> ล้านคน เป็นพลังคนที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ การพัฒนาระบบข้อมูลดังกล่าวจะทำให้คนกลุ่มนี้มีความชัดเจนในการตัดสินใจในการทำงานและประกอบอาชีพเป็นอย่างดี อีกทั้งผู้ประกอบการก็จะไม่ต้องกังวลว่าจะมีกำลังคนมารองรับภาคการผลิต ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ระบบดังกล่าวจึงเป็นความ </span><strong>&ldquo;<span style="font-family: Tahoma">ลงตัว</span>&rdquo;</strong> <span style="font-family: Tahoma">ในการตอบโจทย์ในการทำงานของ </span>3<span style="font-family: Tahoma"> กระทรวงได้เป็นอย่างดี</span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><strong><font color="#383838"><span style="font-family: Tahoma">นายชินวร<span>&nbsp; </span>บุญเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ </span></font></strong><font color="#383838"><span style="font-family: Tahoma">เปิดเผยว่า ถือเป็นการบูรณาการความร่วมมือในมิติใหม่ ที่จะทำให้ทั้ง </span>3<span style="font-family: Tahoma"> กระทรวง รับทราบข้อมูลในเชิงลึกระหว่างหน่วยงานเพื่อนำไปต่อยอดสู่การวางแผนโนบายที่ตรงจุด กระทรวงศึกษาถือเป็นระดับต้นน้ำเมื่อรับทราบทิศทางแล้วการวางนโยบายด้านการศึกษาการจัดเตรียม</span>0<span style="font-family: Tahoma">หลักสูตรการศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมก็จะง่ายขึ้น ปัญหาการผลิตกำลังคนไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดในบางสาขา หรือล้นตลาดในบางสาขาจะหมดไป<span>&nbsp; </span>ซึ่งจากจุดเริ่มนี้จะส่งผลต่อการสร้างความร่วมมือในอนาคตได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะด้านการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนที่อาจจะมีการเชิญภาคอุตสาหกรรมเข้าร่วมด้วย อันจะทำให้ประเทศไทยมีผู้สำเร็จการศึกษาที่มีคุณภาพจบแล้ว มีงานทำ เป็นพลวัตรขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่งต่อไป</span></font></p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[13/7/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[ สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์และเครือข่ายเปิดทางให้แรงงานข้ามชาติเข้าสู่ระบบกองทุนเงินทดแทน ]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=46740]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <font color="#383838"><font face="Tahoma">วันจันทร์ที่ </font><span style="font-family: Tahoma">12<span> กรกฎาคม </span>2553<span><span>&nbsp; </span>ณ ห้องประชุมสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ชั้น </span>5<span> <strong>นายเฉลิมชัย<span>&nbsp; </span>ศรีอ่อน<span>&nbsp; </span>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp;</span></strong><span> </span>เปิดห้องต้อนรับสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (มสพ.) คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) และองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ ประจำประเทศไทย เพื่อขอหารือ การทบทวน แก้ไข และเพิกถอนระเบียบอันเป็นการเลือกปฏิบัติต่อแรงงานข้ามชาติไม่ให้เข้าสิทธิกองทุนเงินทดแทนของสำนักงานประกันสังคม<span>&nbsp; </span>รวมถึงการดำเนินการตามอนุสัญญา </span>87<span> และ </span>98</span></font> <p style="text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma"><font color="#383838"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span><strong><span>นายเฉลิมชัย<span>&nbsp; </span>ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน </span></strong><span>กล่าวว่า การนำแรงงานข้ามชาติเข้าสู่ระบบกองทุนเงินทดแทน ตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.</span>2537<span> ตามกฎหมาย หมายถึง คนที่เข้าประเทศไทยถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งชาวต่างชาติที่มาขอรับ </span>Work permit <span>สำหรับแรงงานที่ไม่ได้มารับการพิสูจน์สัญชาติ คือ แรงงาน ที่ได้รับการผ่อนผันให้เข้าประเทศ<span>&nbsp; </span>ซึ่งยังไม่สามารถเข้าสู่ระบบกองทุนเงินทดแทนของสำนักงานประกันสังคม เมื่อเกิดกรณีเจ็บป่วยหรือเกิดประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานนายจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้าง สำหรับการจะทำให้แรงงานข้ามชาติที่ไม่ได้เข้าสู่ระบบ ให้ได้รับการดูแลอยู่ในระดับที่จะตอบคำถามแก่องค์กรในระดับสากลได้ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการศึกษา<span>&nbsp;&nbsp; </span>สำหรับเรื่องอนุสัญญา </span>87<span> และ </span>98<span> กระทรวงการต่างประเทศกำลังพิจารณาตีความว่าจะเข้าตามมาตรา </span>190<span> ของกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากทุกอย่างไม่มีปัญหา เชื่อมั่นว่าไทย<span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span>พร้อมจะลงนามในสัตยาบันนี้<span>&nbsp;&nbsp;</span>ในส่วนการพิจารณาขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำซึ่งทุกปีกระทรวงแรงงานจะมีการพิจารณาอยู่แล้ว<span>&nbsp; </span>ครั้งนี้เป็นดำริของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้มีการปรับขึ้นค่าจ้างให้สอดคล้องกับสภาวะปัจจุบัน โดยสมดุลกับสภาพแวดล้อมและสภาพเศรษฐกิจ<span>&nbsp;&nbsp; </span>การปรับขึ้นค่าจ้างครั้งนี้จะดีกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาและจะไม่เป็นการผลักภาระให้แก่นายจ้าง<span>&nbsp;&nbsp; </span>ซึ่งต้องรอกระทรวงการคลังและกรมสรรพากรไปพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องภาษีก่อน แล้วจึงจะนำข้อมูล มาร่วมกันพิจารณา<span>&nbsp; </span></span></font></span></p><p style="text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma"><font color="#383838"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span><span>ทั้งนี้ ตัวแทนสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) กล่าวว่า </span>&ldquo;<span>แรงงานข้ามชาติในประเทศไทยยังประสบความทุกข์จากการเลือกปฏิบัติ โดยรัฐบาลไทยปฏิเสธสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของแรงงานข้ามชาติ<span>&nbsp; </span>จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานและหน่วยงานภาครัฐทั้งหมด ยกเลิกกฎหมายและนโยบายที่เลือกปฏิบัติแก่แรงงานชาติ และให้แรงงานข้ามชาติได้รับสิทธิพื้นฐานเช่นเดียวกับที่ลูกจ้างในระบบ<span>&nbsp; </span>และให้รัฐบาลรับรองอนุสัญญาแรงงานระหว่างประเทศฉบับที่ </span>87<span> และ </span>98<span><span>&nbsp; </span>เกี่ยวกับสิทธิการรวมตัวเป็นสหภาพแรงงานและการเจรจาต่อรอง<span>&nbsp; </span>รวมถึงการให้ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศซาอุดิอาระเบีย เพื่อให้แรงงานไทยกลับเข้าไปทำงานในประเทศซาอุฯ<span>&nbsp; </span>อีกครั้งหนึ่ง</span></font></span></p><p style="text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma"><font color="#383838"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span><strong><span>นายเฉลิมชัยฯ </span></strong><span>กล่าวว่า<span>&nbsp; </span>ในนโยบายการเพิ่มอัตราการจ้างงานในประเทศและต่างประเทศ<span>&nbsp; </span>ซึ่งประเทศซาอุดิอาระเบียเป็น </span>1<span> ในเป้าหมายของกระทรวงแรงงาน โดยส่วนตัว นายยุพ<span>&nbsp; </span>นานา<span>&nbsp; </span>ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน มีความรู้จักเป็นส่วนตัวกับท่านทูตของประเทศซาอุดิอาระเบีย ขณะนี้กำลังมีการเจรจากันอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อให้ลบภาพความรู้สึกที่ไม่ดีต่อประเทศไทยออกไป<span>&nbsp; </span>ซึ่งการดำเนินงานนี้มิใช่ประเทศซาอุดิอาระเบียเท่านั้นแต่จะมีการเพิ่มอัตราการจ้างงานในทุก ๆ ประเทศให้ได้<span>&nbsp; </span>และขอยืนยันว่าหากยังอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจะทำให้<span>&nbsp; </span></span><strong>&ldquo;<span>ค่าใช้จ่ายต่อหัวต่อคนของแรงงานไทยที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศลดลงอย่างแน่นอน</span>&rdquo; </strong></font></span></p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[13/7/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[ที่ประชุมกก.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ติง ! สวัสดิการโรงตึ๊ง พม. ต้องหานิยามให้ชัดเจน]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=46618]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><strong><font color="#383838"><span style="font-family: Tahoma">เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2553 นายเฉลิมชัย<span>&nbsp; </span>ศรีอ่อน<span>&nbsp; </span>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp; </span>เป็นประธานการประชุมคณะกรรมแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ครั้งที่ 7/2553 โดยมีเรื่องพิจารณาในประเด็นสำนักงานธนานุรักษ์ รัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอปรับปรุงสวัสดิการเกี่ยวกับการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของพนักงาน </span></font></strong><font color="#383838"><span style="font-family: Tahoma">คือ</span><span style="font-family: Tahoma"></span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span style="font-family: Tahoma">ค่าห้องและค่าอาหาร(กรณีเจ็บป่วยตามปกติ)ในการเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนของพนักงานจากเดิมเบิกได้ 800 บาท/วัน เป็น เบิกได้ 1,000 บาท/วัน และบุคคลในครอบครัว จากเดิมเบิกได้ 600 บาท/วัน เป็น เบิกได้ 800 บาท/วัน</span><span style="font-family: Tahoma"></span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span style="font-family: Tahoma">อีกประเด็นหนึ่งคือ ค่ารักษาพยาบาลประเภท </span><strong><span style="font-family: Tahoma">&ldquo;<span>ผู้ป่วยนอก</span>&rdquo;</span></strong><span style="font-family: Tahoma"><span> สำหรับพนักงาน ในกรณีที่ได้รับอันตรายแก่กายหรือเจ็บป่วย </span><strong>&ldquo;<span>ในระหว่างทำงาน</span>&rdquo;<span> </span>&ldquo;<span>โดยปัจจุบันทันด่วน</span>&rdquo;<span> </span></strong><span>ให้ใช้สถานพยาบาลเอกชนหรือคลินิกแพทย์ที่อยู่ใกล้เคียงสถานที่ที่พนักงานผู้นั้นทำงาน ได้ครั้งละไม่เกิน 500 บาท รวมปีละไม่เกิน 5,000 บาท</span></span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 54pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><strong><font color="#383838"><span style="font-family: Tahoma">รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</span></font></strong><font color="#383838"><span style="font-family: Tahoma"> กล่าวว่า ทั้งหมดคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ไม่ติดใจในส่วนของการเพิ่มค่ารักษา แต่ขอให้คณะกรรมการฯ ส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการฯ ในส่วนของสำนักงานธนานุรักษ์ไปค้นหาและนิยามความหมายของคำว่า </span><strong><span style="font-family: Tahoma">&ldquo;<span>บุคคลในครอบครัว</span>&rdquo;</span></strong><span style="font-family: Tahoma"><span> ว่าหมายถึงผู้ใดบ้าง และคำว่า</span><strong><span> </span>&ldquo;<span>ในระหว่างทำงาน</span>&rdquo;<span> </span></strong><span>คือกรณีใดบ้าง ไม่เว้นแม้แต่ประเภทอุบัติเหตุที่เนื่องจากการทำงานให้ชัดเจน เพื่อนำมาเข้าที่ประชุมคณะกรรมการฯ ในครั้งหน้า เพื่อมิให้เกิดความคลุมเครือ และเพื่อเกิดประโยชน์เต็มที่กับผู้รับสิทธิประโยชน์ต่อไปในอนาคต</span></span></font></p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[13/7/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์และเครือข่ายเปิดทางให้แรงงานข้ามชาติเข้าสู่ระบบกองทุนเงินทดแทน]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=46619]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <font color="#383838"><font face="Tahoma">วันจันทร์ที่ </font><span style="font-family: Tahoma">12<span> กรกฎาคม </span>2553<span><span>&nbsp; </span>ณ ห้องประชุมสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ชั้น </span>5<span> <strong>นายเฉลิมชัย<span>&nbsp; </span>ศรีอ่อน<span>&nbsp; </span>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน<span>&nbsp;</span></strong><span> </span>เปิดห้องต้อนรับสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (มสพ.) คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) และองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ ประจำประเทศไทย เพื่อขอหารือ การทบทวน แก้ไข และเพิกถอนระเบียบอันเป็นการเลือกปฏิบัติต่อแรงงานข้ามชาติไม่ให้เข้าสิทธิกองทุนเงินทดแทนของสำนักงานประกันสังคม<span>&nbsp; </span>รวมถึงการดำเนินการตามอนุสัญญา </span>87<span> และ </span>98</span></font> <p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma"><font color="#383838"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span><strong><span>นายเฉลิมชัย<span>&nbsp; </span>ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน </span></strong><span>กล่าวว่า การนำแรงงานข้ามชาติเข้าสู่ระบบกองทุนเงินทดแทน ตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.</span>2537<span> ตามกฎหมาย หมายถึง คนที่เข้าประเทศไทยถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งชาวต่างชาติที่มาขอรับ </span>Work permit <span>สำหรับแรงงานที่ไม่ได้มารับการพิสูจน์สัญชาติ คือ แรงงาน ที่ได้รับการผ่อนผันให้เข้าประเทศ<span>&nbsp; </span>ซึ่งยังไม่สามารถเข้าสู่ระบบกองทุนเงินทดแทนของสำนักงานประกันสังคม เมื่อเกิดกรณีเจ็บป่วยหรือเกิดประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานนายจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้าง สำหรับการจะทำให้แรงงานข้ามชาติที่ไม่ได้เข้าสู่ระบบ ให้ได้รับการดูแลอยู่ในระดับที่จะตอบคำถามแก่องค์กรในระดับสากลได้ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการศึกษา<span>&nbsp;&nbsp; </span>สำหรับเรื่องอนุสัญญา </span>87<span> และ </span>98<span> กระทรวงการต่างประเทศกำลังพิจารณาตีความว่าจะเข้าตามมาตรา </span>190<span> ของกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากทุกอย่างไม่มีปัญหา เชื่อมั่นว่าไทย<span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span>พร้อมจะลงนามในสัตยาบันนี้<span>&nbsp;&nbsp;</span>ในส่วนการพิจารณาขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำซึ่งทุกปีกระทรวงแรงงานจะมีการพิจารณาอยู่แล้ว<span>&nbsp; </span>ครั้งนี้เป็นดำริของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้มีการปรับขึ้นค่าจ้างให้สอดคล้องกับสภาวะปัจจุบัน โดยสมดุลกับสภาพแวดล้อมและสภาพเศรษฐกิจ<span>&nbsp;&nbsp; </span>การปรับขึ้นค่าจ้างครั้งนี้จะดีกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาและจะไม่เป็นการผลักภาระให้แก่นายจ้าง<span>&nbsp;&nbsp; </span>ซึ่งต้องรอกระทรวงการคลังและกรมสรรพากรไปพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องภาษีก่อน แล้วจึงจะนำข้อมูล มาร่วมกันพิจารณา<span>&nbsp; </span></span></font></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma"><font color="#383838"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span><span>ทั้งนี้ ตัวแทนสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) กล่าวว่า </span>&ldquo;<span>แรงงานข้ามชาติในประเทศไทยยังประสบความทุกข์จากการเลือกปฏิบัติ โดยรัฐบาลไทยปฏิเสธสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของแรงงานข้ามชาติ<span>&nbsp; </span>จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานและหน่วยงานภาครัฐทั้งหมด ยกเลิกกฎหมายและนโยบายที่เลือกปฏิบัติแก่แรงงานชาติ และให้แรงงานข้ามชาติได้รับสิทธิพื้นฐานเช่นเดียวกับที่ลูกจ้างในระบบ<span>&nbsp; </span>และให้รัฐบาลรับรองอนุสัญญาแรงงานระหว่างประเทศฉบับที่ </span>87<span> และ </span>98<span><span>&nbsp; </span>เกี่ยวกับสิทธิการรวมตัวเป็นสหภาพแรงงานและการเจรจาต่อรอง<span>&nbsp; </span>รวมถึงการให้ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศซาอุดิอาระเบีย เพื่อให้แรงงานไทยกลับเข้าไปทำงานในประเทศซาอุฯ<span>&nbsp; </span>อีกครั้งหนึ่ง</span></font></span></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><span style="font-family: Tahoma"><font color="#383838"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span><strong><span>นายเฉลิมชัยฯ </span></strong><span>กล่าวว่า<span>&nbsp; </span>ในนโยบายการเพิ่มอัตราการจ้างงานในประเทศและต่างประเทศ<span>&nbsp; </span>ซึ่งประเทศซาอุดิอาระเบียเป็น </span>1<span> ในเป้าหมายของกระทรวงแรงงาน โดยส่วนตัว นายยุพ<span>&nbsp; </span>นานา<span>&nbsp; </span>ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน มีความรู้จักเป็นส่วนตัวกับท่านทูตของประเทศซาอุดิอาระเบีย ขณะนี้กำลังมีการเจรจากันอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อให้ลบภาพความรู้สึกที่ไม่ดีต่อประเทศไทยออกไป<span>&nbsp; </span>ซึ่งการดำเนินงานนี้มิใช่ประเทศซาอุดิอาระเบียเท่านั้นแต่จะมีการเพิ่มอัตราการจ้างงานในทุก ๆ ประเทศให้ได้<span>&nbsp; </span>และขอยืนยันว่าหากยังอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจะทำให้<span>&nbsp; </span></span><strong>&ldquo;<span>ค่าใช้จ่ายต่อหัวต่อคนของแรงงานไทยที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศลดลงอย่างแน่นอน</span>&rdquo; </strong></font></span></p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[13/7/2553]]></pubDate> 
	</item>

	<item>
		<title><![CDATA[รมว.แรงงาน ปิดงานความปลอดภัยฯ พร้อมมอบนโยบายสวัสดิการฯ จังหวัดทั่วประเทศ]]></title> 
		<link><![CDATA[http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=46617]]></link> 
		
					<file>
					     
					</file>
		
		<description><![CDATA[ <p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><font color="#383838"><strong><span style="font-family: Tahoma">รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</span></strong><strong><span style="font-family: Tahoma">&nbsp; <span>มอบรางวัลการประกวดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัย</span>&nbsp; <span>อาชีวอนามัย</span>&nbsp; <span>และสภาพแวดล้อมในการทำงาน</span>&nbsp; <span>ในงานสัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ</span>&nbsp; <span>ครั้งที่</span>&nbsp; 24&nbsp; <span>โดยมุ่งเน้นให้เกิดกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้</span>&nbsp; <span>การมีส่วนร่วม</span>&nbsp; <span>สร้างทัศนคติที่ถูกต้อง</span>&nbsp; <span>รวมถึงปลูกฝังให้เกิดสำนึกด้านความปลอดภัย</span>&nbsp; <span>และเกิดการถ่ายทอดนำไปประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในทุกสังคม</span></span></strong></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span style="font-family: Tahoma">วันที่</span><span style="font-family: Tahoma">&nbsp; 10&nbsp; <span>กรกฎาคม</span>&nbsp; 2553 <strong><span style="font-family: Tahoma">นายเฉลิมชัย</span></strong><strong><span style="font-family: Tahoma">&nbsp; <span>ศรีอ่อน</span>&nbsp; <span>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</span></span></strong>&nbsp; <span>กล่าวว่า</span>&nbsp; <span>การที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้จัดให้มีพิธีมอบรางวัลแก่สถานประกอบกิจการส่งเสริมความปลอดภัย</span>&nbsp; <span>อาชีวอนามัย</span>&nbsp; <span>และสภาพแวดล้อมในการทำงาน</span>&nbsp; <span>ในงานสัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ</span>&nbsp; <span>ครั้งที่</span>&nbsp; 24&nbsp; <span>ถือเป็นกิจกรรมที่ดีมีประโยชน์และมีความสำคัญในการเชิดชูเกียรติของสถานประกอบกิจการที่ได้รับรางวัล</span>&nbsp; <span>ทั้งยังแสดงถึงการมีส่วนร่วมในกระบวนการวาระแห่งชาติ</span>&nbsp; <span>แรงงานปลอดภัยและสุขภาพอนามัยดี</span>&nbsp; <span>ร่วมกับ กระทรวงแรงงาน ความไม่ปลอดภัยในการทำงานทั้งที่ปรากฏเป็นข่าวและไม่เป็นข่าว</span>&nbsp; <span>ล้วนแต่มีเบื้องหลังอยู่หลายประการไม่ว่าจะเป็นความไม่ระมัดระวัง</span>&nbsp; <span>ความไม่รู้</span>&nbsp; <span>ความไม่กลัว</span>&nbsp; <span>ความไม่คาดคิด</span>&nbsp; <span>หรือแม้แต่อุปกรณ์ต่างๆ</span>&nbsp; <span>ในสถานประกอบการ</span>&nbsp; <span>ซึ่งสิ่งต่างๆ</span>&nbsp; <span>เหล่านี้เกิดขึ้นจากขาดการปลูกฝังให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานมีจิตสำนึกถึงความปลอดภัยหรือทัศนคติด้านความปลอดภัยในการทำงานที่ถูกต้อง</span>&nbsp; <span>ซึ่งการจัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงานเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้</span>&nbsp; <span>การมีส่วนร่วม</span>&nbsp; <span>สร้างทัศนคติที่ถูกต้อง</span>&nbsp; <span>ด้านความปลอดภัย</span>&nbsp; <span>และถ่ายทอดนำไปประยุกต์ใช้ในสังคมให้เป็นสังคมที่มีความปลอดภัยและมั่นคง</span>&nbsp; <span>และส่งผลโดยรวมให้กับประเทศชาติให้พลิกฟื้นความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยให้กลับมาได้ในเวลาอันรวดเร็ว</span></span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span style="font-family: Tahoma">ทั้งนี้ มีสถานประกอบกิจการที่ได้รับรางวัลสถานประกอบกิจการด้านความปลอดภัย</span><span style="font-family: Tahoma">&nbsp; <span>อาชีวอนามัย</span>&nbsp; <span>และสภาพแวดล้อมในการทำงาน</span>&nbsp; <span>จำนวน</span>&nbsp; 488&nbsp; <span>แห่ง</span>&nbsp; <span>รางวัลคณะกรรมการความปลอดภัย</span>&nbsp; <span>อาชีวอนามัย</span>&nbsp; <span>และสภาพแวดล้อมในการทำงาน</span>&nbsp; <span>จำนวน</span>&nbsp; 5&nbsp; <span>แห่ง</span>&nbsp; <span>รางวัลเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ</span>&nbsp; 9&nbsp; <span>คน</span>&nbsp; <span>รางวัลผลงานสิ่งประดิษฐ์คิดค้นด้านความปลอดภัยที่เป็นตัวอย่างได้</span>&nbsp; <span>รางวัลดีเด่น</span>&nbsp; 2&nbsp; <span>ผลงาน</span>&nbsp; <span>และรางวัลระดับดี</span>&nbsp; 16&nbsp; <span>ผลงาน</span>&nbsp; <span>และรางวัลการประกวดทีมปฏิบัติการฉุกเฉินในสถานประกอบกิจการ</span>&nbsp; 6&nbsp; <span>ทีม</span>&nbsp;<span>รวมถึงการประกวดวาดภาพความปลอดภัย</span></span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span style="font-family: Tahoma">นอกจากนี้ในวันเดียวกัน</span><span style="font-family: Tahoma">&nbsp; <strong><span>นายเฉลิมชัยฯ</span>&nbsp; </strong><span>ยังได้มอบนโยบายแก่สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทั่วประเทศ</span>&nbsp;75&nbsp;<span>จังหวัด</span>&nbsp; <span>โดยให้ทำงานแบบบูรณาการร่วมกันทั้งในหน่วยงานเดียวกันและจังหวัด</span>&nbsp;&nbsp;&nbsp; <span>การทำงานต้องทำงานเป็นทีมมีคุณธรรม</span>&nbsp; <span>มีการทำงานในเชิงรุกต้องเข้าถึงปัญหาและเข้าใจในปัญหา</span>&nbsp; <span>และให้ความสำคัญกับกลุ่มคนพิการและผู้สูงอายุที่ต้องได้รับสิทธิเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป</span></span></font></p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">&nbsp;</p><p style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><font color="#383838"><span style="font-family: Tahoma">อีกทั้งให้อาสาสมัครแรงงานเป็นตัวแทนในการนำบริการของกระทรวงแรงงานสู่ประชาชนในชุมชน</span><span style="font-family: Tahoma">&nbsp; <span>รวมถึงต้องการกระทรวงแรงงานไม่ใช่เป็นเพียงแต่กระทรวงที่ดูแลทางด้านสังคม</span>&nbsp; <span>แต่ต้องการให้เป็นกระทรวงที่เป็นกำลังหลักในการผลักดันด้านเศรษฐกิจของประเทศ</span></span></font></p>]]></description> 
		<moredetail><![CDATA[ ]]></moredetail> 
		
		<pubDate><![CDATA[13/7/2553]]></pubDate> 
	</item>

</channel>
 </rss>
 